เราอาสาเป็นเงาสะท้อนปัญหาของสังคม ติดต่อ : 061-909-1840 LINE : https://xitter.cf/t.co/EGLrtT9heX

Joined August 2009
คนหาย !!! ชื่อ นายอากาศ ตามเพิ่ม หรือ ติ อายุ 41 ปี หายจากบริเวณสถานีรถไฟรังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 11.30 น. คนหายรูปร่างผอม สูงประมาณ 180 ซม. น้ำหนักประมาณ 70 กก. ผิวดำแดง ผมสั้น ผมสีดำ การแต่งกาย สวมเสื้อยืดสีดำ สวมกางเกงยีนส์ขายาว สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว ตำหนิ มีรอยสักรูปตาบริเวณหน้าผาก รอยสักบริเวณแขนซ้าย รอยสักบริเวณหน้าอกและแผ่นหลัง #คนหายมีปัญหาสุขภาพจิต ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา โทร. 095 631 1914 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ประกาศเมื่อ 28 ตุลาคม 2569 #คนหาย
67
8
633
“เราถูกลูกหลง โดนยิง... . “วันนั้นเป็นวันฮาโลวีน ( ปี 2554 ) จำได้ว่าแต่งหน้าผีไปเที่ยวผับกัน เรากำลังจะกลับแล้ว แต่เพื่อนไปมีเรื่อง กระโดดผลักอกฝ่ายตรงข้าม จังหวะมันเร็วมาก ตอนการ์ดเข้ามาห้าม เรายังยืนงงอยู่เลย . “ก็อาศัยช่วงชุลมุน เราพาเพื่อนหนีออกมา เพราะดูทรงมันเมามากแล้ว เลยกอดคอพาไปส่งขึ้นรถ แต่ระหว่างข้ามถนน ตอนข้ามไป กำลังจะสุดเลน กำลังจะถึงรถ เราได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสองนัด . “เราไม่รู้สึกตัวไปประมาณสองสามวัน หลับ ๆ ตื่น ๆ จนผ่านไปสักประมาณหนึ่งสัปดาห์ พออาการเริ่มดีขึ้น เริ่มมีสติตอบสนอง หมอก็เดินมาคุยกับแม่ที่ปลายเตียง หมอพูดว่า ‘ลูกจะพิการไปตลอดชีวิตนะ...’ . “เราทำกายภาพอยู่ประมาณสองปี รักษาทุกวิธี ไปมาหมด แต่มันยังเหมือนเดิม เลยคิดว่าไม่หายแล้ว เราจะเป็นอย่างนี้ ก็เลยไม่ได้ไปหาวิธีรักษาอีก ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน กินข้าว อาบน้ำ เล่นเกมไปวัน ๆ . “จนวันหนึ่ง เราได้รู้จักกับพวกพี่จากศูนย์การดำรงชีวิตอิสระของคนพิการ เขาชวนเราออกจากบ้าน ซึ่งช่วงแรกเราไม่อยากออก ไม่รู้จะออกไปทำไม ด้วยความที่ยังเด็ก อยู่บ้านสบายกว่า ดูโทรทัศน์ กินข้าว ขึ้นเตียงนอนเล่นโทรศัพท์ มันก็สะดวกเราแล้ว แต่เหมือนตัดความรำคาญ ในที่สุดเลยออกไป . “พอตัดสินใจออกไป เราก็ได้เจอกับพี่คนพิการหลาย ๆ คน ตอนนั้นสนใจว่า พวกพี่เขาใช้ชีวิตกันยังไง บางคนขับรถยนต์เองได้ ทั้งที่เขาพิการตั้งแต่คอ มันน่าสนใจมาก เราก็เลยออกมาเรื่อย ๆ เข้าประชุม ทำกิจกรรม แล้วช่วงปี 56-57 เราก็มีโอกาสเป็นอาสาสมัครในองค์กร จากนั้นก็ได้ทำงานที่นั่น . “พี่ ๆ พาเราไปลงพื้นที่ตามบ้านคนพิการ พาไปรู้จักเพื่อนคนพิการมากขึ้น ซึ่งเราได้เห็นว่า การพูดคุย ให้คำปรึกษา มันทำให้เพื่อนคนพิการเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ ทำให้เขาออกมาใช้ชีวิตได้ . “เราว่าการใช้ชีวิตในบ้านมันมีคุณค่า แต่การที่คนพิการได้กลับเข้าสู่สังคม ได้มีงานทำอีกครั้ง มันก็เป็นคุณค่าอีกแบบหนึ่ง . “เราทำงานอยู่ที่นั่นหลายปี กระทั่งหลังโควิด สมาชิกทยอยแยกย้ายกันไป พี่หัวหน้าศูนย์ ก็ย้ายมาเป็นหัวหน้าโครงการกาลพลิก มูลนิธิกระจกเงา และด้วยความที่เรายังอยากทำงานช่วยเหลือเพื่อนคนพิการ เลยมาเข้าร่วม . “ซึ่งพอเลือกทำต่อ เราก็มองหาแนวทางใหม่ ๆ โดยเล็งเห็นว่า เวลาวีลแชร์ของคนพิการมีปัญหา เรามักจะหาศูนย์ซ่อมยาก เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่รับซ่อม เขาจะรอครบสามปีถึงเปลี่ยนให้ทีเดียว ดังนั้น