BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77) header
BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77) profile picture

📺Youtube Chanel : BLINK7 📷 IG : BLINK7 📱Line ID : @BLINK7.NET (งด DM มันไม่แจ้งเตือน)

BKK
Joined March 2009
Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)Photo by BLINK7 ( iMos Thailand ) (@L77)
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
ใครอัพเดท iOS 27 ในแอพ Weather สามารถแตะเปลี่ยนในกรอบสีแดง • อุณหภูมิ • ปริมาณฝน • ความแรงลม ส่วนของปริมาณฝนที่บอกเป็น mm เป็นปริมาณสะสมย้อนหลัง 24 ชั่วโมง ถ้าแตะเข้าไปดูรายละเอียดก็จะมีข้อมูล •Last 24 Hrs. • Next 24 Hrs. ก็ช่วยให้ดูข้อมูลได้ง่ายขึ้นแบะช่วยประเมินสถานการณ์เบื้องต้นได้ ถ้าเป็น iOS เวอร์ชั่นก่อนหน้าจะไม่มีไอคอนในกริบสี่เหลี่ยมให้แตะ แต่เราสามารถแตะที่ไอคอนบริเวณ Hourly Forecast เข้าไปดูรายละเอียดได้เช่นกัน
139
43
9,491
โอ้โห😭😭 ⚠️ที่ถนนเพชรบุรี แยกเข้าเอกมัย ทองหล่อ จมไปครึ่งคันเลยอะ Cr.tiktok ANATTA #น้ำท่วม #กรุงเทพ #พยากรณ์อากาศ #ฝนตก
13
8,636
108
3,854
567,804
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
📦 เจ้าของบ้านหลังหนึ่งโพสต์ภาพพัสดุกว่า 50 ชิ้น พร้อมระบุว่า ไม่ได้เป็นคนสั่งสินค้า และไม่รู้ว่าถูกส่งที่บ้านได้อย่างไร ด้านนักวิชาการด้านกฎหมาย มองสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นการปั่นยอดขายของร้านค้าออนไลน์ หรือ เป็นวิธีการที่ใช้ฟอกเงิน #ThaiPBS #ข่าวค่ำ #TheEXIT
6
64
2
189
31,427
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
เช้านี้ @AIS_Thailand ส่งข้อความก่อกวนลูกค้าตั้งแต่ก่อนแปดโมงครึ่ง เช็ดเข้ มาขอบคุณที่ให้โอกาส งง เพราะไม่เคยให้โอกาสมาโทรขาย ไม่เคยอนุญาตให้ส่ง SMS มาชวนสมัครโปรห่วยๆควายๆของมึงเลย เมื่อไหร่มึงจะหยุดคุกคามลูกค้าสักที รำคาญมาก
ระยะหลังคอลเซนเตอร์ @AIS_Thailand โทรมาหาแบบที่ไม่ใช่ธุระจริงๆบ่อยมาก แนวๆโทรมาขายแพคเกจบ้าบอไปเรื่อย แต่พอลูกค้าอยากได้แพคเกจดีๆลดค่าใช้จ่ายหรือเวลาเห็นแพคที่ทำโปรโมชั่นอยู่กลับบอกว่าลูกค้าเดิมไม่สามารถเปลี่ยนได้ พอกดวางโทรศัพท์เสือกมีข้อความขออนุญาตติดต่อเสนอแพคเกจ คำถามคือมึงไม่มีตัวเลือกให้ลูกค้าเลือก ไม่ให้ติดต่อ แต่มึงใช้คำว่าขออนุญาต ซึ่งลูกค้าไม่เคยอนุญาตให้มึงเสนอโปรการตลาดอะไรน่ารำคาญแบบนี้ เวลาลูกค้าจะขอความช่วยเหลือโทร 1175 มึงก็ให้คุยกับระบบอัตโนมัติอุ่นใจหค. ระบบที่ AIS แสนภูมิใจที่คุยไม่รู้เรื่อง ตอบคำถามอะไรไม่ได้ เข้าใจว่าระบบอุ่นใจหค.คือการทำให้ลูกค้าเบื่อและเลิกโทร 1175 ไปเอง และอาจใช้เป็น KPI ว่าเห็นมั้ยลูกค้าโทรน้อยลง = ปัญหาน้อยลง SMS ที่ AIS ที่ส่งมาแต่ละครั้ง ควรให้ทางเลือกลูกค้าในการ “ไม่อนุญาตให้โทร” อย่ามาใช้ข้อความแกมบังคับว่าขออนุญาตทั้งที่ลูกค้าไม่มีทางเลือกอะไร หรือใช้คำว่าให้รอรับโทรศัพท์ในขณะที่มึงแทบไม่เคยรับสาย แทบไม่ส่งมนุษย์มาคุยกับลูกค้าเวลาโทรไปขอความช่วยเหลือ ปล่อยให้ลูกค้ารอเป็นสิบๆนาทีเสียค่าโทรไปตั้งเท่าไหร่ อย่าพยายามโทรกวนจนเป็นมิจฉาชีพแก๊งค์คอลเซนเตอร์เสียเอง โทรมาแต่ละครั้งมีแต่เสนอโปรที่ลูกค้าต้องจ่ายสูงขึ้น ไม่เคยมีโทรมาเสนอให้ลูกค้าจ่ายน้อยลงแล้วดาต้าเท่าเดิมได้เพิ่ม ทีมงานที่ทำงานด้านโทรขายโปรอยากให้โทรหาเบอร์ผู้บริหารที่ได้ใช้ฟรีนี่แหละ ลองโทรไปขายโปรดูบ้างว่าพวกเขารู้สึกรำคาญมั้ย โทรไปขายโปรห่วยๆแบบที่โทรมาเสนอลูกค้านี่แหละ พอกดวางสายแล้วรีบส่ง SMS แบบนี้ไปหาผู้บริหารเลยก็ได้ แล้วอีกไม่กี่วันก็โทรไปเสนอใหม่วนไปเรื่อยๆ _______ ความเฮียของการเป็นลูกค้าเดิมมานาน คือ ไม่มีโปรราคาถูกดีๆให้เลือกเวลาลูกค้าอยากได้ต้องทำท่าทีกดย้ายค่ายถึงเสนอโปรให้ หรือต้องย้ายเป็นเติมเงินก่อนแล้วค่อยสมัครรายเดือนใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่แย่มาก ตั้งแต่ไทยเหลือแค่ 2 ค่ายย้ายไปไหนก็พอกัน เป็นอะไรที่แย่สุดๆแล้ว
