黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16) header
黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16) profile picture

☆ 我爱肖战 ☆ 小飞侠 🦐 just only one!! ❤️ ทาสแมว เป็นแม่แมวส้มอ้วน 1 ตัว 🐱 *อย่าฟอลเราเพียงเพราะทวีตเดียว เราปากแจ๋ว และจับดาบบ่อยมากค่ะ 😏*

Joined September 2019
Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)Photo by 黄水珠 🌻 肖战 (@ambuun16)
คติประจำตัวนุประจำปี 2026 ค่ะ ☺️
4
814
6
677
43,376
ดัชนี Vlinkage วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ✨ตัวละคร อันดับ 1 หลิวเจิงเลี่ยง 8.97 ✨ละครโทรทัศน์ อันดับ 2 #วอร์ดรักฮีลใจ 84.26 #SmallTownRemedy #XiaoZhanxSmallTownRemedy
16
1
22
522
#เซียวจ้าน ทำพิษ‼️ ความสุดของพระเอกคนนี้ นำพา #วอร์ดรักฮีลใจ ขึ้นสู่ยอดวิว 2,000,000++ แล้ว🔥🔥🔥 ฮีลใจของแท้ รักษาใจแฟน ๆ ได้ทุกคน💛💛💛 ติดตามความสนุกไปกับหมอหลิวใน #วอร์ดรักฮีลใจ #VIU เท่านั้น💛💛 #เสียงพากย์สุดฟินโดยทีมมาสเตอร์
192
1
224
1,870
(แปล) #เซียวจ้าน เป็นนักแสดงคนแรกที่ยืนยันเข้าร่วม #SmallTownRemedy ผู้กำกับสังเกตเห็นความจดจ่อในแววตาผ่านผลงานของเขา ทั้งคู่พบกันครั้งแรกและพูดคุยกันถึง 4 ชั่วโมง ก่อนเปิดกล้องคุยกันอีก 8 ชั่วโมง ผู้กำกับสัมผัสได้ว่าเซียวจ้านทำการบ้านมาและแทบจะเข้าสู่สภาวะของตัวละครได้อย่างเต็มที่แล้ว แปลฉบับเต็ม 🔗 canva.link/smalltownremedy-d… (บางส่วน) นักแสดงคนแรกที่ยืนยันเข้าร่วมแสดงในซีรีส์ Small Town Remedy ก็คือเซียวจ้าน ในเวลานั้นเขายังคงถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Gezhi Town อยู่ และยังเหลือเวลาอีกกว่าครึ่งปีก่อนที่โปรเจกต์นี้จะเปิดกล้องถ่ายทำ ขณะนั้น จางเสี่ยวโปได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลและสัมผัสชีวิตจริงมาเรียบร้อยแล้ว บทละครก็ได้ข้อสรุปคร่าว ๆ แล้วเช่นกัน วันหนึ่งโดยบังเอิญ เขาได้เห็นภาพยนตร์เรื่อง มังกรหยก ที่เซียวจ้านแสดงนำทางโทรทัศน์ “ผมมองเห็นความจดจ่อที่เผยออกมาจากแววตาของเขาได้ในทันที” นี่เป็นลักษณะเฉพาะตัวที่หาได้ยากมากในตัวนักแสดง หลังจากนั้น เขาจึงตั้งใจกลับไปไล่ดูผลงานต่าง ๆ ของเซียวจ้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาโดยคร่าว ๆ สิ่งที่ทำให้จางเสี่ยวโปรู้สึกประทับใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่การแสดงที่ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างรุนแรงในฉากใดฉากหนึ่งของเซียวจ้าน แต่เป็นความจดจ่ออย่างลึกซึ้งและนิ่งมั่นคงที่ปรากฏอยู่ในสภาวะการแสดงของเขา หลังจากส่งบทละครให้ทีมงานของเซียวจ้าน ก็ได้รับการตอบกลับอย่างรวดเร็ว การพบกันครั้งแรกระหว่างจางเสี่ยวโปกับเซียวจ้านเกิดขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ เดิมทีนี่เป็นเพียงการพบปะพูดคุยเรื่องงานตามปกติ โดยมีจุดประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดเบื้องต้นและประเมินความเป็นไปได้ในการร่วมงานกัน แต่ผลปรากฏว่าทั้งสองคนพูดคุยกันยาวนานถึงสี่ห้าชั่วโมง อาหารที่เตรียมไว้บนโต๊ะแทบไม่มีใครแตะต้องเลย ตลอดการพูดคุยโต้ตอบกันไปมา สายตาของเซียวจ้านไม่เคยวอกแวกหรือเลื่อนลอยเลยแม้แต่น้อย ความจดจ่อเช่นนั้นเหมือนกับสิ่งที่จางเสี่ยวโปเคยสัมผัสได้จากผลงานการแสดงของเซียวจ้านทุกประการ ในการพบกันครั้งแรกที่เซี่ยงไฮ้ จางเสี่ยวโปได้เสนอว่าอยากให้เซียวจ้านปรากฏตัวบนจอโดยไม่แต่งหน้าเลยแม้แต่น้อย เมื่อมาถึงจิ่นโจว ในการทดลองแต่งลุคตัวละครครั้งสุดท้าย เซียวจ้านไม่เพียงแต่ยังคงสภาพใบหน้าที่ไม่แต่งหน้าเลยเท่านั้น