อย่ามองโบ้ว retweeted
กรศุทธิ์ = พันธุ์กระต่าย
สหธน = ไก่ย่างสามสหาย
สมยศ = หนังสือเขียนดี อ่านเข้าใจ แต่สอนไม่เข้าใจ
อย่ามองโบ้ว retweeted
นิยามนี้ให้เลย สมยศ เชื้อไทย พูดไรไม่รู้ แต่หนังสืออ่านรู้เรื่องทุกเล่ม งงมาก
Replying to @oKRMHOo
สำหรับข้อ 1 นิติมธ.อาจจะไม่ใช่ ส่วนข้อ 2 เคยเรียนปวศ.กฎหมายแล้วรู้สึกล่องลอยจนอยู่ห้องอ่านตำราที่อ.ผู้สอนเป็นคนเขียนยังจะเข้าใจกว่า เพราะบางคนสื่อสารผ่านการเขียนดีกว่าการพูดอีก ไม่รู้ทำไม555555555
อย่ามองโบ้ว retweeted
เพิ่มนิดนึงคับบ เกียรติ 1 ต้องได้คะแนนเฉลี่ย 85 ขึ้นไปเต็ม 100 ซึ่งแปลงเป็นเกรดระบบปกติ = 4.00 แปลว่าเกียรติ 1 ต้องได้ 4.00 คับบ 55555
อย่ามองโบ้ว retweeted
ไม่จ้าาาาาา ผิดถนัด ไม่ใช่สำหรับที่มอท่อแน่นอน เพราะเขาไม่ขอเลกเชอร์กันจ่ะ วัฒนธรรมที่นี่เขา "จ่ายตังค์ซื้อ" กัน และก็ไม่ใช่ภาระของคนจดเลกเชอร์ด้วย เพราะอีตัวคนจดนั่นแหละ เป็นตัวขายเลย พอใกล้ ๆ สอบก็เริ่มลงขายกันละในสตอรี่ไอจีบ้างในไลน์สแคสร์คณะบ้าง หาค่ากาแฟค่าขนมกินกรุบ ๆ
You’re unable to view this Post because this account owner limits who can view their Posts. Learn more
แม่เส้นเลือดในสมองตีบ แล้วโทรมาบอกให้ลูกสาวลาออกจากงาน กลับเชียงใหม่มาดูแล
ลูกสาวถามกลับแค่ประโยคเดียว
“แม่ ตอนแบ่งบ้าน แม่บอกว่าหนูเป็นคนที่แต่งออกไปแล้ว พอตอนนี้ต้องการคนดูแล หนูกลับมาเป็นลูกสาวแม่อีกแล้วเหรอ”
แม่ร้องไห้อยู่ปลายสาย
แม่ไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่วัน ลูกสาวจะไปเจอจดหมายจากธนาคาร ในลิ้นชักข้างเตียงของแม่
พาริน อายุ 38 เป็นนักบัญชีอยู่กรุงเทพฯ
ณัฐ น้องชาย อายุ 35 เปิดอู่ซ่อมรถอยู่เชียงใหม่
พ่อเสียไปตั้งแต่ลูกๆ ยังเด็ก แม่ขายกับข้าวในตลาด เลี้ยงลูกสองคนมาคนเดียว
พารินเรียนมหาวิทยาลัยด้วยเงินกู้ กยศ. เสาร์อาทิตย์ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ
ณัฐเรียนไม่จบ ม.ปลาย แม่เอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาเปิดอู่ให้
พารินไม่เคยค้านสักคำ
ทำงานปีแรก เงินเดือน 15,000 เธอส่งให้แม่เดือนละ 3,000
พอเงินเดือนขึ้นเป็น 38,000 เธอส่ง 5,000
แม่ป่วย เธอจ่าย ตู้เย็นเสีย เธอซื้อใหม่ น้องแต่งงาน เธอใส่ซอง 50,000
ปีนั้นเธอเพิ่งซื้อคอนโดเล็กๆ ต้องผ่อนทุกเดือน
หกปีก่อน แม่เรียกเธอกลับเชียงใหม่
บนโต๊ะมีเอกสารโอนบ้านวางอยู่
บ้านสองชั้นที่พ่อกับแม่ซื้อที่ดินปลูกไว้ตั้งแต่หนุ่มสาว รวมที่ดินแล้วมูลค่า 2.8 ล้านบาท
“บ้านนี้ยกให้ณัฐ เขาเป็นลูกผู้ชาย ต้องเลี้ยงครอบครัว ต้องมีหลักประกัน”