4
1
2
3,991
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
American Airlines passenger duct tape to his seat following unruly behavior onboard flight AA618 Thursday night. Arthur Lundeen, 67, of Arizona, was restrained to his seat with duct tape and his hands were restrained with zip ties, according to the Maryland Transportation Authority Police, which arrested him after the plane landed. Authorities did not provide details of the disruption that took place during the flight, but the plane was diverted to Baltimore Washington International (BWI) Airport around 10:15 p.m., the Federal Aviation Administration, which is also probing the incident, said.
549
1,724
794
12,639
6,016,748
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
pdfmergefiles.com/ เครื่องมือจัดการ PDF ทำได้หลายอย่างมากเวอร์ ประมาณว่าแก้ไข เพิ่มภาพ แก้ข้อความ ลายเซ็น แหก รวม แปลง บีบ ฯลฯ พร้อมเครื่องมืออื่นๆ อีกโคตรเยอะ (รูปที่ 4) เหมือนเห่อเขียนเว็บด้วย เไ น่ะ ใช้ได้ฟรีวันละ 3 ไฟล์ แต่ถ้าจะเอาฟรี 999 วัน ก็ล็อกอิน>กรอกโค้ด 999DAYS
7
341
2
418
23,754
#เรื่องเล่าเช้านี้ รวบ 7 โจ๋แสบดักทำร้าย หนุ่มญี่ปุ่น วัย 43 ปี หวังชิงทรัพย์ ย่านแอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ มักกะสัน เข้ารีดไถขอเงิน ก่อนล็อกตัว ใช้ก้อนหินทุบหลังศีรษะ 3 ครั้ง ต่อยปากอีก 1 ครั้ง โชคดีไรเดอร์พลเมืองดีเข้าช่วยเหลือ เผยหนุ่มญี่ปุ่นมาเที่ยวไทยหวังฉลองวันเกิด แต่กลับเจอประสบการณ์เลวร้าย #ข่าวช่อง3 #ชาวญี่ปุ่น #แอร์พอร์ตเรลลิ้งก์ #ชิงทรัพย์ #พลเมืองดี
14
124
7
349
164,219
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
มีความแตกต่างระหว่างใหม่และเก่า
8
37
3,851
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
Ten sam #GalaxyZFold8 Zdjęcie nr 1: po wyjęciu z pudełka Zdjęcie nr 2: po paru dniach używania Czytaj bruzdy nie ma tylko pierwszego dnia 🫠👌
110
39
40
908
568,876
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
แมวใครตกรถหายบ้างคะ คุณคนนี้ช่วยไว้ ถ้าเป็นเจ้าของติดต่อไปได้เลย ตามหาเจ้าของน้องแมวค่ะน้องหล่นจากรถกระบะแถวแมคโดนัลด์พัทยากลางค่ะ ติดต่อ0842409918 P 0638704747 facebook.com/share/v/1ErwCYu…
33
6,478
20
2,557
230,093
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