แต่ยังเพิ่มรอยสิวและจุดด่างบนใบหน้าเข้าไปอีกด้วย “สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเหนื่อยล้า ความเปราะบาง และความรู้สึกแตกสลายของหลิวเจิงเลี่ยง เพื่อทำลายภาพจำเดิม ๆ ที่ทุกคนมีต่อเซียวจ้าน” ในช่วงไม่กี่วันก่อนเปิดกล้องถ่ายทำจริง จางเสี่ยวโปได้พูดคุยกับเซียวจ้านอย่างยาวนานอีกครั้ง เขาไม่ได้ชอบการจัดให้นักแสดงจำนวนมากมารวมตัวกันอ่านบทละครร่วมกัน แต่หวังว่าจะได้พูดคุยกับนักแสดงเป็นรายบุคคล เพื่อทำความเข้าใจตัวละครของแต่ละคนอย่างลึกซึ้งและถ่องแท้ การพูดคุยอย่างยาวนานครั้งนี้กินเวลาถึง 8 ชั่วโมง ตั้งแต่หลังอาหารกลางวันไปจนถึงดึกดื่น “ผมสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าเซียวจ้านได้ทำการบ้านเตรียมตัวล่วงหน้ามาอย่างมากมายแล้ว เขาเกือบจะเข้าสู่สภาวะของตัวละครได้อย่างเต็มที่แล้ว” ตัวละครหลิวเจิงเลี่ยงไม่จำเป็นต้องมีภาพลักษณ์ที่โดดเด่นเปล่งประกาย ดังนั้นในด้านการสร้างรูปลักษณ์ของตัวละคร จึงไม่ได้ยึดติดกับการลบเลือนข้อบกพร่องต่าง ๆ ออกไป “ความโดดเด่นของเขามีอยู่เพียงในฐานะอาชีพแพทย์เท่านั้น เขาสามารถทำการผ่าตัดที่มีความยากสูงได้ และทำให้เพื่อนร่วมวิชาชีพในโรงพยาบาลเสี่ยวซีเหมินรู้สึกทึ่งได้ แต่ในแง่ของตัวตนและบุคลิกนิสัย เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเก่งกาจอะไรเลย” Original 🔗 mp.weixin.qq.com/s/E5xnRtu6g…
1
58
66
910
บทสัมภาษณ์ #เซียวจ้าน และผู้กำกับจางเสี่ยวป๋อ เกี่ยวกับซีรีส์ #SmallTownRemedy โดยสำนักข่าวซินหัว 🎤ช่วงนี้ซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง #วอร์ดรักฮีลใจ กำลังออกอากาศและได้รับความนิยมอย่างมาก วันนี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เชิญผู้กำกับจาง และเซียวจ้านมาร่วมพูดคุยกับเรา ก่อนอื่นอยากให้ทั้งสองท่านทักทายแฟน ๆ ของสำนักข่าวซินหัวสักหน่อยครับ เซียวจ้าน: สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวสำนักข่าวซินหัวทุกคน ผมนักแสดงเซียวจ้านครับ ผู้กำกับจาง: สวัสดีครับเพื่อน ๆ ชาวสำนักข่าวซินหัวทุกคน ผมผู้กำกับจางเสี่ยวป๋อครับ 🎤คุณเซียว ตอนที่คุณได้อ่านบท《小城良方》เป็นครั้งแรก และได้เห็นตัวละครหลิวเจิงเลี่ยง ความรู้สึกแรกของคุณเป็นอย่างไรครับ มีจุดไหนในตัวละครนี้ที่ทำให้คุณประทับใจมากที่สุด? เซียวจ้าน: ความรู้สึกแรกเลยนะครับ พูดตามตรง ผมคิดว่า... ทำไมคนคนนี้ถึงได้น่าขัดใจขนาดนี้นะ ทำไมถึงได้เป็นคนที่ชวนให้รู้สึกอึดอัดและไม่น่าเข้าใกล้ขนาดนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมากที่สุดก็คือจุดนี้แหละครับ ความไม่สมบูรณ์แบบของเขา รวมถึงเหลี่ยมมุมและตำหนิต่าง ๆ ในตัวเขา ผมชอบสิ่งเหล่านี้มากจริง ๆ ผมคิดว่านี่คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีอยู่จริง เป็นตัวละครที่มีชีวิตชีวาและจับต้องได้มากครับ 🎤 เมื่อครู่คุณเซียวได้พูดถึงความรู้สึกตอนอ่านบทครั้งแรกไปแล้ว อยากถามผู้กำกับจางบ้างว่า ตอนนั้นทำไมถึงเลือกคุณเซียวมารับบทหลิวเจิงเลี่ยง ในมุมมองของคุณ คุณเซียวมีคุณลักษณะอะไรที่สอดคล้องหรือเชื่อมโยงกับตัวละครนี้บ้างไหมครับ? ผู้กำกับจาง: คุณลักษณะเหรอครับ คือเราสองคนเจอกันครั้งแรกก็ถูกชะตากันทันที ผมคิดว่าผู้กำกับไม่ควรเชื่อว่าคุณจะมองเห็นคุณลักษณะของคนคนหนึ่งได้อย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเห็นนะครับ เราอาจมองเห็นจุดเด่นบางอย่างของเขาได้ อย่างรอยยิ้มของจ้านจ้านดูสะอาดบริสุทธิ์และจริงใจ รวมถึงแววตาของเขาที่ดูชัดเจนมาก