พารินถามว่า “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ บอกหนูล่วงหน้าสักคำไม่ได้เหรอ”
แม่ขมวดคิ้ว “จะบอกทำไม แกแต่งออกไปแล้ว ยังจะกลับมาแย่งกับน้องอีกเหรอ”
ณัฐที่นั่งอยู่ข้างๆ พูดขึ้นมา
“พี่ไม่ต้องห่วง บ้านให้ผม ต่อไปเรื่องดูแลแม่ ผมรับเองทั้งหมด”
คืนนั้น พารินร้องไห้อยู่ในห้องคนเดียวนานมาก
ไม่ใช่เพราะบ้าน
แต่เพราะเธอเพิ่งเข้าใจว่า เงินทุกบาทที่ให้มาตลอดหลายปี ในสายตาแม่มันคือ “หน้าที่”
แต่พอพูดถึงสมบัติในบ้าน เธอกลายเป็นคนนอกทันที
วันรุ่งขึ้น เธอกลับกรุงเทพฯ
หกปีหลังจากนั้น เงิน 5,000 ไม่เคยขาดสักเดือน
ปีที่แล้ว แม่เส้นเลือดในสมองตีบ
พารินบินกลับเชียงใหม่ทันที ลางานสิบวันเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล
ณัฐกลางวันเปิดอู่ กลางคืนแวะมาบ้างเป็นครั้งคราว
ตอนออกจากโรงพยาบาล หมอบอกว่าต้องทำกายภาพบำบัดอีกนาน และต้องมีคนดูแลตลอด
พารินเสนอให้จ้างผู้ดูแล เดือนละ 15,000
ประโยคแรกที่ณัฐพูดคือ “แพงขนาดนั้น? ผมจะเอาเงินที่ไหน”
พารินบอกว่า “พี่ออกให้ก่อน”
สองเดือน ค่าผู้ดูแลกับค่ากายภาพ เธอจ่ายไปเกือบ 40,000
พอเดือนที่สาม ณัฐโทรมา
“ไม่จ้างแล้วนะผู้ดูแล แพงเกิน พี่กลับมาดูแลเองไม่ดีกว่าเหรอ ยังไงพี่เขยก็มีรายได้อยู่แล้ว”
แม่รับสายต่อ
“แกเงินเดือนแค่ไม่กี่หมื่น ขาดเงินเดือนแกไปคนเดียว บ้านก็ไม่อดตายหรอก แกเป็นลูกสาว ดูแลแม่มันเป็นหน้าที่ไม่ใช่เหรอ”
พารินถาม “ตอนยกบ้านให้ณัฐ เขาบอกว่าจะดูแลแม่เองทั้งหมดไม่ใช่เหรอ”
แม่ตอบ “นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้น้องเขาก็ลำบาก”
“แล้วหนูล่ะ หนูไม่ลำบากเหรอ”
แม่ไม่ตอบ
แล้วพารินก็ถามประโยคนั้นออกไป
ปลายสายเงียบไปนาน แล้วแม่ก็ร้องไห้
“แม่เลี้ยงแกมาจนโต ขอให้กลับมาดูแลแค่ไม่กี่เดือน แกมานั่งคิดบัญชีกับแม่เหรอ”
ไม่กี่วันต่อมา ณัฐโพสต์ในไลน์กลุ่มครอบครัว
“พี่ผมอยู่กรุงเทพฯ สบายดี แม่ป่วยขนาดนี้ ยังไม่ยอมกลับมาดูแล”
แนบรูปแม่นั่งรถเข็นอยู่คนเดียว
ป้าทักแชตส่วนตัวมา “เงินหาใหม่ได้ แต่แม่มีคนเดียวนะ”
น้าบอกว่า “น้องเขาต้องเลี้ยงทั้งครอบครัว เป็นพี่ก็ช่วยแบกหน่อย”
พารินไม่ตอบใคร
สุดสัปดาห์นั้น เธอกลับเชียงใหม่ไปช่วยแม่จัดเอกสารสิทธิ์การรักษา
แล้วในลิ้นชักข้างเตียงของแม่ เธอก็เจอจดหมายฉบับนั้น
ใบแจ้งชำระหนี้สินเชื่อจำนองจากธนาคาร
ผู้กู้: ณัฐ
ทรัพย์ที่จำนอง: บ้านหลังนั้น
วันที่กู้: แปดเดือนหลังโอนบ้าน
ในลิ้นชักยังมีสมุดบัญชีของแม่
หกปีที่ผ่านมา ทุกเดือนที่เงิน 5,000 ของเธอเข้า วันรุ่งขึ้นจะมีเงิน 3,000 โอนออกไปบัญชีของณัฐ
หมายเหตุเขียนว่า: ค่าเทอมหลาน
พารินนั่งอยู่ข้างเตียง มือสั่นไม่หยุด