สวัสดีครับทุกคน เมื่อกี้นั่งบนรถ มีเวลาฟัง youtube ที่น่าสนใจคลิปหนึ่ง เลยคิดว่า เขียนถึงไว้เลยแล้วกัน คลิปที่ว่านี้ คือ การสัมภาษณ์ชายที่ได้ฉายาว่าเป็น “นักทำนายวิกฤต” ที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งใน Wall Street เขาคือ Jeremy Grantham - ชายผู้เคยเตือนวิกฤตดอตคอมปี 2000 และวิกฤตซับไพรม์ปี 2008 ได้อย่างแม่นยำล่วงหน้า และตอนนี้เขากำลังส่งสัญญาณเตือนดัง ๆ อีกครั้ง “ฟองสบู่ AI ที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือ ฟองสบู่ที่ใหญ่และอันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา” --- เริ่มกันที่ ใครคือ Jeremy Grantham? Jeremy Grantham คือผู้ร่วมก่อตั้ง GMO ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำของโลกที่ดูแลเงินลงทุนนับแสนล้านดอลลาร์ เขามีฉายา “The Bubble Forecaster” เพราะมีประวัติการคาดการณ์วิกฤตครั้งใหญ่ได้ถูกต้องหลายครั้ง - ปี 1989 → เตือนฟองสบู่ตลาดหุ้นและอสังหาฯ ญี่ปุ่น - ปี 2000 → เตือนฟองสบู่ดอตคอม (และตลาดพังจริง) - ปี 2007-2008 → เตือนวิกฤตซับไพรม์และวิกฤตการเงินโลก Grantham เชื่อในหลักการ Reversion to the Mean (การกลับคืนสู่ค่าเฉลี่ย) คือ ถ้าสินทรัพย์ใดราคาพุ่งสูงเกินกว่าพื้นฐานมาก ๆ สุดท้ายมันก็ต้องถูกดึงกลับลงมา ซึ่งเอาจริงๆ ย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การลงทุนโลก มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ --- มุมมองล่าสุดของ Grantham: “Super Bubble” ในคลิปช่อง The Diary Of A CEO ทาง Grantham มองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่ม AI กำลังอยู่ในภาวะ Super Bubble หรือ แปลตรงๆว่า ฟองสบู่ระดับซูเปอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ Grantham เริ่มด้วยการอ้างคำพูดของนักเศรษฐศาสตร์ Kenneth Boulding ที่ว่า "มีเพียงคนบ้าและนักเศรษฐศาสตร์เท่านั้นที่เชื่อว่าการเติบโตแบบไร้ขีดจำกัดสามารถเกิดขึ้นได้บนโลกที่มีทรัพยากรจำกัด" เพื่อชี้ให้เห็นว่าวัฏจักรขาขึ้นของตลาดหุ้นต้องมีวันสิ้นสุด ในคลิป เขาอ้างอีก 2 ปัจจัยที่สะสมเป็นฟองสบู่ตอนนี้ครับ: - มูลค่าตลาดหุ้นเทคพุ่งสูงเกินจริง (Priced for Perfection) - ความคาดหวังใน AI ที่สูงลิ่ว จนลืมคิดถึงความเสี่ยง รวมถึง เขายังเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับฟองสบู่ญี่ปุ่นปี 1989 ที่ทุกคนเชื่อว่า “ญี่ปุ่นจะครองโลก” แต่สุดท้ายกลับนำไปสู่ “Lost Decades” ทศวรรษที่หายไป ที่น่าสนใจอีกผประเด็นคือ ในคลิปนี้มีการพาดพิงถึงสถาบันการเงินโดยตรงด้วย Grantham บอกว่า "สถาบันการเงินอย่าง Goldman Sachs จะไม่มีวันบอกให้คุณเทขายหุ้นและออกจากตลาด" เพราะมันขัดต่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของสถาบัน --- มุมมอง Mr.Messenger ผมเคารพมมุมองของ Grantham นะ เพราะเขามีประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายครั้ง คำเตือนของเขาคือ เครื่องเตือนสติที่มีคุณค่ามาก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดทุกคนกำลังมองโลกในแง่ดีเกินไป แต่ผมก็ต้องพูดตรง ๆ ว่า Grantham มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม *Permabear คือ มองหมีตลอดเวลา ถ้าเราเชื่อและเทขายหุ้นทุกครั้งที่เขาออกมาพูด เราอาจพลาดโอกาสครั้งใหญ่ในช่วง Bull Market ได้เช่นกัน ข้อสรุปของผม - ใช่ ตลาด AI มีการประเมินมูลค่าสูงและมีความเสี่ยงปรับฐาน - แต่ บริษัทเทคชั้นนำในยุคนี้มีรายได้ กำไร และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งกว่ายุค Dot-com มาก - การปรับฐาน 20-30% อาจเกิดขึ้นได้ แต่การพังทลาย 80% จนตลาดล่มสลายนั้น ยังมีโอกาสต่ำ ถ้าพื้นฐานยังดี ดังนั้น ก็อย่าตื่นตระหนกเทขายหมดพอร์ต แต่ควร Rebalance พอร์ตให้สมดุล ลดน้ำหนักหุ้นที่ Valuation สูงเกินไป เพิ่มความหลากหลาย (Diversification) และถือ Cash บางส่วนเพื่อรอจังหวะซื้อในราคาที่ดีกว่า --- ผมแปะคลิปสัมภาษณ์ของแกในคอมเม้นต์นะครับ เผื่อใครอยากไปฟังตัวเต็มๆกัน Mr.Messenger รายงาน