การเปิดศูนย์ซ่อมบำรุงรถวีลแชร์เลยน่าทำ . “เราตั้งใจเปิดกาลพลิกสาขา 2 ในพื้นที่นครปฐม เพราะตรงนี้เคยมีศูนย์ซ่อมวีลแชร์ เลยมาติดต่อโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น จนได้พื้นที่มาใช้ . “เราอยากเห็นคนพิการเข้าถึงบริการซ่อมรถวีลแชร์ที่สะดวก เพราะเมื่อเราซ่อมให้เขาแล้ว เขาก็จะมีสุขภาพจิตดี วีลแชร์มันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเราด้วย อย่างเช่นตัวเราเอง ถ้าวันนึงวีลแชร์พัง มันไปไหนไม่ได้ ก็รู้สึกแย่นะ . “แต่ถ้าวีลแชร์ดี . “มันก็เหมือนเรามีขาที่ดี . “สามารถไปไหนมาไหนได้อิสระ...” _______________ (ออม) รณภัฎ วงศ์ภา เจ้าหน้าที่โครงการกาลพลิก สาขานครปฐม _______________ แม้วันนี้ ศูนย์ซ่อมวีลแชร์จะเปิดให้บริการแล้ว แต่เรายังคงต้องการ อุปกรณ์เครื่องมือช่าง อะไหล่สำรอง ซึ่งคือของจำเป็น อีกจำนวนมาก เพื่อใช้ซ่อมวีลแชร์ชำรุด ก่อนส่งคืนเพื่อนคนพิการ . ทุกการบริจาคอะไหล่ เครื่องมือ หรือการสมทบทุน จึงเป็นอีกแรงสนับสนุนสำคัญ ที่จะทำให้คนพิการ สามารถออกไปใช้ชีวิต . ให้โอกาสคนพิการออกมาใช้ชีวิต โดยการสนับสนุนศูนย์ซ่อมวีลแชร์ ได้ที่ โครงการกาลพลิก มูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-272892-9 (ธนาคารไทยพาณิชย์) #โครงการกาลพลิก #มูลนิธิกระจกเงา
70
68
3,003
คนหาย !!! ชื่อ นายกาน มิตรมาก อายุ 57 ปี หายออกจากบริเวณหมู่ที่ 4 ตำบลน้ำพุ อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. คนหายรูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 165 ซม. น้ำหนักประมาณ 60 กก. ผิวดำแดง ผมสั้น ผมสีดำปนขาว การแต่งกาย ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้น สวมรองเท้าแตะแบบสวมสีดำ ตำหนิมีรอยแผลเป็นบริเวณใบหน้า #คนหายมีอาการทางสมอง ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา โทร. 095 631 1914 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ประกาศเมื่อ 27 ตุลาคม 2569
270
33
1,861
**ประกาศซ้ำ** ชื่อ นายสุนา มากมูล อายุ 83 ปี หายออกจากบริเวณซอยนวมินทร์ 141 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. คนหายรูปร่างผอม สูงประมาณ 155 ซม. น้ำหนักประมาณ 45 กก. ผิวขาวเหลือง ผมสั้น ผมสีดำปนขาว การแต่งกาย สวมเสื้อโปโลสีเหลือง สวมกางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าคาดอกสีน้ำเงิน จุดสังเกต ฟันหน้าหลอ ถือร่มยาวสีฟ้า และสวมแว่นสายตา **เบาะแสล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. พบคนหายบริเวณอัมรินทร์ซอย 4 แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร** #คนหายเป็นโรคสมองเสื่อมมีอาการหลงลืม ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา โทร. 095 631 1914 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา #คนหาย
460
67
3,096
คนหาย !!! ชื่อ นางสาวนันทา ชำนาญชาติ หรือ ต้อย อายุ 60 ปี หายออกจากบริเวณคริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพ ซอยกาญจนาภิเษก 25 แยก 1 แขวงทับช้าง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 คนหายรูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 165 ซม. น้ำหนักประมาณ 60 กก. ผิวดำแดง ผมสั้นระต้นคอ ผมสีดำปนขาว การแต่งกายสวมเสื้อคอกลมแขนสั้นลายดำ-ขาว สวมกางเกงขายาวสีเทา สวมรองเท้าแตะแบบสวมสีขาว จุดสังเกตฟันหลอหลายซี่ และมีรอยแผลเชื้อราบริเวณข้อเท้าทั้งสองข้าง #คนหายมีปัญหาสุขภาพจิต ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา โทร. 095-631-1914 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ประกาศเมื่อ 27 ตุลาคม 2569 #คนหาย