“หลักประกัน” ที่แม่ยกให้ลูกชาย ถูกจำนองให้ธนาคารไปนานแล้ว
เงินที่เธออดออมส่งมาทุกเดือน เอาไปเลี้ยงลูกของน้อง
และแม่ รู้ทุกอย่าง
คืนนั้น พารินส่งข้อความเข้าไลน์กลุ่มครอบครัว
ไม่ด่าใคร ไม่อธิบายอะไรสักคำ
มีแต่รูป
สลิปโอนเงินหกปี 72 ใบ ส่งทีละใบ
ใบเสร็จค่าผู้ดูแล
ใบเสร็จโรงพยาบาล
สองรูปสุดท้าย
วันที่โอนบ้าน
กับใบแจ้งหนี้จำนองจากธนาคาร
กลุ่มเงียบไปทั้งคืน
ป้าที่บอกว่า “แม่มีคนเดียว” ไม่โผล่มาพูดอีกเลย
วันรุ่งขึ้น ณัฐบุกมาหาเธอ
“พี่หมายความว่าไง พูดไปพูดมา ก็ยังติดใจเรื่องบ้านอยู่ใช่ไหม”
พารินมองหน้าเขา
“ติดใจ? บ้านหลังนั้นตอนนี้เป็นของแกเหรอ”
“มันเป็นของธนาคาร”
หน้าณัฐซีดลงทันที
พารินวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ
“จ้างผู้ดูแลต่อ ทุกเดือนพี่ออกครึ่งหนึ่ง โอนตรงให้ผู้ดูแล ไม่ผ่านมือใครทั้งนั้น”
“แกอยู่ใกล้ กลางคืนกับเรื่องฉุกเฉินแกรับผิดชอบ”
“เรื่องให้พี่ลาออก ไม่ต้องพูดถึงอีก”
น้องสะใภ้ทำท่าจะพูด พารินหันไปมอง
“ชีวิตครอบครัวพวกเธอหยุดไม่ได้ แล้วชีวิตฉันหยุดได้ตามใจงั้นเหรอ”
ไม่มีใครพูดอะไรอีก
สามเดือนต่อมา แม่เริ่มถือไม้เท้าเดินได้ช้าๆ
พารินพาแม่ไปทำกายภาพเสร็จ สองแม่ลูกนั่งรอรถอยู่หน้าโรงพยาบาล
จู่ๆ แม่ก็จับมือเธอไว้
พารินคิดว่า ในที่สุดแม่คงจะพูดอะไรสักอย่าง
แม่พูดว่า
“หนี้บ้านของน้อง ช่วงนี้เขาผ่อนไม่ค่อยไหว…แกช่วยเขาหน่อยได้ไหม”
พารินนิ่งไปหลายวินาที
แล้วก็ดึงมือกลับ
รถมาถึง เธอพยุงแม่ขึ้นรถ ปิดประตูให้เรียบร้อย แล้วกลับกรุงเทพฯ คนเดียว
ตั้งแต่เดือนถัดมา เงิน 5,000 เธอไม่โอนให้แม่อีก
ค่าผู้ดูแลยังจ่ายครบทุกบาท โอนตรงให้ผู้ดูแล
แม่โทรมาด่าว่าเธอใจดำ
ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไง?
ดัดแปลงจากประสบการณ์จริงของเพื่อน
ที่โดนเพราะไม่ได้หาข้อมูลก่อนทำคลิปด้วยเปล่า ก่อนจะหาความเปลี่ยนแปลงอะไร หาข้อมูลที่ถูกต้องก่อนจะเผยแพร่อะไรออกสู่โลกออนไลน์ด้วยมั้ย กระบอกเสียงที่โง่ ไม่เกิดประโยชน์อะไร
อย่ามองโบ้ว retweeted
นึกสภาพว่ามึงอยู่บ้านของมึงดีๆ มีความสุขมากๆๆๆๆ แค่มันไม่ได้หรูหราในสายตาคนอื่น วันนึงมีอีเสร่ออยากจะสำเร็จความใคร่ทางศีลธรรมมาหาเรื่องบังคับให้มึงย้ายบ้าน มึงไม่เครียดหรอ แล้วนั่นมันนากตัวเล็กๆอะ
อย่ามองโบ้ว retweeted
นากมีชีวิตที่แย่เพราะเขาอยู่ในสวนสัตว์..นากตายภายใต้การดูแล
ทรายยินดีเป็นเป้าให้ครับจนกว่าทุกๆคนที่เสียใจจะรู้สึกดีขึ้น
อื้มมมมมม
อย่ามองโบ้ว retweeted
ฉันว่าคนที่มีสัตว์เลี้ยงนี่เข้าใจคำว่า unconditional love ยิ่งกว่าคนมีลูกอีกนะ เลี้ยงเด็กยังไงก็ต้องแอบคาดหวังให้โตไปเป็นแบบนู้นแบบนี้ แต่เลี้ยงหมาแมวคือไม่คาดหวังอะไรเลยนอกจากให้มันแข็งแรงและมีค.สุข จะเป็นแมวเปรต แมวขี้เกียจ แมวเนรคุณแค่ไหนก็ยังได้รับการเลี้ยงดูแบบลูกคุณหนู