9
407
6
539
84,611
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
ทำ web ไว้ใช้ดูเองไวๆ จะได้ดูว่าจะซื้อ protein ทานแบบไหนอะไรดี 30 นาทีรู้เรื่อง
5
48
1
31
43,008
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
เป็นทางการ! NOAA ประกาศ #เอลนีโญ มาแล้ว มีโอกาส 63% จะเป็น #ซูเปอร์เอลนีโญ #ปรากฏการณ์เอลนีโญ มาแล้ว! องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (#NOAA) ประกาศอย่างเป็นทางการว่า สภาวะเอลนีโญได้เกิดขึ้นแล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน หลังจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ประกาศปรากฏการณ์ดังกล่าวก่อนหน้าหนึ่งวัน 📌อ่านต่อ : thaipbs.or.th/now/content/40… -------------------------- 🌏 “รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ #ThaiPBSSciAndTech #ThaiPBS 💻 #Science thaipbs.or.th/SciandTech
9
1,199
21
456
95,370
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
เรื่องรูปนี้ใจเย็นกันก่อน อย่าเพิ่งด่าว่าเค้าจะไปฟ้องใครต่อใคร รูปที่โพสไม่ใช่การไปเจอกันหรือปรึกษาเรียลไทม์จะฟ้องหลังมีคลิปวิจารณ์ใน Tiktok เพราะ Timeline ไม่ตรงกัน รูปในเพจทนายตอนนี้ขึ้นว่าโพสมา 2 วันแล้ว ส่วนคลิปวิจารณ์ใน Tiktok เพิ่งโพสมา 1 วัน เพราะงั้นรูปที่โพสไม่ใช่การเจอกันเรียลไทม์หลังมีคลิป Tiktok แน่นอน และถ้าดูจากในรูป ถ้าจะปรึกษาเพื่อจะฟ้องคนที่เกินเลย มันน่าจะต้องมีเอกสารที่พิมพ์ๆมาวางด้วยนะ แต่นี่ไม่มี และถ้าเป็นแนวปรึกษาทนายเพื่อจะฟ้องจริง ๆ แนวทางโพสข้อความไม่น่าเป็นรูปประโยคแบบนี้ รวมถึงเจ้าตัวไม่น่าเงียบ เพราะงั้นอย่าเพิ่งด่าออกตัวล้อฟรี เพราะรูปเป็นแค่โพสให้กำลังใจและหาเอนเกจช่วงชุลมุนของเพจทนายคนนึงแค่นั้น ซึ่งรูปออกมาในช่วงชุลมุนให้คนเข้าใจผิดได้ง่ายมาก
This quoted post is unavailable.
7
1
6
5,722
แค่สงสัยนะครับ คือ ตรวจเจอว่ามีปริมาณเกินกฎหมายกำหนด มันก็คือไม่ดีต่อสุขภาพของผู้บริโภค แล้วจะแจ้งยี่ห้อให้ทราบ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ระวัง ไม่ซื้อมากิน น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภคมากกว่าการแค่เตือนว่าให้ระวังเฉยๆ แล้วก็งงกันว่า ฉันต้องระวังกินยี่ห้อไหนดี กว่านะ
กรมวิทย์ตรวจ ‘เนื้อสัตว์แปรรูปพร้อมทาน’ พบ 'ไนเทรต-ไนไทรต์' สูงเกือบ 50 เท่า ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า ในอุตสาหกรรมอาหารมีการใช้เกลือถนอมอาหาร ได้แก่ โซเดียมและโพแทสเซียมไนเทรต (Nitrate) หรือไนไทรต์ (Nitrite)ใช้ในผลิตภัณฑ์แปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น กุนเชียง ไส้กรอก แหนม และหมูยอ เพื่อช่วยคงสีชมพูแดงของเนื้อสัตว์และยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียอันตราย เช่น Clostridium botulinum “หากได้รับในปริมาณสูง อาจทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน มีอาการตัวเขียวคล้ำ หายใจหอบ เวียนศีรษะ หัวใจเต้นผิดปกติ และอาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้นอกจากนี้ หากนำอาหารที่มีไนเทรตหรือไนไทรต์ไปผ่านความร้อนสูง เช่น ปิ้ง ย่าง หรือทอดจนไหม้เกรียม สารดังกล่าวอาจทำปฏิกิริยากับโปรตีนเกิดเป็น ไนโตรซามีน” (Nitrosamine) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง”ดร.