มิตรภาพของ 2 สาวออสซี่ Niniz ยังคงแน่นแฟ้นเหมือนเดิม แม้ว่า ณ ตอนนี้ ทั้งคู่ต่างเติบโตคนละเส้นทาง แต่มีภาพออกมาให้เราได้เห็นว่าพวกเขาได้ไปร่วมกิจกรรมเพื่อการกุศลเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2026 ด้วยกัน :
งาน Miracle365 Purme Run 2026 จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของโรงพยาบาลฟื้นฟูสมรรถภาพเด็ก Purme Foundation Nexon โดยรายได้จากค่าสมัครเข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุนการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพให้แก่เด็กที่มีความพิการโดยตรง
กิจกรรม Miracle365 Purme Run 2026 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การวิ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมตัวกันเพื่อเป้าหมายที่มีความหมาย นั่นคือการสนับสนุนเด็กที่มีความพิการและอยู่เคียงข้างพวกเขาในเส้นทางการฟื้นฟูสมรรถภาพ
[ แปลไทย ]
ในที่สุดตอนนี้หลายๆ เรื่องก็เริ่มเชื่อมโยงเข้าด้วยกันแล้ว
มินฮีจินเรียกร้องสิทธิในการยกเลิกสัญญามาโดยตลอด เพราะเธอต้องการแก้ไขข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ซึ่ง ADOR (HYBE) กำหนดขึ้นให้กับสมาชิก NewJeans แต่ในเวลานั้นความพยายามของเธอกลับถูกนำเสนอว่าเป็นการพยายามดึงตัวสมาชิกออกจากค่าย
ด้านล่างนี้เป็นข้อความบางส่วนจากบทความของสำนักข่าว Yonhap News:
“ตามสัญญามาตรฐานสิทธิของต้นสังกัดในการใช้ชื่อ ภาพลักษณ์ และเสียงของศิลปิน ควรสิ้นสุดลงเมื่อสัญญาระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตามเงื่อนไขดังกล่าวกลับไม่มีอยู่ในสัญญาของ NewJeans ผลที่ตามมาคือ แม้สัญญาจะสิ้นสุดลงแล้ว ต้นสังกัดก็ยังสามารถใช้สิทธิในภาพลักษณ์และเสียงของสมาชิก NewJeans ต่อไปได้
นอกจากนี้ The New York Times ยังชี้ให้เห็นว่า เงื่อนไขดังกล่าวอาจครอบคลุมไปถึงการสร้างเสียงจำลอง ฝหรือแชตบอตโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ได้รับการฝึกฝนจากเสียงของสมาชิกอีกด้วย”
ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ : สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่เรื่องการยกเลิกสัญญา แต่คือสิทธิในการควบคุมตัวตนของศิลปิน แม้หลังจากหมดสัญญากับต้นสังกัดไปแล้วก็ตาม หากข้อสัญญาเป็นไปตามที่บทความระบุ นั่นหมายความว่าสมาชิกอาจไม่ได้มีอำนาจควบคุมการนำชื่อ ภาพลักษณ์ และเสียงของตัวเองไปใช้ได้อย่างเต็มที่ แม้จะสิ้นสุดความสัมพันธ์ทางสัญญากับค่ายแล้วก็ตาม
🔗 threads.com/@donghyun53/post…
grentperez :
นี่เป็นรูปถ่ายกับฮันนิ NewJeans ตอนที่เราได้เจอกันในที่สุด ฉันจะไม่บอกหรอกว่าเจอกันเมื่อไหร่หรือที่ไหน เรื่องนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อ 20 ล้านปีก่อนก็ได้ คุณไม่มีทางรู้หรอก!
ตอนนั้นฉันแบบว่า ‘โอ้! คุณร้องเพลงของฉันด้วย!’ แล้วฉันอยากจะบอกคุณว่า ‘ขอบคุณนะ ฮันนิ NewJeans
แล้วเธอก็ตอบกลับมาว่า ‘🦦: ไม่เป็นไรเลยค่ะ คุณ grandperez grandperez’
(ฮันนิเล่นมุกต่อจาก gramdperez ที่ขอบคุณฮันนิ)
NewJeans Never Die!”