แต่สิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะบอกว่าเขาจะต้องเหมาะกับบทหลิวเจิงเลี่ยงอย่างแน่นอน แต่เป็นเพราะตอนที่เราสองคนเจอกันครั้งแรก... เซียวจ้าน: เหมือนรู้จักกันมานานเลยครับ ผู้กำกับจาง: ผมคิดว่าใช่เลย เหมือนรู้จักกันมานาน คุณรู้สึกว่า เขาคนนี้แหละคือตัวละครนี้ ส่วนเขาเองก็รู้สึกว่าผมจะต้องกำกับให้เขาแสดงบทนี้ออกมาได้ดีแน่นอน แบบนี้ก็ลงตัวแล้วครับ 🎤อย่างที่คุณเพิ่งพูดไป ตัวละครหลิวเจิงเลี่ยงมีมิติที่ซับซ้อนมาก เขาเคยเป็นหมออัจฉริยะในโรงพยาบาลใหญ่ มีชื่อเสียงและรัศมีแห่งความสำเร็จรายล้อมตัว แต่ขณะเดียวกันก็มีทั้งความทะนงตัวและความผิดหวัง ก่อนจะกลับมายังเมืองเล็ก ๆ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง คุณเซียวมีความเข้าใจต่อลักษณะนิสัยที่ดูขัดแย้งกันเหล่านี้อย่างไรบ้างครับ และเพื่อให้เข้าถึงบทบาทของการเป็นคุณหมอ คุณได้เตรียมตัวหรือทำการบ้านอะไรบ้าง? เซียวจ้าน: อย่างที่ผมพูดมาตลอด และผมก็เคยคุยกับผู้กำกับว่า ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของตัวละครนี้จริง ๆ คือรากฐานเบื้องหลังของเขาครับ ดังนั้น สิ่งที่ผมให้ความสำคัญกลับเป็นเรื่องราวที่ผู้ชมไม่ได้เห็น และไม่ได้ถูกนำเสนออยู่ในบทละครมากนัก นั่นก็คือช่วงเวลากว่า 20 ปีหลังจากที่เขาถูกส่งไปเซินเจิ้น เขาใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเพียงลำพังมาได้อย่างไร ผมคิดว่าประสบการณ์ในช่วงเวลานั้นสำคัญมาก เพราะประสบการณ์เหล่านั้นเองที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนแบบที่ผู้ชมเห็นในปัจจุบัน เป็นคนที่เรียกได้ว่าไม่สมบูรณ์แบบ มีเหลี่ยมมุม มีข้อบกพร่อง เป็นคนที่ค่อนข้างแข็งกร้าว และเต็มไปด้วยความขัดแย้งในตัวเอง ผมจึงสร้างเรื่องราวของตัวละครนี้ขึ้นมาในใจ ทั้งสภาพแวดล้อมที่เขาเติบโตมา ประสบการณ์ในวัยเด็ก เส้นทางการศึกษา เส้นทางการทำงาน เขาเคยถูกคนอื่นรังแกหรือเปล่า เขาเคยคิดอยากจะผูกมิตรกับใครสักคน แต่กลับถูกปฏิเสธหรือพบกับความผิดหวังมาบ้างไหม ผมต้องสร้างพื้นฐานทางความคิดและความรู้สึกให้ตัวเอง เพื่อทำให้เรื่องราวและพฤติกรรมของเขาทั้งหมดมีเหตุมีผลและสมจริงครับ นอกจากนี้ ผู้กำกับก็ให้ความมั่นใจกับผมมาก และช่วยให้ผมไม่ต้องพยายามแสดงมากเกินไป ทั้งฉากประกอบ เสื้อผ้า หน้าผม และองค์ประกอบต่าง ๆ ก็ช่วยให้ผมเข้าไปอยู่ในบทบาทได้ดียิ่งขึ้น ทุกอย่างจึงเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ จริง ๆ แล้วผู้ชมคงสังเกตได้ว่า ทำไมซีรีส์เรื่องนี้ถึงให้ความรู้สึกเหมือนชีวิตจริงและใกล้ตัวมาก นั่นเป็นเพราะนักแสดงทุกคนแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติและผ่อนคลายครับ ผู้กำกับจาง: ตอนแรก ๆ ที่ผมคุยกับจ้านจ้าน ผมบอกเขาว่า ขอแค่คุณเชื่อว่าคุณคือหลิวเจิงเลี่ยง คุณก็จะสามารถแสดงบทนี้ออกมาได้ดีอย่างแน่นอน ผมคิดว่าสิ่งที่จ้านจ้านในฐานะนักแสดงต้องพยายามทำให้ได้ตั้งแต่ช่วงเตรียมตัวก็คือ ผมคือหลิวเจิงเลี่ยง และหลิวเจิงเลี่ยงก็คือตัวผม 🎤แล้วในระหว่างถ่ายทำ คุณต้องคอยชี้แนะคุณเซียวให้แสดงบทนี้ออกมาให้ดีด้วย มีช่วงไหนที่รู้สึกว่าตัวละครนี้แสดงออกมาได้ยาก หรือมีจุดไหนที่ควบคุมได้ยากเป็นพิเศษไหมครับ? ผู้กำกับจาง: การทำงานร่วมกับนักแสดง ผมคิดว่าควรเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ ผมไม่ค่อยชอบกำหนดหรือวางกรอบการแสดงเอาไว้ล่วงหน้าครับ ผมคิดว่าหน้าที่ของผมคือการยืนดูอยู่ข้าง ๆ อย่างใจเย็น เพื่อพิจารณาว่าสิ่งที่นักแสดงแสดงออกมานั้นเหมาะสมหรือไม่ มากกว่าที่จะบอกว่าฉากนี้เราจะต้องแสดงออกมาให้ได้ถึงระดับไหน 