นพ.สราวุฒิกล่าว ทั้งนี้ ตามประกาศ กระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ไนเทรตได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และไนไทรต์ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งจากการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์แปรรูปในช่วงปี 2567-2569 พบว่า กลุ่มไส้กรอก โบโลน่า และแฮมมีอัตราการตรวจพบไนเทรตและไนไทรต์สูงที่สุด โดยพบไนเทรตถึง 61 % และไนไทรต์ 55 % แต่ส่วนใหญ่จะยังอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ส่วนกลุ่มแหนม หมูยอ ไส้กรอกอีสาน และกุนเชียง แม้จะมีสัดส่วนการตรวจพบไนเทรตเพียง 38 % และไนไทรต์ 12 % แต่กลับเป็นกลุ่มที่พบการตกค้างเกินค่ามาตรฐานถึง 4 ตัวอย่าง เป็นไนเทรต 1 ตัวอย่าง และไนไทรต์ 3 ตัวอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่มักผลิตโดยผู้ประกอบการรายย่อยที่ขาดการควบคุมสูตรการผลิตที่แม่นยำ “ล่าสุด พบประเด็นที่น่ากังวลจากการตรวจสอบ เมนูเนื้อสัตว์ปรุงสำเร็จพร้อมบริโภค ซึ่งตรวจพบปริมาณไนไทรต์สูงถึง 3,880 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม สูงกว่าค่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดเกือบ 50 เท่า โดยมีรายงานผู้บริโภคเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทาน อาทิ หน้ามืด วิงเวียน มือชา กล้ามเนื้อกระตุก และบางรายถึงขั้นหมดสติ” ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงขอแนะนำประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเลือกบริโภคเนื้อสัตว์แปรรูป โดยหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสีชมพูหรือสีแดงเข้มผิดปกติ ลดการรับประทานซ้ำบ่อยครั้ง และควรเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการสะสมของสารก่อมะเร็งในระยะยาว พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกภาคส่วนให้ใช้วัตถุเจือปนอาหารตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด #กรุงเทพธุรกิจ #InsightForOpportunities #กรุงเทพธุรกิจHealth
23
2,940
14
870
177,929
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
Google Loves Apple…
23
63
6
1,688
154,551
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
🧪🫨!!! ข่าวใหญ่มาก!!! 🫨🧪 !!!!!สะเทือนวงการ Longevity!!!! 📚งานวิจัยในหนึ่งวารสารสะเทือนวงการ ได้รับการยอมรับ และน่าชื่อถือที่สุดในโลกอย่าง Nature Metabolism (ตีพิมพ์ที่ 14 พค 2026 ->เมื่อวาน-> ยังสด ๆ ร้อน ๆ) ❗️**พบว่า NAD+ (ตัว Battery ของเซลล์) ไม่ได้อปลี่ยนแปลงไปตามอายุเมื่อเราแก่ขึ้น อย่างที่เราเคยเชื่อกัน!!!**❗️ Hence, อาจจะไม่ได้มีความจำเป็นที่เราจะต้องไป IV drip หรือ พยายามกินอาหารเสริมราคาแพงเพื่อรักษาปริมาณ NAD+ ในกระแสเลือดอีกต่อไป!!! ➕และบ่งชี้ว่าการใช้ NAD+ เป็น marker ในการบอกเรื่อง ageing ว่า NAD+ น้อยลงคือแก่ ก็เท่ากับว่า ใช้ไม่ได้อีกต่อไป!!! ->> บริษัท ต่าง ๆ ทั้งในวงการ Skincare, wellness และ longeveity อาจจะต้องไปทำการบ้านกันมาใหม่แล้วเด้อ!!! ------- -------- ใครโควต้า อ่านหนังวือจำกัด พอแค่นี้ได้ 😂 --------- ใครชอบอ่านยาว ๆ มาต่อกัน 🤓 --------- -------- เกริ่นหน่อย...