lotusrobustt 🐱✨ retweeted
grentperez: I’m not gonna say when or where it was it could have been 20 million years ago
NewJeans never dies
แดเนียลพูดถึงชีวิตในช่วงที่เป็นเด็กฝึกหัด ก่อนที่สมาชิกสาว ๆ จะได้พบกับ CEO มินฮีจิน ว่า
“ในนามของเด็กฝึกและศิลปินรุ่นเยาว์ทุกคนที่อาจไม่มีโอกาสหรือไม่มีเสียงมากพอที่จะออกมาพูดเพื่อตัวเอง ฉันอยากขอร้องว่า ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างมนุษย์คนหนึ่ง ทุกคนล้วนสมควรได้รับความเคารพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”
—— 16 มีนาคม 2025
ฝ่ายของมินฮีจินระบุว่า :
หลังจาก HYBE เป็นผู้วางโครงสร้างที่ทำให้ CEO ของบริษัทลูกไม่สามารถอนุมัติเรื่องต่างๆ ได้ หากไม่ได้รับความเห็นชอบจาก CEO ของบริษัทแม่ แต่ในวันนี้ HYBE กลับเผยแพร่แถลงการณ์ที่พยายามผลักความรับผิดชอบไปให้ผู้อื่น ด้วยการสร้างบุคคลขึ้นมาเป็นแพะรับบาป นี่ไม่ต่างอะไรกับการที่ HYBE ถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเอง
มินฮีจินวิจารณ์จุดยืนของ ADOR ต่อสัญญาพิเศษของ NewJeans โดยกล่าวว่า “HYBE เป็นฝ่ายริเริ่มและควบคุมทุกอย่าง แต่กลับโยนความรับผิดชอบให้ผู้อื่น
6 พฤศจิกายน 2026
🔗 n.news.naver.com/article/079…
มินฮีจินวิจารณ์จุดยืนของ ADOR ต่อสัญญาพิเศษของ NewJeans โดยกล่าวว่า “HYBE เป็นฝ่ายริเริ่มและควบคุมทุกอย่าง แต่กลับโยนความรับผิดชอบให้ผู้อื่น
6 พฤศจิกายน 2026
🔗 n.news.naver.com/article/079…
6. โครงสร้างการบริหารแบบ Multi-Label ของ HYBE
ในระหว่างที่ HYBE ดำเนินงานภายใต้ระบบบริหารหลายค่ายเพลง บริษัทได้รวมศูนย์การบริหารจัดการด้านกฎหมายและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสัญญาไว้ที่บริษัทแม่
ค่ายเพลงแต่ละแห่งทำหน้าที่สื่อสารกับศิลปินและเป็นคู่สัญญาอย่างเป็นทางการ แต่หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงข้อกำหนดทางกฎหมายที่สำคัญของสัญญา กลับถูกรวมศูนย์ไว้ที่ HYBE โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในขณะนั้น ADOR ไม่มีฝ่ายกฎหมายที่เป็นอิสระของตนเอง
ฝ่ายกฎหมายของ HYBE สามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการทำสัญญาของค่ายเพลงอื่น ๆ รวมถึงทิศทางนโยบายของ HYBE ได้ ขณะที่ ADOR ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรับข้อมูลและตรวจสอบข้อมูลเหล่านั้นผ่านฝ่ายกฎหมายของ HYBE
ภายใต้โครงสร้างเช่นนี้ การที่ค่ายเพลงสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นทางการได้ ไม่ได้หมายความว่าค่ายเพลงนั้นมีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับสัญญาได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาที่มีการลงนามในสัญญาผูกขาดของ NewJeans คณะกรรมการบริหารของ ADOR ประกอบด้วยกรรมการภายในจำนวน 3 คน โดย 2 คนในนั้นเป็นตัวแทนของ HYBE ซึ่งไม่นับรวม CEO มินฮีจิน
ดังนั้น ในเรื่องที่จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการ ตัวแทนของ HYBE จึงถือเสียงข้างมาก ทำให้ CEO ของ ADOR เป็นเรื่องยากที่จะผลักดันการตัดสินใจที่แตกต่างจากจุดยืนของ HYBE ได้ด้วยตนเอง