317
52
2,487
ทีมงานลงพื้นที่ไปเจอยาย ในวันที่น้ำท่วมบ้านแกมาแล้วสองอาทิตย์ เราเห็นภาพหญิงชรา อายุ 72 พยายามใช้ขันนั่งวิดน้ำเน่าออกจากบ้านอยู่คนเดียว . ในบ้านของยายเต็มไปด้วยข้าวของจมน้ำ ตู้เย็น ที่นอน ตู้เสื้อผ้า ล้มระเนระนาดอยู่คนละทิศละทาง คุณยายบอก “ของในบ้านไม่เหลือเลย เหลือแต่รูปคนตายบนฝาผนังที่พ้นน้ำ นอกนั้นถูกน้ำท่วมหมด” . “ยายมาสร้างบ้านที่นี่ตอนปี 39 บ้านเกิดยายอยู่ริมทางรถไฟเก่าสายปากน้ำ แล้วตอนนั้นโดนไล่ที่ ยายเลยพยายามเก็บเงินจากการขายแผงผักที่ตลาดมาซื้อที่ดิน เก็บมาจนลูกสาวอายุได้ 9 ขวบ ก็ปลูกบ้านหลังนี้ได้ . “ยายขายผักส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี จบมาเขาก็มาเปิดร้านขายพวงมาลัยในตลาดสด ตอนนั้นลูกสาวก็เป็นคนซื้อของเข้าบ้านทั้งหมด ตู้ ทีวี ตู้เย็น ที่นอนที่ยายใช้นอน เขาก็ซื้อให้เป็นของขวัญวันแม่ . “จนวันที่ 9 กุมภา ปี 63 เช้ามืด ลูกสาวขับมอเตอร์ไซค์ออกไปซื้อดอกไม้ทำมาลัย เขาบอกยายว่ากำลังจะกลับบ้าน แต่เวลาผ่านไป ยายติดต่อเขาไม่ได้ ยายก็พยายาม โทร. ตาม จนมีผู้ชายรับโทรศัพท์ เขาบอกยายว่า ‘คุณวันดี เสียชีวิตแล้ว’ หัวใจล้มเหลวคารถ . “ยายเสียใจที่สุด ข้าวปลาไม่ได้กิน ของในบ้านที่ลูกซื้อไว้ เสื้อผ้าของเขา อุปกรณ์ร้อยมาลัย ยายก็เก็บไว้ไม่กล้าทิ้ง . “แต่วันที่น้ำท่วม ยายเก็บอะไรไม่ได้เลย น้ำมันเข้าหมด ของล้มหมดเลย ที.วี. ก็น้ำท่วม พัดลมก็น้ำท่วม ของที่ลูกเขาซื้อไว้ก็พังหมด ลอยน้ำหมดไม่เหลืออะไร เหลือแค่กระดูกกับรูปของลูก . “ยายนั่งวิดน้ำมาสองสามวันแล้ว นั่งทำคนเดียว ก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ของอะไรมันก็เก็บไม่ได้แล้ว ก็เลยต้องปล่อย . “ตอนกระจกเงาเข้ามาถาม (สอบถามความต้องการล้างบ้าน) ยายก็ไม่ได้คิดไรหรอกนะ ไม่คิดว่าเขาจะมา แค่เล่าไปตามความจริงว่าเราเจออะไร แล้วพอวันนี้อาสามาช่วยทำให้ ยายดีใจ ยายทำคนเดียวทั้งหมดคงไม่เสร็จ มันเหนื่อยสุดยอดเลย หลังปวดจนต้องกินยา” . อาสาล้างบ้านมูลนิธิกระจกเงา เข้าช่วยล้างบ้านให้ยาย . สิ่งต่าง ๆ ที่จมน้ำ ถูกเคลียร์ออก รวมถึงของใช้ เสื้อผ้า ตุ๊กตา ที่เคยเป็นของลูกสาว ซึ่งกลายเป็นขยะน้ำท่วม ความทรงจำทั้งหมด เปลี่ยนที่ดำรงอยู่ จากวัตถุ ย้ายไปอยู่ในหัวใจของแม่ . ชั่วนิรันดร์ ———————————————— ส่วนของใช้พื้นฐานที่พังเสียหาย มูลนิธิกระจกเงา ได้นำสิ่งของจากผู้บริจาค ไปเปลี่ยนทดแทนใหม่ พร้อมทั้งทาสี ปูกระเบื้องยาง ปรับปรุงที่พักอาศัย เพื่อให้ชีวิตของคุณยาย ได้เริ่มต้น ดำเนินต่อ อย่างไม่ต้องยากลำบากจนเกินไป . แม้ศูนย์อาสาล้างบ้านมูลนิธิกระจกเงาจะปิดลง แต่ทีมเฉพาะกิจ ยังคงเดินหน้าในภารกิจฟื้นฟู ช่วยเหลือผู้คนกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย . สนับสนุนภารกิจฟื้นฟูน้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้ที่ กองทุนภัยพิบัติ (Special Force) โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่บัญชี 202-258298-3 ธ.ไทยพาณิชย์ . #น้ำท่วมกรุงเทพ2569 #อาสาล้างบ้าน #มูลนิธิกระจกเงา
1
153
155
5,145