อย่ามองโบ้ว retweeted
ค่ะพี่ puaysoy
You’re unable to view this Post because this account owner limits who can view their Posts. Learn more
อย่ามองโบ้ว retweeted
ใจกุเจ็บมาก อ้วนตุ นอนกระดิกหางสบายใจ แต่อีเหี้ยที่ไหนไม่รู้เดินมาถ่ายคลิปแล้วบอกหดหู่น่าสงสาร ขอให้ชีวิตมึงตายในห้องเช่าอย่างโดนเดี่ยวแล้วไม่มีใครพบศพนะ อีทุเรศ
อย่ามองโบ้ว retweeted
Replying to @sigmamale6996
首先你凭什么觉得你有资格挑选中国,越南,日本以及泰国的女性?你觉得贬低自己国家的女性抬高别人,就有人会夸你吗?女性不是物品,你们男的有钱就去请保姆,老婆没有义务承担所有的家务,你一个月给几个钱啊,中国大部分都是双职工家庭,男生和女生都要做家务,除非你是张凌赫
อย่ามองโบ้ว retweeted
เอาอีโก้มาใช้ผิดที่ผิดทางมาก นิติมธ.มันไม่มีนโยบายบังคับเข้าเรียน เป็นความรับผิดชอบของนักศึกษาที่จะต้องจัดการเอง แค่ตารางเรียนพวกกุยังต้องลงต้องจัดวิชาให้จบใน4ปีเองเลย คือเข้าใจว่าคัลเจ้อช้อค แต่ยิ่งไม่ใช่คณะตัวเองแล้วเอาความมั่นใจจากไหนมาพิมงั้น😭 สลิ้งแตกอะไรสามสี่โพส ฮา5555555
อย่ามองโบ้ว retweeted
SA ช้อปไทยเด็ดกว่า มีลูกค้าหนุ่มใหญ่มาซื้อเข็มขัด ลูกค้าบอกเป็นครั้งแรกที่ซื้อแบรนด์นี้ในไทยปกติช็อป ตปท. ตลอด บิลแรกก็จัดไป 6 แสนกว่าจากจุดเริ่มต้นที่ตั้งใจมาซื้อแค่เข็มขัด แต่แพ้ความสวย ความสุภาพ และคำหวานๆ ของ SA สาว...ก่อนกลับน้อง SA ขอแลกไลน์บอกจะเอาไว้ส่งคอลฯ ใหม่ ส่งโปรฯ และเชิญมา event ต่างๆ
จากนั้นน้อง SA ก็ไปตามหา IG จนเจอและคงเห็นแล้วว่าไลฟ์สไตล์ของหนุ่มใหญ่คนนี้ไม่ธรรมดา เลยเดินเกมรุก เริ่มด้วยการคัดเลือกเฉพาะ Limited Item ที่รู้ว่าตรงกับรสนิยมของเขาจริงๆ ส่งไปให้ดูแบบไม่ถี่หรือน่ารำคาญจนเกินไป
ผ่านไป 6 เดือน จากความใส่ใจที่พอดีและบริการที่เป็นมืออาชีพ ยอดซื้อของหนุ่มใหญ่คนนี้ก็พุ่งทะยานจนน้อง SA ได้ขึ้นแท่นท็อปเซลล์ประจำปีสมใจอยาก และกลายเป็น SA คนโปรดที่เขาไว้ใจให้ช่วยเลือกของขวัญให้คนรอบตัวอยู่เสมอ
อีก 1 ปีต่อมา เมื่อความสัมพันธ์พัฒนาจนรู้ใจกันทุกสเต็ป หนุ่มใหญ่จึงชวนเธอออกมาทำงานเป็น Personal Stylist ส่วนตัว ดูแลเรื่องเสื้อผ้าและลุคทั้งหมดให้เขาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ... งานนี้น้อง SA เลยไม่ต้องมายืนขาแข็งต้อนรับลูกค้าที่เคาน์เตอร์อีกต่อไป เรียกว่า Mission Complete ของจริง
เหมือนจะจบใช่มั๊ย? แต่ยัง...อีก 2 ปีต่อมาน้อง SA ได้เลื่อนขั้นไปเป็นภรรยาตามกฎหมาย แต่หวานได้ไม่นาน หนุ่มใหญ่ไปพัวพันกับคดีแชร์ลูกโซ่ที่เป็นข่าวใหญ่ ตอนนี้น่าจะยังอยู่ในห้องกรง


