เมื่อพิจารณาเรื่องนี้ร่วมกับระบบการอนุมัติที่กำหนดให้ต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายกฎหมายของ HYBE และ CEO ของ HYBE ด้วยแล้ว จึงเกิดคำถามว่า อำนาจในการตัดสินใจอย่างเป็นอิสระของ ADOR ที่ HYBE กำลังเน้นย้ำอยู่ในแถลงการณ์นั้น แท้จริงแล้วมีขอบเขตมากน้อยเพียงใด
ในทางภายนอก HYBE สามารถยืนยันได้ว่า ADOR เป็นคู่สัญญา และฝ่ายบริหารของ ADOR เป็นผู้เจรจากับผู้ปกครองของสมาชิก
อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก่อให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้าง กล่าวคือ อำนาจในการออกแบบและอนุมัติข้อกำหนดสำคัญของสัญญาถูกรวมศูนย์ไว้ที่บริษัทแม่ ขณะที่ความรับผิดชอบต่อข้อกำหนดเหล่านั้นในทางกฎหมายภายนอกกลับตกอยู่กับบริษัทลูก ซึ่งเป็นคู่สัญญาอย่างเป็นทางการ
คำชี้แจงล่าสุดของ HYBE ไม่ได้อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างฝ่ายที่ใช้อำนาจตัดสินใจจริงภายใต้โครงสร้างนี้ กับฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
ท้ายที่สุด การอธิบายสถานการณ์ในลักษณะนี้มีผลให้บทบาทและอำนาจที่ HYBE ใช้จริงถูกลดทอนความสำคัญลง ขณะที่ความรับผิดชอบกลับถูกผลักไปกระจุกอยู่ที่ ADOR ซึ่งเป็นคู่สัญญาอย่างเป็นทางการ
หาก HYBE ต้องการอธิบายว่าบทบาทของตนมีเพียงการจัดเตรียมแบบฟอร์มสัญญาและให้คำปรึกษาด้านกฎหมายเท่านั้น บริษัทก็ควรชี้แจงให้ชัดเจนก่อนว่า ADOR สามารถเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดสำคัญและดำเนินการทำสัญญาให้เสร็จสมบูรณ์ได้หรือไม่ หากไม่ได้รับความยินยอมจาก HYBE
สิ่งที่จำเป็นต้องชี้แจงในขณะนี้จึงไม่ใช่คำถามว่าใครเป็นผู้ลงนามในสัญญา แต่เป็นคำถามว่า ใครกันแน่ที่มีอำนาจในการร่างและแก้ไขข้อกำหนดสำคัญของสัญญาอย่างแท้จริง
นี่คือประเด็นข้อเท็จจริงที่สำคัญที่สุด ซึ่งขาดหายไปจากคำชี้แจงของ HYBE
HYBE ควรตระหนักด้วยว่า การอนุมัติสัญญาผูกขาดของ NewJeans ไม่ได้ต้องการเพียงการอนุมัติจากฝ่ายกฎหมายของ HYBE และ CEO ของ HYBE เท่านั้น แต่ยังต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของ ADOR ซึ่งมีตัวแทนจาก HYBE ถือเสียงข้างมากอีกด้วย
หลังจาก HYBE เป็นผู้วางโครงสร้างที่ทำให้ CEO ของบริษัทลูกไม่สามารถอนุมัติเรื่องต่าง ๆ ได้หากไม่ได้รับความเห็นชอบจาก CEO ของบริษัทแม่ แต่ในวันนี้ HYBE กลับเผยแพร่แถลงการณ์ที่พยายามผลักความรับผิดชอบไปให้ผู้อื่น ด้วยการสร้างบุคคลขึ้นมาเป็นผู้รับผิด
ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ HYBE กำลังทำอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับการถ่มน้ำลายรดหน้าตัวเอง
เรื่องนี้ควรเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วโดยไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามด้วยซ้ำว่า อำนาจที่แท้จริงในการกำหนดโครงสร้างของสัญญานั้นอยู่ที่ ADOR หรือ HYBE ซึ่งเป็นบริษัทที่มีอำนาจควบคุม ADOR กันแน่
หาก HYBE ต้องการให้อุตสาหกรรม K-pop พัฒนาไปในทิศทางที่ดีอย่างแท้จริง บริษัทก็ควรสามารถชี้แจงอย่างโปร่งใสเกี่ยวกับกระบวนการร่างและอนุมัติสัญญา รวมถึงความสมเหตุสมผลและความเป็นธรรมของเงื่อนไขในสัญญาได้ แม้ว่าจะต้องเปิดเผยสัญญาเหล่านั้นต่อสาธารณชนก็ตาม
นั่นคือสิ่งที่บริษัทซึ่งมีความรับผิดชอบอย่างแท้จริงควรปฏิบัติ
(สิ้นสุดแถลงการณ์)
