คนหาย!!! ชื่อ นายศุภชัย จันทร์แจ่ม หรือ คาเฟ่ อายุ 44 ปี หายออกจากบริเวณหมู่ที่ 6 ตำบลบางเสด็จ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. คนหายรูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 170 ซม. น้ำหนักประมาณ 65 กก. ผิวขาวเหลือง ผมสั้น ผมสีดำปนขาว การแต่งกาย สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีดำ สวมกางเกงขาสั้นเขียวขี้ม้า สวมรองเท้าแตะแบบหนีบสีดำ จุดสังเกตสวมแว่นสายตาสีขาว **คนหายสวมริสแบนด์โครงการหาย(ไม่)ห่วง สีส้ม ของมูลนิธิกระจกเงา ที่ข้อมือข้างขวา** #คนหายมีปัญหาสุขภาพจิต ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา โทร. 095 631 1914 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ประกาศเมื่อ 25 ตุลาคม 2569 #คนหาย
286
46
2,836
“แว่นอันเก่าติดไปกับกระเป๋าที่โดนขโมย ผมสายตายาวเวลาอยากอ่านหนังสือถ้าไม่มีแว่นมันเลยต้องเพ้งอ่านลำบาก” “ผมเป็นคนใส่แว่นมาตั้งแต่เด็กๆวันนี้เลยมาวัดสายตาแล้วทำแว่นใหม่ พันกว่าบาทก็ไม่เป็นไร เราไม่เสียดายเพราะเป็นของจำเป็น ถ้าเป็นเมื่อก่อนไม่มีเงินเลยสักบาท เเต่พอมาอยู่ที่จ้างวานข้าแล้วมันดีขึ้น” อีกไม่กี่วันชายไรบ้านคนนี้จะเข้าสู่โปรแกรมเปลี่ยนผ่าน และจะมีห้องเช่าเป็นของตัวเอง เขาบอกกับทีมงานอีกว่า แว่นอันใหม่นี้จะเอาไว้อ่านหนังสือในห้องใหม่ของเขา . Pic of สัปดาห์ . #ภาพเล่าเรื่อง #มูลนิธิกระจกเงา
17
24
1,833
Thank You On behalf of George Russell, in conjunction with the 2026 Austin GP. Supporting funds of 2,163.63 ​​baht to The human on street project of The Mirror Foundation. George Russell Thai fans are coming together to raise funds to help people living on the streets, including those with memory problems, who are often forgotten and have little access to the care they need. We hope to help them receive proper treatment and support so they can recover and have a chance to return to society. At the same time, we want to show our support for George as he continues his racing journey and cheer him on as he gets closer to his dream of becoming a World Champion.
1
422
10
640
13,144
ขอขอบคุณผู้บริจาคในนามแฟนคลับ องซองอู (Ong Seongwu) เนื่องในโอกาสต้อนรับคุณซองอูทำการแสดงแฟนมีตติงที่ไทยในวันที่ 31 ต.ค.นี้ สนับสนุนทุนทรัพย์ จำนวน 2,508 บาท แก่โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา #LetsgoONG_in_Bangkok
197
109
4,429
“มันทุกข์ทรมานใจมากนะ ไม่มีทางลืมความทุกข์นี้ได้หรอก ไม่มีทางเลย ตราบใดที่ไม่รู้ว่าลูกเป็นตายร้ายดียังไง จะเจอแบบไหนก็ได้ ขอให้ได้เจอ จะได้รู้ว่าชีวิตต้องทำยังไงต่อ” . 13 ปีแล้วที่ความทุกข์นี้ยังอยู่กับแม่ของเด็กหาย ความตายอาจมีวันทำใจยอมรับได้ แต่การหายตัวไปโดยไม่รู้ชะตากรรม เป็นความทุกข์ที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ . 17 ตุลาคม 2556 ที่บ้านน้ำลัด ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ เด็กชายเดชาวัต ยาต่อ หรือน้องเจต อายุ 12 ปี หายตัวไปจากหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเพียงไม่กี่สิบหลังคาเรือน . แต่กว่าครอบครัวจะรู้ว่าน้องเจตหายไป ก็ผ่านไปถึง 2 วัน เพราะพ่อแม่แยกทางกัน บ้านแม่อยู่ด้านบน ส่วนบ้านพ่ออยู่ท้ายหมู่บ้าน น้องเจตสลับไปอยู่ทั้งสองบ้าน และหมู่บ้านไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ต่างฝ่ายจึงคิดว่าลูกไปนอนอยู่อีกบ้าน . วันที่ 19 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง อบต. พ่อแม่ได้พบกัน จึงรู้ว่าน้องเจตหายไป 2 วันแล้ว . ชาวบ้านเริ่มค้นหาที่ลำน้ำท้ายหมู่บ้าน เพราะช่วงนั้นฝนตกหนักและมีน้ำป่าไหลหลาก พบรองเท้าหนึ่งข้างคล้ายที่น้องเจตสวม ลอยอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กม. แต่ไม่พบเบาะแสอื่น . เมื่อไม่พบตัวในลำน้ำ ชาวบ้านเริ่มตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุอื่น รวมถึงความขัดแย้งในการเลือกตั้งสมาชิก อบต. ซึ่งพ่อน้องเจตลงสมัคร และลูกชายหายไปก่อนวันเลือกตั้งเพียง 2 วัน . “เดอะกิ๊ก” พลตำรวจโทพงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางในขณะนั้น ฟังทีมงานกระจกเงาเล่าเรื่องน้องเจตได้เพียงไม่กี่นาที ก็โบกมือให้หยุด ก่อนสั่งการให้ตำรวจชุดเฉพาะกิจลงพื้นที่ร่วมกับกระจกเงาทันที . เราประสานกู้ภัยฮุก 31 จากนครราชสีมา นำนักประดาน้ำค้นหาตลอดแนวลำน้ำไปจนถึงฝายน้ำล้นอำเภอฟากท่า จุดที่สงสัยก็จ้างรถแบ็กโฮเข้าขุดค้น ขณะที่ตำรวจสอบสวนกลางตรวจสอบประเด็นอื่นและพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง . เมื่อคดียังไม่มีความคืบหน้า กระจกเงาทำหนังสือถึง ผบ.ตร. ขอทีมสืบสวนเฉพาะกิจจากกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) นครบาล ลงพื้นที่ร่วมกับตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์อีก 2 ครั้ง . มีหลายสมมติฐานที่ไม่อาจเปิดเผยต่อสาธารณะได้ แต่เรายังพยายามพิสูจน์ข้อเท็จจริงมาตลอด 13 ปี ทีมกระจกเงาลงพื้นที่ติดตามคดีนี้มากกว่า 10 ครั้ง . 13 ปีผ่านไป จากเช้าวันที่น้องเจตบอกว่าจะไปบ้านพ่อ บ้านที่เดินถึงกันเพียงไม่กี่นาที . แต่จนวันนี้ ทั้งพ่อและแม่ยังรอลูกกลับมา.
883
1
224
8,261
“คิดว่าชีวิตนี้จะต้องอยู่สถานสงเคราะห์ไปจนตายซะแล้ว” . “ผมเข้า ๆ ออก ๆ สถานสงเคราะห์ มา 9 ปี แล้ว ที่ต้องเข้าไปอยู่เพราะผมป่วยจิตเวช มีช่วงนึงในชีวิตที่ผมไปใช้สารเสพติด จนประสาทหลอน ควบคุมตัวเองไม่ได้ นิสัยก้าวร้าว หนีออกจากบ้านไปเดินเร่ร่อน จนพ่อดูแลไม่ไหว ตอนนั้นแม่ก็เสียด้วย สุดท้ายพ่อบอกว่า เรือแตกแล้วลูก ไปอยู่สงเคราะห์สักพัก ถ้าดีขึ้นค่อยออกมาอยู่ด้วยกันนะลูกนะ” . “ตอนอยู่สถานสงเคราะห์ ช่วงแรกก็ปรับตัวยาก รู้สึกตัวเองไม่มีคุณค่า คิดว่าคงไม่ได้ออกมาแล้ว เราจะไปทำงานอะไร เราเป็นคนบ้า ป่วยจิตเวช ใครจะรับเราไปทำงาน อยู่มาสักพักเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์บอกว่า กระจกเงาเขาจะมาจ้างงาน ผมดีใจมาก ในที่สุดก็มีคนยื่นโอกาสมาแล้ว ผมก็รับโอกาสนั้นทันที” . “วันที่ได้ออกจากสถานสงเคราะห์ ผมไปลาพ่อ บอกว่าได้งานที่มูลนิธิกระจกเงาแล้ว ผมจะเริ่มชีวิตใหม่ พ่อก็ร้องไห้ บอกผมว่า ให้โชคดีกับอนาคตใหม่ของลูกนะ พ่อดีใจมากที่ลูกมีวันนี้” . “ตอนนี้ผมทำงานที่จ้างวานข้ามาได้จะครบปีแล้วครับ ผมทำหน้าที่ซ่อมเครื่องผลิตออกซิเจน ซ่อมวีลแชร์ ซ่อมเตียงผู้ป่วย แล้วส่งต่อให้ผู้พิการติดเตียง ผู้สูงอายุ คนป่วยที่ยากจน รู้สึกว่า เป็นงานที่มีความหมายมาก ภาคภูมิใจในตัวเองว่า เออเว้ย คนแบบเราก็ช่วยเหลือคนอื่นได้ ชีวิตมันไม่ได้ไร้ค่าแล้ว” . “ผมเชื่อเลยว่า งานเป็นตัวดึงผมออกจากวงจรยาเสพติดได้ อีกอย่างที่มูลนิธิกระจกเงาซัพพอร์ตผมทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องจิตเวช