🎤ในมุมมองของคุณเซียว บทบาทนี้มีอะไรที่แตกต่างจากตัวละครที่คุณเคยแสดงมากที่สุดครับ? เซียวจ้าน: สิ่งที่แตกต่างมากที่สุดคือ บทนี้ต้องเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ต้องให้ความรู้สึกเหมือนชีวิตจริงอย่างมาก ทำให้ผู้ชมเชื่อว่าตัวละครนี้มีตัวตนอยู่จริงในชีวิตประจำวันของพวกเราครับ แต่จริง ๆ แล้วตัวละครนี้แสดงยากมาก เพราะบุคลิกของเขาค่อนข้างสุดโต่ง หากควบคุมไม่ดี ก็มีโอกาสแสดงออกมาเกินพอดีได้ง่ายมาก จนทำให้คนดูรู้สึกว่า เป็นไปไม่ได้หรอก ไม่สมจริงเลย นี่กำลังแสดงอยู่ชัด ๆ ดังนั้น ในช่วงเตรียมงาน ผู้กำกับจึงบอกผมว่าให้ผ่อนคลาย อย่าพยายามแสดงเขาออกมา แต่ให้ปล่อยทุกอย่างออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งก็กลับไปสู่สิ่งที่ผมพูดก่อนหน้านี้ครับว่า การสร้างรากฐานของตัวละครในใจเรานั้นสำคัญมากจริง ๆ ผมต้องทำให้ตัวเองเชื่อและยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมดที่ตัวละครนี้แสดงออกมา ต้องทำความเข้าใจและกลืนมันเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นแสดงออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การตั้งใจแสดงว่า ฉันจะต้องพูดจาโจมตีคนอื่น หรือฉันเป็นคนแข็งกร้าวมาก ถ้าทำแบบนั้นมันก็จะดูไม่ค่อยสมจริงเท่าไหร่ ผู้กำกับจาง: คือกระบวนการสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเองว่า คุณคือหลิวเจิงเลี่ยง เซียวจ้าน: ใช่ครับ เป็นกระบวนการอย่างหนึ่ง ดังนั้น สำหรับผมแล้ว นี่อาจเป็นส่วนที่ยากที่สุดครับ จริง ๆ ตอนที่เจอผู้กำกับครั้งแรก เขาบอกผมว่า บทที่ต้องแสดงให้เหมือนชีวิตจริงนั้นเล่นยากนะ ผู้กำกับจาง: ใช่ครับ เซียวจ้าน: ผมจำได้ครับ ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นทั้งการทดลองและความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับผม ผู้กำกับจาง: ใช่ครับ เพราะตอนที่เราพบกันครั้งแรก ผมก็เสนอไปเลยว่า จ้านจ้าน เรื่องนี้เราลองแต่งหน้าแบบเป็นธรรมชาติได้ไหม เซียวจ้าน: ใช่ครับ ผู้กำกับจาง : ไม่ต้องแต่งหน้าเลยได้ไหม แล้วก็ทำให้ดูดิบ ๆ เป็นธรรมชาติมากขึ้นอีกหน่อย ตอนนั้นเขาไม่ลังเลเลยครับ เขาตอบทันทีว่า ไม่มีปัญหาครับผู้กำกับ คุณคิดว่าแบบไหนดีก็ทำแบบนั้นได้เลย คือเขามีทัศนคติแบบนี้อยู่ในใจ มันทำให้ตัวละครมีมิติและสัมผัสได้จริงมากขึ้นครับ 🎤เมื่อครู่คุณทั้งสองพูดถึงความรู้สึกที่เหมือนรู้จักกันมานานตั้งแต่แรกพบไปแล้ว แต่ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำและเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานอย่างจริงจัง เชื่อว่าทั้งสองท่านคงใช้เวลาพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันไม่น้อย ในช่วงนั้นมีความเห็นที่ไม่ตรงกันหรือมีข้อขัดแย้งอะไรบ้างไหมครับ แล้วสุดท้ายปรับความเข้าใจให้ตรงกันได้อย่างไร? ผู้กำกับจาง: เราสองคนมีความเห็นไม่ตรงกันด้วยเหรอครับ? เซียวจ้าน: เหมือนจะไม่เคยมีความเห็นไม่ตรงกันเลยนะครับ ผู้กำกับจาง: ไม่มีความเห็นที่ขัดแย้งกันเลยครับ เซียวจ้าน: ผมจำได้ว่าก่อนเริ่มถ่ายทำ ผมเข้าไปที่กองถ่ายล่วงหน้า เพื่อไปใช้ชีวิตและสัมผัสบรรยากาศจริงของตัวละคร แล้วก็มีการลองชุดและเตรียมงานต่าง ๆ จากนั้นผมกับผู้กำกับก็...ผมจำได้ว่าวันนั้นเราคุยกันนานมากครับ ผู้กำกับจาง: ใช่ครับ คุยกันประมาณ 7-8 ชั่วโมง 🎤7-8 ชั่วโมงเลยเหรอครับ? เซียวจ้าน: ตั้งแต่เที่ยงวันจนฟ้ามืดเลยครับ อาหารเย็นก็เลยเวลาไปแล้ว ประมาณหนึ่งทุ่มสองทุ่มเราก็ยังคุยกันอยู่...เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัวเลยครับ ผู้กำกับจาง: เพราะตอนนั้นเราสองคนพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประวัติการเติบโตของตัวละครทั้งหมดครับ รวมถึงแนวคิดของเราที่มีต่อการแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ด้วย ไม่ใช่แค่การแสดงของเราสองคนที่จะต้องประกอบกันขึ้นมาเป็นตัวละคร แต่เรามองจากตัวละครหลักคนนี้เป็นแกนกลาง แล้วการแสดงของนักแสดงทุกคนจะต้องเชื่อมโยงกันโดยมีเขาเป็นเส้นเรื่องหลักครับ 🎤ระหว่างถ่ายทำมีเหตุการณ์ในกองถ่ายหรือฉากที่คุณเซียวได้แสดงร่วมกับนักแสดงคนอื่น ๆ ช่วงไหนบ้างไหมครับ ที่ทำให้คุณเข้าใจตัวละครหลิวเจิงเลี่ยงลึกซึ้งขึ้น หรือเป็นฉากที่คุณประทับใจและจดจำได้เป็นพิเศษ? เซียวจ้าน: ผมคิดว่ามีเยอะมากครับ อย่างฉากที่ผมแสดงร่วมกับอ้ายเฉินก็มีหลายฉากเลย เพราะซีรีส์เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงมาก อีกทั้งพี่เหยียนเองก็เป็นคนตงเป่ยอยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงเหมือนเติบโตอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้นมาโดยธรรมชาติ บางครั้งเธอก็ช่วยเติมเต็มและมอบแรงบันดาลใจให้ผมได้มากมาย ผู้ชมจะเห็นได้ว่าหลายฉากที่เราถ่ายทำไม่ได้มีแค่สิ่งที่เขียนไว้ในบทเท่านั้น แต่ยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามา เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากบทและทำให้ฉากมีความเป็นชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น รวมถึงตอนที่ผมเข้าฉากกลุ่มกับพี่เฉียงและเพื่อน ๆ ในห้องทำงาน ทุกคนต่างก็ช่วยกันเติมรายละเอียดและเพิ่มสีสันให้บทละครอยู่ตลอด ทำให้เรื่องราวสมบูรณ์และน่าดูยิ่งขึ้นครับ 🎤จริง ๆ แล้วคุณไม่ใช่คนตงเป่ยใช่ไหมครับ แล้วการพูดสำเนียงท้องถิ่นของตงเป่ยในซีรีส์เรื่องนี้มีความยากลำบากไหมครับ คุณจัดการกับมันอย่างไร? เซียวจ้าน: ผมคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดในช่วงแรกกลับเป็นการต้องหักห้ามตัวเองไม่ให้ถูกพวกเขาพาให้พูดตามครับ 🎤 ถูกพาให้พูดสำเนียงตามได้ง่ายมากเลยใช่ไหมครับ? เซียวจ้าน: ใช่ครับ ง่ายมากจริง ๆ ที่จะเผลอพูดตามสำเนียงของพวกเขา ผู้กำกับจาง: เวลาที่กลุ่มนักแสดงชาวตงเป่ยมาซ้อมบทกันตรงหน้าจอมอนิเตอร์ของผม เขาก็จะถูกพาให้พูดสำเนียงตามไปด้วยทันทีครับ แต่ในช่วงแรกเขายังไม่สามารถพูดสำเนียงตงเป่ยมากเกินไปได้ เซียวจ้าน: ใช่ครับ เพราะตัวละครย้ายไปใช้ชีวิตที่อื่นตั้งแต่เด็ก สำเนียงของเขาก็ไม่ควรจะเป็นสำเนียงท้องถิ่นแบบเต็มมากเกินไป ดังนั้นในช่วงแรกจึงเป็นสิ่งที่ผมต้องคอยระวังและควบคุมตัวเองให้ดีครับ 🎤ระหว่างการกำกับ มีช่วงไหนที่คุณรู้สึกประหลาดใจหรือรู้สึกว่าคุณเซียวทำได้เกินความคาดหมายของคุณบ้างไหมคะ? ผู้กำกับจาง: สิ่งที่เกินความคาดหมายของผม... คือฉากหนึ่งที่เขาเมาแล้วอยู่ในความฝันครับ ตอนนั้นผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าเขาเตรียมตัวมา เขาถึงขั้นไปศึกษาคำพูดและสำนวนท้องถิ่นของตงเป่ยมาด้วย เซียวจ้าน: สำหรับฉากนั้น ผมไปถามนักแสดงทุกคนที่อยู่ในกองเลยครับ ผมบอกว่าช่วยคิดคำพูดหรือประโยคสนุก ๆ ให้ผมคนละประโยคได้ไหม ว่าถ้าจะพูดให้ขบขันแบบสำเนียงตงเป่ย หรือใช้ภาษาชาวบ้านท้องถิ่นควรพูดอย่างไร ผมจดจำทุกประโยคเอาไว้หมดเลยครับ แล้วก็บอกผู้กำกับว่า เดี๋ยวผมจะพูดประโยคนี้แบบนี้ ประโยคนั้นแบบนั้น และอีกประโยคแบบนี้ หลังจากผู้กำกับฟังแล้ว เขาก็บอกว่าไม่ต้องดูบทแล้ว เดี๋ยวไม่ต้องดูบทกันเลย ตั้งกล้องให้พร้อม แล้วมาเริ่มกันได้เลย เซียวจ้าน: เป็นฉากที่เราไม่ได้ซ้อมกันเลยครับ ผู้กำกับจาง: ฉากนั้นจ้านจ้านกับนักแสดงทุกคนไม่ได้ซ้อมบทกันเลยครับ แม้ว่าบางครั้งจะพูดออกมาไม่ค่อยดีก็ไม่เป็นไร ตอนนั้นจ้านจ้านยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วคิดว่า เอ๊ะ แล้วผมจะพูดอะไรดีนะ ผมก็บอกเขาว่า คุณอยากพูดอะไรก็พูดไปตามที่คิดได้เลย หลังจากนั้นเยี่ยนหลินกับเจียงเหยียนก็หันมาถามผมว่า เขาจะพูดอะไรบ้าง ผมก็ตอบไปว่า ผมจะไปรู้ได้ยังไงล่ะว่าเขาจะพูดอะไร เซียวจ้าน: ไม่มีใครรู้เลยครับ ผู้กำกับจาง: ไม่มีใครรู้เลยครับ เพราะนั่นหมายความว่าคุณไม่รู้บทพูดของนักแสดงที่เข้าฉากด้วย คุณไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ แต่ผมเชื่อมั่นในตัวนักแสดงของผมครับ เพราะตอนนั้นเราถ่ายทำกันมาได้ประมาณสองเดือนแล้ว เซียวจ้าน: เป็นช่วงท้าย ๆ ของการถ่ายทำแล้วครับ ผู้กำกับจาง: ใช่ครับ ถ่ายทำมาได้ประมาณสองเดือนแล้ว ผมเชื่อว่าจ้านจ้านเข้าใจตัวละครนี้ดีมากพอ รวมถึงเข้าใจคนรอบข้างตัวละครด้วย หากเขาไม่เข้าใจคนรอบตัว ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นชอบอะไร มีความสนใจแบบไหน หรือใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมอย่างไร เขาก็จะไม่สามารถแสดงฉากนี้ออกมาได้ ผมเชื่อว่านักแสดงของผมจะต้องทำมันออกมาได้ดีแน่นอน ดังนั้นตอนถ่ายฉากนั้นผมจึงรู้สึกสบายมาก ในขณะที่นักแสดงคนอื่น ๆ กลับตื่นเต้นและประหม่า สุดท้ายก็ถ่ายผ่านในเทคเดียวใช่ไหม? เซียวจ้าน: เทคเดียวครับ ผู้กำกับจาง: ใช่ครับ เทคเดียวผ่านเลย เซียวจ้าน: ส่วนตอนท้ายที่ผมกระโดดขึ้นไปบนเก้าอี้ ตรงนั้นเป็นการคิดขึ้นมาอย่างกะทันหันเลยครับ ไม่ได้วางแผนไว้ก่อน ผู้กำกับจาง: ตรงนั้นทำให้ผมประทับใจมากจริง ๆ ครับ ผมคิดว่าสิ่งนี้กลับไปสู่เรื่องเดิมเลย คือคุณต้องเชื่อมั่นในตัวเอง เซียวจ้าน: เชื่อว่าผมก็คือหลิวเจิงเลี่ยงครับ ผู้กำกับจาง: หลิวเจิงเลี่ยงก็คือคุณ เซียวจ้าน: ใช่ครับ ผู้กำกับจาง: และคุณยังต้องเชื่อมั่นในนักแสดงที่ร่วมฉากกับคุณด้วย เพราะถ้าคุณพูดอะไรที่ยากเกินไป อีกฝ่ายก็จะรับส่งบทต่อไม่ได้ครับ 🎤 กลับมาที่ชื่อซีรีส์《小城良方》นะครับ ผู้ชมจำนวนไม่น้อยมองว่า สิ่งที่หลิวเจิงเลี่ยงค้นพบในท้ายที่สุด ไม่ใช่เพียงตำรับยาหรือวิธีรักษาผู้ป่วยด้วยความรู้ทางการแพทย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคำตอบที่จะช่วยเยียวยาจิตใจของตัวเอง และทำให้เขาได้ค้นพบเจตนารมณ์แรกเริ่มของตัวเองอีกครั้งด้วย คุณเซียวเข้าใจคำว่า “良方” หรือ “ตำรับยาที่ดี” ในเรื่องนี้อย่างไรครับ? เซียวจ้าน: ผมคิดว่าถ้ามองจากมุมของตัวละคร หรือจากมุมของหลิวเจิ้งเลี่ยงเอง สิ่งแรกคือเขาได้มอบสิ่งที่ดีให้กับเสี่ยวซีเหมิน ช่วยเหลือผู้คนที่นั่น และเป็นเหมือนการจ่ายยาตำรับที่ดีให้กับชุมชนแห่งนี้ครับ ส่วนอย่างที่สองคือ เขาช่วยขับเคลื่อนระบบการแพทย์ของเสี่ยวซีเหมินให้เกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างหมิงหมิงเองก็เริ่มมองเห็นความหวัง และอยากพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น รวมถึงหลังจากที่เขาพูดคุยกับเฉินจวิ้นหนานแล้ว เฉินจวิ้นหนานก็เริ่มลงมือผ่าตัดด้วยตัวเอง เริ่มอยากเข้าไปในห้องผ่าตัดเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนเหล่าหวงก็เช่นกัน ดังนั้น สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเหมือนตำรับยาที่ดีอีกขนานหนึ่งที่เขามอบให้กับเสี่ยวซีเหมินครับ และอย่างที่สาม ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เสี่ยวซีเหมินมอบกลับคืนให้กับหลิวเจิงเลี่ยง นั่นคือการทำให้เขาเรียนรู้ที่จะเผชิญหน้าและอยู่ร่วมกับอดีตของตัวเอง ความขัดแย้งภายใน ความหวาดกลัว และความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองได้อย่างไร 🎤คุณหวังว่าหลังจากผู้ชมได้ชมเรื่องราวของหลิวเจิงเลี่ยงแล้ว พวกเขาจะได้รับอะไรกลับไปบ้างครับ? เซียวจ้าน: ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นว่า แม้จะเป็นคนที่มีความขัดแย้งในตัวเองอย่างหลิวเจิงเลี่ยง และมีอดีตที่ซับซ้อนมากมาย แต่เขาก็ยังคงพยายามเผชิญหน้ากับอุปสรรค พยายามแก้ไขปัญหา และใช้ชีวิตต่อไปครับ ผมคิดว่าไม่ใช่แค่หลิวเจิงเลี่ยงเท่านั้น แต่ผมหวังว่าทุกคนที่ได้ชม《小城良方》จะสามารถยิ้มรับชีวิตได้ จริง ๆ แล้วในช่วงครึ่งหลังของเรื่อง สิ่งที่เราต้องการสื่อสารก็คือ อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตต่อไปอย่างดี ผมคิดว่านี่เป็นสิ่งพื้นฐานที่สุดแล้วครับ 🎤สุดท้ายนี้ อยากให้ทั้งสองท่านฝากข้อความถึงผู้ชมที่กำลังติดตามซีรีส์《小城良方》อยู่ในตอนนี้ โดยขอเป็นประโยคสั้น ๆ เพียงหนึ่งประโยคนะครับ เริ่มจากคุณเซียวก่อนครับ เซียวจ้าน: ผมอยากบอกว่า หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบ《小城良方》จากใจจริงนะครับ《小城良方》เป็นผลงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชีวิตประจำวันและความอบอุ่นของน้ำใจผู้คนอย่างมาก นักแสดงและทีมงานสร้างสรรค์ทุกคนต่างทุ่มเทให้กับผลงานเรื่องนี้ด้วยความตั้งใจจริง หวังว่าทุกคนจะชื่นชอบนะครับ ขอบคุณครับ ผู้กำกับจาง: ผมหวังว่าไม่ว่าผู้ชมจะได้รับชม《小城良方》จนจบแล้ว หรือกำลังรับชมอยู่ก็ตาม จะสามารถเปิดใจให้เรื่องราวของพวกเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ และในขณะเดียวกันก็ให้พวกคุณได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพวกเราด้วย และหวังว่าหลังจากรับชมแล้ว ผู้ชมทุกคนจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสอดคล้องกับตัวเอง ยอมรับและอยู่ร่วมกับตัวเองได้อย่างกลมกลืนครับ 🎤ขอบคุณทั้งสองท่านมากครับ ขอบคุณคุณเซียวและผู้กำกับจางที่มาร่วมพูดคุยกับเราในวันนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตทั้งสองท่านจะมีผลงานดี ๆ ที่อบอุ่นหัวใจมาฝากผู้ชมกันอีกนะครับ เซียวจ้าน: ขอบคุณครับ
55
1
53
1,184
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
อีกผลงานศิลปะซุ้มดอกไม้สีแดงขนาดใหญ่สูง 2.3 ม.จาก Honor ในโอกาสคอนเสิร์ตเซียวจ้านจัดแสดงที่เซี่ยงไฮ้ สวยงามโดดเด่นด้วยดีไซน์อันทรงพลังโครงสร้างลูกศรไขว้เป็นตัว X พร้อมอวยพรให้เซียวจ้านเปล่งประกายเต็มที่บนเวที มีแสงและเงาเคียงข้างไปตลอดเส้นทางที่เราก้าวเดินไปด้วยกัน" ตระการตาสุดๆ
1
35
58
823
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
ได้ซีนใหญ่มากในงานของ NRTA มีช่วงเวลานำเสนอผลงานจุกๆไปเลยโดยประธาน Linmon เรื่องนี้ได้ทั้งเงินทั้งกล่อง Linmon ภูมิใจนำเสนอมาก #SmallTownRemedy #วอร์ดรักฮีลใจ #เซียวจ้าน #XiaoZhan #肖战
"Small Town Remedy" ได้รับการยอมรับอย่างสูงว่าเป็นกรณีศึกษาที่โดดเด่นในงานประชุม China Radio and Television Boutique Creation Conference ประธานของ Ningmeng Film แบ่งปันเบื้องหลังของ "Small Town Remedy": ตัวละครของหลิว เจิ้งเหลียงมีพื้นฐานในความเป็นจริง และเซียวจ้านก็สร้างตัวละครที่ซับซ้อนและมีชีวิตชีวานี้ได้อย่างมั่นคง ในฐานะละครทางการแพทย์ที่เน้นการเยียวยาชีวิต มันโอบรับความยากลําบากด้วยสัมผัสของชีวิตประจําวัน ตอนจบไม่ได้ตั้งใจให้ความรู้สึกอ่อนไหวเกินไป หลิวเจิ้งเหลียงเลือกที่จะอยู่ต่อ เพียงเพื่อรักษาความอบอุ่นของมนุษย์และเติมเต็มความปรารถนาง่ายๆ ของคนธรรมดาที่ต้องการมีชีวิตที่ดี #XiaoZhanxLiuZhengLiang #XiaoZhanxSmallTownRemedy