คือในวงการ Longevity เนี่ยเขามอง NAD+ เป็น 🪫 “ขุมพลัง” 🔋ในการรักษาความอ่อนเยาว์ใก้กับร่างกาย เพราะเป็น สารที่เซลล์ร่างกายเราสร้างได้ใน mitochondria (โรงงานไฟฟ้าของเซลล์) เลยเปรียบ NAD+ ให้เสมือนว่าเป็น Battery แบบพกพา ที่ผลิตและส่งออกไปตามส่วนต่าง ๆ ใน cell เพื่อใช้ในการ เปิด/ปิด สวิต หรือสร้างอะไรต่าง ๆ ขึ้นมาทำให้ cell มีพลังงานในการใข้ชีวิต และอยู่รอด ทว่า... ในการศึกษาพบว่า 👧🏻🔜👵🏼เมื่อเราอายุมากขึ้น ปริมาณของ NAD+ ก็จะลดลงไปเรื่อย ๆ แบบฮวบฮาบ แบบเหลือแค่ 50% หลังตากอายุ 30+ 40+ เทียบกับตอนเป็นเด็ก -> ก็เลยทำให้คนจับเอาว่า งั้นถ้าเราเพิ่ม NAD+ ในเซลล์ และในกระแสเลือดได้ -> ร่างกายเราก็จะไม่แก่ เพราะ function ได้ตามปกติ ทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น 🔬🥼แล้วก็มีงานศึกษาเรื่องการให้ IV drip รวมไปถึง Oral supplement เช่น NR และ NMN (ซึ่งแพ๊งแพง) แล้วพบว่า สามารถช่วยให้มี well being ที่ดีขึ้นได้จริง ๆ แบบแทบจะเรียก NAD+ ว่า “ยาสารพัดโรค” กันเลยทีเดียวแหละ!!! Hence, คนก็เลยพากันเชื่อว่า ไม่อยากแก่ ไม่อยากให้ร่างกายโทรมไปตามวัย แปลว่า ต้องรักษา ต้องหา ต้องเพิ่ม ปริมาณ NAD+ ในร่างกายเยอะ ๆ สิ ก็พากันไปฉีด ไปกิน สารพัด!!! 🚨🚨🚨🚨🚨!!!!!! แต่ !!!!!!🚨🚨🚨🚨🚨 ที่ศึกษากันมาเป็นตุเป็นตะ มันใช้ “หนู” เป็นโมเดล หรือใช้ sample คนป่วย เท่านั้น ซึ่ง sample size ก็ไม่ได้เยอะ... จนงานชิ้นนี้ออกมา ใช้คนปกติเลย 303 คน!!! 🤯 เทคนิคที่ใช้เป็น UPLC-MS ซึ่งเป็นเทคนิคที่เริ่ดกว่า HPLC ปกติ! โดยจะเอาเลือดไปดูปริมาณ NAD+ พบว่า จะเด็กจะแก่ ความเข้มข้นของ NAD+ โดยเฉลี่ย ก็ไม่ได้ต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ! 👉👉👉สั้น ๆ คือ ไอ้ที่ว่าแก่ไปแล้ว NAD+ ลดลง แบบฮวบฮาบ หลัก 20-30-50% อะไรนั่นมันไม่จริงนะจ้ะ! แม้ว่าจะเป็นนักกีฬาเองก็ตาม! ---- 📝ทีนี้ อันที่น่าสนใจ คือ เขาเอาตัวอย่างคยมา 24 ตัวอย่างแล้วให้ NR (nicotinamide riboside supplement) ปรากฏว่า ส่งผลให้ปริมาณของ NAD+ ในเลือดของคนปกติเพิ่มขึ้นได้จริง แต่... ก็กลับมาคำถามเดิมว่า ก็ในเมื่อปกติปริมาณของ NAD+ มันแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอายุอยู่แล้ว การกินเสริมยังจำเป็นในคนปกติไหม? 🧐 ------- 🤓Final thoght🧐 //ทั้งนี้ทั้งนั้น... ส่วนตัว very personal opinion ไม่เกี่ยวกับงานวิจัยนะ... นี่มองว่า ช่วงไหนสุขภาพไม่ดี หรืออ่อมมาก ๆ นอนน้อย ใช้ชีวิตหนัก ไม่ได้ออกกำลังกาย การไปเสริมให้ร่างกายบ้างมันก็ไม่ได้แย่หรอก นาน ๆ ทำทีอะเนาะ แต่จะให้ขึ้นให้คนที่ไม่ได้เป็นโรคอะไร ไปดริป ไปกินเป็นประจำเพื่อ longevity นี่ก็ดูไม่สม้หตุสมผล ในปี 2026 นี้แล้ว... ฝากไว้ด้วยนะฮะ /พับไมค์ ปล. เพิ่งนอนไป 2 ชม สมองประมวลได้เท่านี้ พชาดตรงไหนไป มาช่วยเสริมได้นะฮะ /ไหว้ย่อ
Busting the NAD+ age biomarker and supplement story —Levels don't go down with age nature.com/articles/s42255-0… —Lack of evidence for decline npr.org/2026/05/11/nx-s1-581… "a potential therapy because of evidence that our levels decline as we get older" @NPR
16
2,750
44
2,261
423,474
"เกาหลีใต้" ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดไทย อุดรธานี-ขอนแก่น-ชัยภูมิ-มหาสารคาม ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตร-ประมง (วีซ่า E-8) ตลอดปี 69 #เรื่องเด่นเย็นนี้ #ครอบครัวข่าว3 #ข่าวช่อง3
17
45
222
27,698
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