มีคนคอยติดตามการกินยา หรือเวลาไปหาหมออย่างดี ผมว่าผมมาไกลกว่าเดิมมากนะ เริ่มเห็นอนาคตตัวเองชัดขึ้น พอมีเงินเก็บ ดูแลคนอื่นได้ เช่าห้องของตัวเองได้” . “ทั้งชีวิตไม่เคยพาพ่อไปเที่ยวเลย ปลายปีนี้มีสิ่งที่ผมอยากทำคือ กลับไปเยี่ยมพ่อ ผมเคยบอกกับพ่อว่า พ่อครับ ปลายปีนี้เจอกัน ผมจะจ้างพ่อให้หยุดงานสักวันแล้วไปเที่ยวด้วยกันครับ“ __________ # ชายหนุ่มผู้ได้รับโควตาการจ้างงานคนพิการตามพรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ งานได้พลิกชีวิตเขาไปในทางเจริญเป็นที่เรียบร้อย . # สามารถสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการ ผ่านโควตาการจ้างงานคนพิการตามพรบ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ บริษัทใดที่สนใจสามารถสอบถามมาได้ที่เบอร์โทร 092 429 5663 . # สนับสนุนจ้างวานข้าได้ที่ โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
61
59
2,733
**ประกาศซ้ำ** คนหาย !!! ชื่อ นายสุบิน สีประหลาด หรือ สุบิน อายุ 50 ปี หายออกจากบริเวณหมู่ที่ 10 ตำบลซำ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. คนหายรูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 177 ซม. น้ำหนักประมาณ 60 กก. ผิวดำแดง ผมสั้น ผมสีดำ **เบาะแสล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น. พบคนหายบริเวณหน้าร้านออพาณิชย์ ถนนศรีสุมังค์ ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังวหวัดศรีสะเกษ การแต่งกายสวมเสื้อแขนยาวสีน้ำเงิน สวมกางเกงขายาวสีดำ สังเกตถือถุงบรรจุอาหารหลายถุง** #คนหายมีปัญหาสุขภาพจิต ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา โทร. 095 631 1914 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา #คนหาย
505
72
3,389
ขอขอบคุณผู้บริจาคในนาม แฟนคลับน้องน้ําปิง นภัสกร และยายพี่โอ๋เอ๋ สนับสนุนเครื่องดื่มดีเซเว่น เพื่อส่งต่อผู้คนในสังคมร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา #nampingster #โอ๋เอ๋ #OhAe @RedMe_Da
252
343
4,589
“พ่อขายนาส่งเขาเรียน เขาเป็นความหวังของพ่อ วันนี้ความหวัง พังทลายไปหมดแล้ว” พ่อของ “อะตอม” เดินทางจากหนองบัวลำภูมารับศพลูกชายที่กรุงเทพฯ หลังลูกชายหายออกจากบ้านไปนานกว่า 10 เดือน เมื่อมูลนิธิกระจกเงาได้รับแจ้งว่า “อะตอม” หายตัวไป ทีมงานได้ดำเนินการสืบสวนและประกาศติดตามหา แต่ยังไม่พบเบาะแส การหายตัวไปของอะตอมเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยขาดการติดต่อ และมีความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์อยู่เสมอ ทำให้เราประเมินว่าอาจมีเหตุบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา “พ่อทำได้แค่ไปแจ้งความ เราเป็นแค่ชาวบ้าน ก็ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ มันได้แต่ทำใจ ไม่รู้จะไปตามหาที่ไหน” นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทีมงานเดินทางไปจังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อเก็บดีเอ็นเอของพ่อ ส่งตรวจเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลศพนิรนาม “วันที่กระจกเงา มาเก็บดีเอ็นเอ คิดว่ามันต้องเกิดอะไรขึ้น ก็พอจะเริ่มคิดไว้แล้ว ว่าลูกเราจะตายหรือเปล่า” กระทั่งผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันว่า ศพนิรนามที่พบเสียชีวิตจากการจมน้ำในคลองแสนแสบ คืออะตอม ลูกชายที่ครอบครัวเฝ้าตามหา “พอกระจกเงาโทรมาบอก ว่าผลดีเอ็นเอตรงกับศพนิรนามที่จมน้ำ มันทั้งเสียใจ และดีใจ ที่อย่างน้อยได้เจอลูกแล้ว” สงกรานต์ปีก่อน อะตอมกลับบ้านและพูดกับพ่อว่า “พ่อไม่ต้องห่วงนะ ถ้าไม่ได้ดี จะไม่กลับบ้าน จะหาเงินกลับมาสร้างบ้านบนที่ของพ่อให้ได้” แต่การกลับบ้านครั้งนี้ ไม่ใช่อย่างที่อะตอมเคยตั้งใจไว้ แม้ความหวังของพ่อและความฝันของอะตอมจะยังไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยวันนี้เขาได้รับชื่อและนามสกุลคืนมา ไม่ต้องอยู่ในสุสานศพนิรนามอีกต่อไป “อะตอม” ได้กลับบ้านกับพ่อแล้ว ⸻ ขออนุโมทนาบุญกับผู้สนับสนุนทุกท่าน กระบวนการค้นหาและติดตามคนหายเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากการสนับสนุนของทุกท่าน รวมถึงเงินบริจาคส่วนหนึ่งที่มูลนิธิกระจกเงานำมาช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพอย่างเรียบง่าย เพื่อให้ครอบครัวได้พาลูกชายกลับบ้านครับ ⸻ บริจาคเพื่อทำบุญให้คนหาย-ศพนิรนาม ชื่อบัญชี โครงการศูนย์ข้อมูลคนหาย โดย มูลนิธิกระจกเงา ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 202-258288-6
163
2
132
6,305
คนหาย !!! ชื่อ นายสุเทพ ชื่นรส หรือ จ่อย อายุ 67 ปี หายออกจากบริเวณหมู่ที่ 1 ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 คนหายรูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 163 ซม. น้ำหนักประมาณ 55 กก. ผิวดำแดง ผมสั้น ผมสีดำปนขาว การแต่งกายสวมเสื้อยืดแขนสั้น สวมกางเกงขาสั้น สวมรองเท้าแตะ จุดสังเกตไว้หนวดเครา ฟันหลอหลายซี่ และพูดสื่อสารได้ช้า #คนหายมีความบกพร่องทางสติปัญญา ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา โทร. 095 631 1914 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ประกาศเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 #คนหาย
1
548
80
3,738
ขอขอบคุณ บริษัท ไอเอเอ็น โซลาร์ เอ็นเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้า น้ำดื่ม และข้าวสารอาหารแห้ง เพื่อส่งต่อผู้คนในสังคมร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ทุกการแบ่งปันของท่าน สนับสนุนให้มูลนิธิกระจกเงาได้ดำเนินงานและสามารถทำหน้าที่เป็นเงาสะท้อนปัญหาทางสังคมที่มีอยู่มากมายและยังไม่จบสิ้น #การแบ่งปันของคุณเปลี่ยนแปลงสังคมได้ #มูลนิธิกระจกเงา
3
1
780
ขอขอบคุณ กระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา เข้ามาบริจาค เสื้อผ้า และถังขยะ เพื่อส่งต่อผู้คนในสังคมร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ทุกการแบ่งปันของท่าน สนับสนุนให้มูลนิธิกระจกเงาได้ดำเนินงานและสามารถทำหน้าที่เป็นเงาสะท้อนปัญหาทางสังคมที่มีอยู่มากมายและยังไม่จบสิ้น #การแบ่งปันของคุณเปลี่ยนแปลงสังคมได้ #มูลนิธิกระจกเงา
2
7
927
ความเจ็บปวดของความเจ็บป่วย !!!! . ผู้ชาย เป็น พี่ ผู้หญิง เป็น น้อง . พี่ จบ รัฐศาสตร์ น้อง จบ บัญชี . พี่ โรคซึมเศร้า ภายหลังพี่สาวที่รักที่สุดเสียชีวิตลง . น้อง โรคจิตเภท ในช่วงที่การงานรุ่งโรจน์ . โรคลุกลาม ทั้งคู่ต้องจบชีวิตการงาน รักษาตัวเองคือสิ่งที่ต้องทำ รักษาตัวใช่ว่าจะกลับมาได้เช่นเดิม เอฟเฟกต์จากโรคมันทำลายระบบการคิด ระบบการใช้ร่างกายจนรวน ทั้งคู่ไม่เคยกลับเข้าสู่ระบบการจ้างงานในตลาดแรงงานปกติได้อีก . “เราเคยไปสมัครงานหลายที่ พอเขารู้ว่าเราป่วยจิตเวช เขาก็ปฏิเสธเราแล้ว เขากลัวว่าเราจะทำงานไม่ได้ ตอนเขียนใบสมัครงานมือสั่น พอเขาเห็นเขาก็บอกว่า ทำไม่ไหวหรอก เอาไว้คราวหน้า เรากลับบ้านคอตกทุกครั้ง ตอกย้ำตัวเองว่าพิการ ไม่มีคุณค่า ไม่มีใครรับทำงาน เป็นตัวอับโชค เขากลัวว่าเราจะสร้างปัญหาจากอาการทางจิตของเรา” . “ช่วงที่ตกงาน ลำบากมาก ทุกวันต้องไปวัด เพื่อไปทำงานแลกข้าว ไปกันสองคนพี่น้อง ตื่นตั้งแต่ตี 5 กลับ 6 โมงเย็นทุกวัน ตอนนั้นไม่มีทางเลือก รู้ว่าทำไปก็ไม่ได้เงิน แต่ยังไงก็ต้องเอาข้าวกลับมาให้คนที่บ้านได้กิน” . “บ้านหลังนี้ที่เราอยู่ เราตั้งใจว่าจะอยู่จนตาย เพราะมันเป็นบ้านที่พ่อแม่พี่น้องเราสร้างมา และหลายคนก็เสียที่นี่ อยากรักษาไว้แต่ไม่มีเงินส่ง และเอาเข้าแบงก์ไปด้วย ขนาดน้ำไฟยังไม่กล้าใช้กลัวโดนตัด ตอนนั้นก็พยายามหางานทุกที่เพื่อจะได้มีเงินมาจ่าย แต่เราโชคไม่ดี เราสองคนที่แข็งแรงในบ้านก็ป่วยจิตเวชทั้งคู่” . “เมื่อก่อนอยู่กัน 7 คน แต่ทุกคนล้มป่วยและจากไป พี่สาวเป็น SLE แม่ติดเชื้อในกระแสเลือด เสียชีวิตแล้วทั้งคู่ พี่สาวที่ยังอยู่ด้วยตอนนี้เป็นรูมาตอยด์กระดูกซี่โครงหลังเสื่อม ส่วนเราสองคนก็ป่วยจิตเวชไปอีก” . ทั้งสองคนมาสมัครจ้างวานข้า ทั้งสองคนปัจจุบันได้รับโควตาการจ้างงานคนพิการจากบริษัท SC ASSET . ชีวิตเปลี่ยน เห็นได้ชัดจากสีหน้า และ สภาพภายในบ้าน จากมืดคล้ำ เป็น สุกสว่าง . “แต่ก่อนเราเครียดมาก เครียดทุกวันทุกเวลา ปัญหาการเงินมันรุมเร้า แต่ทุกวันนี้พอได้ทำงานไม่ได้หมกมุ่นกับเรื่องหาเงินแล้ว กลับคิดว่า เราจะกินอะไรกันดีวันนี้ ไม่ต้องไปเอาข้าววัดกิน ซื้อกินได้ด้วยเงินของตัวเอง อีกอย่างมันสบายใจมากขึ้น เพราะเรามีเงินส่งบ้าน ไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร คนในบ้านทุกคนก็กินดีอยู่ดี ร่างกายแข็งแรงขึ้น” . “ปกติที่บ้านชอบกินต้มยำทะเล และคะน้าหมูกรอบ เราไม่ได้กินกันหลายปีมาก เพราะเราไม่มีเงิน แต่วันที่เงินเดือนครั้งแรกออก เราก็สั่ง 2 อย่างนี้มาล้อมวงกินกันพี่น้องที่ยังเหลือกัน 3 คน ยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี มันมีความสุขมาก ภูมิใจในตัวเอง (ยิ้ม) กลับมามีวันดี ๆ ได้แล้วสักที ชีวิตไม่อับโชคอีกต่อไปแล้ว” __________ สามารถสนับสนุนการจ้างงานผู้พิการ ผ่านโควตาการจ้างงานคนพิการ บริษัทใดที่สนใจสามารถสอบถามมาได้ที่เบอร์โทร 092 429 5663 . สนับสนุนจ้างวานข้าได้ที่ โครงการผู้ป่วยข้างถนน โดยมูลนิธิกระจกเงา เลขที่ 202-2-58289-4 SCB
4
310
1
400
42,349
คนหาย !! ชื่อ นายณัฐวุฒิ รักธรรมจริง หรือ อาร์ต อายุ 21 ปี หายออกจากบริเวณหมู่ที่ 3 ซอยกู้พารา ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 09.00 น. คนหายรูปร่างสมส่วน สูงประมาณ 157 ซม. น้ำหนักประมาณ 50 กก. ผิวดำแดง ผมรากไทร ผมสีดำ การแต่งกายสวมเสื้อเชิ้ตยีนส์แขนยาวสีน้ำเงิน สวมเสื้อยืดด้านในแขนสั้นสีฟ้า สวมกางเกงยีนส์ขายาวสีดำมีรอยขาด สวมรองเท้าหุ้มข้อสีดำ มีตำหนิรอยสักไม่ทราบรูปบริเวณหลัง จุดสังเกตฟันหน้าห่าง และไว้หนวดเครา ผู้ใดพบเห็นโปรดแจ้งมูลนิธิกระจกเงา โทร. 095-631-1914 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ประกาศเมื่อ 20 ตุลาคม 2569 #คนหาย
1
498
69
4,534
อัพเดทข้อมูลเพิ่มเติม **เบาะแสล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. พบคนหายบริเวณวัดบางพลีใหญ่ใน (วัดหลวงพ่อโต) หมู่ที่ 10 ถนนสุขาภิบาล 3 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ **
1
320