วันนี้ อยากชวนคุยเรื่องนี้ครับทุกคน ที่ผ่านมา เราได้ยินเสียงเตือนเหล่านี้บ่อยมาก "อเมริกาจะล่มเพราะหนี้!" "USD จะหมดความเป็นสกุลเงินสำรอง!" "ทองคำและ Bitcoin คืออนาคต เพราะ Fiat กำลังตาย" มองอีกด้านนะ ถ้าหนี้รัฐบาลแย่ขนาดนั้นจริง ทำไมญี่ปุ่นที่หนี้ 260% ของ GDP (และไม่มีสถานะ Reserve Currency เลยด้วยซ้ำ) ถึงยังอยู่รอดมาตั้ง 30 ปี? ตกลงเรื่องนี้ เราควรมองยังไง ไปดูกันจ้า --------------------------------- หนี้รัฐบาล ≠ หนี้ครัวเรือน นักเศรษฐศาสตร์ Wynne Godley เคยนำเสนอแนวคิดที่เรียกว่า "Sectoral Balances Identity" เป็นกฎทางบัญชี (ไม่ใช่ทฤษฎีนะครับ) หลักการง่ายๆ คือ ในระบบเศรษฐกิจแบบปิด การขาดดุลของภาคหนึ่ง = การเกินดุลของอีกภาค แปลว่า ทุกๆ ดอลลาร์ที่รัฐบาลใช้เกินภาษี จะวิ่งไปอยู่ใน Balance Sheet ของใครซักคน ซึ่งก็คือ ภาคเอกชน (ครัวเรือน + บริษัท) หรือต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ปีงบประมาณ 2024 รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดดุล $1.8 ล้านล้าน เงินก้อนนี้ (หักส่วนที่ไหลออกต่างประเทศ) สุดท้าย ก็กลายเป็น ทรัพย์สินทางการเงินสุทธิ ของครัวเรือน ของบริษัท และของกองทุนบำนาญอเมริกา ถ้ายกเลิกหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ มันอาจจะแปลว่า มูลค่าทรัพย์สินทางการเงินกว่า $28 ล้านล้าน ที่ถือโดยกองทุนบำนาญ ผู้ออม ธนาคาร และ Fed จะหายวับไปทันที ถ้าเป็นแบบนั้นจริง นั่นแหละคือ วิกฤตการเงินครับ --------------------------------- หนี้ vs ทรัพย์สิน ยกตัวอย่างนะ สมมติ ผมได้เงินเดือน $100,000 มีบ้านมูลค่า $360,000 + กู้ Mortgage $300,000 ถ้าใช้ตรรกะหนี้ท่วม คนจะคิดแบบนี้ว่า "หนี้สูงถึง 3 เท่าของรายได้! ล้มละลายแน่!" แต่ธนาคารไหนในโลกก็จะบอกว่า เขาไม่ได้ล้มละลายเลย เพราะหนี้มีทรัพย์สิน (คือบ้าน) + รายได้ที่มั่นคงค้ำอยู่ หนี้สหรัฐฯ ก็เหมือนกันครับ สามารถคิดในมุมนี้ได้ ตัวเลขทางการ FY 2024: ทรัพย์สินตามบัญชี: $5.7 ล้านล้าน หนี้สินรวม: $45.5 ล้านล้าน "Net Position" ติดลบ แต่บัญชีนี้ ไม่รวม "Stewardship Assets" ที่เรียกว่า Off-Balance-Sheet เลย ที่ดิน 640 ล้านเอเคอร์ ของรัฐบาลกลาง (ประเมินมูลค่า $1.8-$5 ล้านล้าน) สิทธิแร่ธาตุและคลื่นความถี่ทั่วประเทศ โครงสร้างพื้นฐาน + อุทยานแห่งชาติ + ฐานทัพทั่วโลก อำนาจการเก็บภาษีจากเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก (สำคัญที่สุด) รัฐบาลสหรัฐฯ เก็บภาษีได้ปีละ $5 ล้านล้าน (คิดเป็น 17% ของ GDP ที่ $30 ล้านล้าน) นี่คือ Cash Flow ที่เยอะที่สุดในโลก อัตราส่วนหนี้/รายได้ของสหรัฐฯ คือ $37.6T / $5.1T ประมาณ 7.4 เท่า ฟังดูแย่? เทียบกับคนเงินเดือน $100K ถือ Mortgage $300K (3 เท่า) ก็แย่กว่า แต่อย่าลืมว่ารัฐบาลสหรัฐฯ มี "ที่ดิน 640 ล้านเอเคอร์ + Pentagon + Hollywood + Wall Street + Silicon Valley" ค้ำอยู่ด้วย --------------------------------- แต่กรุงโรมก็เคยสูญสลายเพราะหนี้สินล้นพ้นตัวไม่ใช่หรอ? ยุคนั้น อาณาจักรโรมใช้เหรียญเงินจริง (Denarius → Antoninianus) ยุค Gallienus (253–268 AD) เหรียญถูกลดเนื้อเงินจาก 50% เหลือ ต่ำสุด 2.5% ในเวลา 2 รุ่นเท่านั้นครับ เพราะทนต้นทุนผลิตไม่ไหว แต่นี่คือการ "Debasement" ของจริง ผูกกับโลหะ ทำได้แค่ลดเนื้อแร่ ไม่มีทาง "พิมพ์เงิน" ใหม่ เพราะข้อจำกัดทางวัตถุที่หายากในสมัยนั้น แต่สหรัฐฯในวันนี้ หนี้ทุกบาททุกสตางค์อยู่ใน USD ที่ Fed สร้างได้ไม่จำกัด ไม่มีหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศแม้แต่ดอลลาร์เดียว Mechanism ที่ทำลายกรุงโรม ไม่มีอยู่ในระบบสหรัฐฯ เลย ดังนั้น ความเสี่ยงของสหรัฐฯ ไม่ใช่ Default (ผิดนัดชำระหนี้) แต่เป็น Inflation หรือเงินเฟ้อครับ และ 2 ปัญหานี้ต้องการ "ยา" ที่คนละแบบกันเลย ดังนั้น อย่าเปรียบเทียบสหรัฐฯ กับกรุงโรมในอดีตกันแบบตรงๆครับ --------------------------------- แต่ก็ไม่ใช่ว่าหนี้ไม่มีต้นทุนนะครับ เพราะมันมีต้นทุนจริงๆ ต้นทุนจริงของสหรัฐฯที่ต้องระวังก็คือ ดอกเบี้ยจ่ายสุทธิ FY 2025 = $1.2 ล้านล้าน (~4% ของ GDP) กลายเป็นรายจ่ายอันดับ 2 ของรัฐบาลกลาง รองจาก Social Security และสูงกว่างบกลาโหมแล้วไปแล้ว และมีงานวิจัยจาก Jones & De Rugy พบว่า "การใช้จ่ายของรัฐที่มากเกินไป มี Multiplier ติดลบ" - หมายถึง ยิ่งรัฐใช้เยอะ ภาคเอกชนยิ่งหดตัว ความเสี่ยงจริง ก็คือ Disinflation/Stagflation มากกว่า Default ครับ สรุปคือ หนี้เยอะๆ มันจะดูดเงินเราไปจ่ายดอกเบี้ยหมด แทนที่จะลงทุนใน Productive Asset ผลที่ตามมาคือ เศรษฐกิจค่อยๆ ฝืดในระยะยาว --------------------------------- พอมองในมุมนี้ ผมตีความยังไงกับค่าเงินดอลล่าร์ในปัจจุบัน? 1. อย่าเทขาย USD เพราะกลัว "อเมริกาล่ม" ครับ USD ยังเป็น Reserve Currency อันดับ 1 และ Mechanism ที่ทำลาย กรุงโรม ไม่มีอยู่ในสหรัฐฯ การถือ USD ผ่านพันธบัตร/หุ้นยังเป็นการกระจายความเสี่ยงที่ดี 2. ทอง + Bitcoin คือ Hedge ไม่ใช่ Replacement ของ USD ถือไว้บางส่วนเป็นประกัน Inflation ก็ดี แต่อย่าทุ่มหมดหน้าตักเพราะเชื่อว่า Fiat จะตาย เพราะตามที่ผมเขียนข้างบน Fiat USD ไม่ได้กำลังตายแบบที่เล่ากัน 3. ระวังหุ้นสหรัฐฯ ที่พึ่ง Government Spending สูง ถ้ารัฐบาลสหรัฐฯ ตัดงบจริง (เพื่อแก้ปัญหาดอกเบี้ยจ่าย $1.2T) — Defense Contractor, Healthcare ที่พึ่ง Medicare, บริษัทรับจ้างรัฐ จะกระทบหนัก 4. ติดตาม Inflation มากกว่า Debt-to-GDP ถ้า CPI สหรัฐฯ พุ่งเกิน 4-5% ต่อเนื่อง → เฟดไม่มีทางเลือกนอกจากขึ้นดอกเบี้ย → รัฐต้องดอกเบี้ยจ่ายเพิ่ม ... นั่นคือสัญญาณว่าระบบเริ่มสะดุดจริง แต่ถ้า CPI ยังอยู่ 2-3% หนี้ที่สูงขึ้นยังจัดการได้ครับ --------------------------------- โลกการลงทุนมีการเล่าเรื่องที่ดราม่ามากเกินไปครับ "อเมริกาจะล่มสลาย" เป็นเรื่องเล่าที่ขายดีมากบน Social Media (และผมเองก็เคยหลงเชื่อไปด้วย) แต่พอเจาะตัวเลขจริงๆ แล้ว เราต้องระวังการตัดสินใจลงทุนบนเรื่องเล่าที่ฟังง่ายแต่ผิดในรายละเอียด ผมไม่ได้บอกว่า "หนี้สหรัฐฯ ไม่มีปัญหา" นะ ปัญหามีจริง (ดอกเบี้ยจ่ายปีละ $1.2T เป็นเรื่องใหญ่) แต่ปัญหาจริงคือ Inflation และการใช้จ่ายของรัฐบาลที่มากเกินจนไปเบียดเบียนภาคเอกชน ส่วนตัวผมว่า ใน 5-10 ปีข้างหน้า สหรัฐฯ จะต้องเผชิญกับการเลือกที่ยากมากๆ 1. ตัดงบ Social Security/Medicare (ผู้สูงอายุซวย + พรรคที่ทำเรื่องนี้ เลือกตั้งแพ้แน่นอน) 2. ปล่อยให้เงินเฟ้อกัดกินค่าเงินช้าๆ (คนออมเงินเแยๆคือซวย + เคนถือ Bond ก็ขาดทุน เพราะดอกเบี้ยขึ้นเอาๆ) ทั้ง 2 ทางเจ็บคนละแบบ และนั่นแหละคือเรื่องที่นักลงทุนต้องดูกันต่อครับ Mr.Messenger รายงาน
3
179
4
223
37,525
BLINK7 ( iMos Thailand ) retweeted
#น่ากลัวมาก แพทย์ มช. แชร์ 2 เคสเตือน ‼ ฝรั่งอายุ 19 สุขภาพแข็งแรงไม่สูบบุหรี่ แต่เกือบต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่เชียงใหม่จากภาวะ "ปอดอักเสบรุนแรง" จากการสูดควันพิษปริมาณมากในเวลาอันสั้น และ คนไข้ล้างปอดไม่ถึง 2 เดือน กลับมาในสภาพ "หายใจล้มเหลว" พบน้ำล้างปอดแดงเป็นน้ำแตงโม .
6
1,900
15
678
56,738