1
24
37
698
(ซับไทย) สัมภาษณ์ #เซียวจ้าน Sina Entertainment คลิปเต็ม 10 นาที #SmallTownRemedy
 ▶️ youtu.be/SikMOd26n4A?si=22qK… - ช่วงเวลาที่ไกลและใกล้หลิวเจิงเลี่ยงที่สุด - การออกแบบฉากเฉินจวิ้นหนานถืออมยิ้มมารับ - สภาพจิตใจของหลิวเจิงเลี่ยงตอนมาเมืองฝู่เจิง - การใช้ social media ของหลิวเจิงเลี่ยง - สิ่งที่รับมือยากสำหรับหมออัจฉริยะเมื่อมาเมืองเล็ก ๆ - บรรยากาศชีวิตที่ปลอบประโลมใจหลิวเจิงเลี่ยง - จัดอันดับความสามารถของหลิวเจิงเลี่ยง - ประสบการณ์คนฉงชิ่งถ่ายทำท่ามกลางคนตงเป่ย - สรุปเส้นทาง 10 ปีของเซียวจ้าน - เกมทายอิโมจิ เวอร์ชันตงเป่ย Original 🔗 weibo.com/1642591402/5358948…
93
100
1,248
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
ช่อดอกไม้ระดับไฮเอนด์ที่สวยงามจาก Ralph Lauren โดดเด่นและหรูหราด้วยพันธ์ไม้ที่เสริมพลังและมงคลพร้อมสัญลักษณ์นักกีฬาโปโลสีทองอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ร่วมแสดงความยินดีเซียวจ้านกับคอนเสิร์ตรอบเซี่ยงไฮ้พร้อมการ์ดอวยพรขอให้การแสดงประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์💐💐 #XiaoZhan #เซียวจ้าน
69
2
109
1,241
China Art News: #SmallTownRemedy ความอบอุ่นและชีวิตประจำวันของผู้คนธรรมดา คือ "วิธีเยียวยาที่ดีที่สุด" ซีรีส์โทรทัศน์เรื่อง #วอร์ดรักฮีลใจ ซึ่งเพิ่งออกอากาศไปเมื่อไม่นานมานี้ ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากการถ่ายทอดชีวิตในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้อย่างสมจริงและเปี่ยมด้วยกลิ่นอายของท้องถิ่น โดยนำเสนอภาพสังคมระดับรากหญ้าออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้ หากมองเพียงชื่อเรื่อง หลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นละครแนวการแพทย์ โดยเล่าถึง "หลิวเจิงเลี่ยง" แพทย์จากโรงพยาบาลใหญ่ในเมืองทางตอนใต้ ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ในอาชีพการงาน ประกอบกับการที่มารดาของเขาหายตัวไป เขาจึงตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาจากมานาน เพื่อเริ่มต้นเส้นทางอาชีพใหม่อีกครั้งในโรงพยาบาลท้องถิ่น พล็อตเรื่องเช่นนี้อาจทำให้หลายคนคาดเดาไปว่าเป็นเรื่องราวแนว "คนเมืองระดับหัวกะทิย้ายไปใช้ชีวิตในชนบท" แต่ซีรีส์เรื่องนี้กลับหักมุมจากความคาดหมายดังกล่าว เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องราวของคนคนหนึ่งที่ใช้ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ไป "กอบกู้" เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง แต่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวิธีที่เมืองเล็กๆ แห่งนั้น “เยียวยา” คนคนนั้นต่างหาก จุดเด่นเชิงสร้างสรรค์ของ Small Town Remedy คือการนำเสนอ "ประเด็นหนักหน่วงด้วยน้ำเสียงที่เบาสบาย" ซีรีส์เลือกใช้วิธีเล่าเรื่องแบบเรียบง่ายและเปี่ยมด้วยอารมณ์ขันผ่านชีวิตประจำวันในเมืองเล็กๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสอดแทรกแง่มุมเกี่ยวกับปัญหาทางสังคมและประเด็นร่วมสมัยต่างๆ เข้าไปในวิถีชีวิตของผู้คน ในช่วงต้นเรื่อง เราได้พบกับ "ผู้อำนวยการต้วน" ผู้ซึ่งระบายความคับข้องใจที่สั่งสมมาตลอดชีวิตลงบนป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่เขียนด้วยลายมือของเธอเอง แล้วนำไปติดไว้บนบอร์ดประกาศสาธารณะ ในขณะที่ลูกชายของเธอคอยเดินตามหลังมาคอยแกะป้ายเหล่านั้นออกทีละแผ่นอย่างเงียบเชียบ เมื่อมองเผินๆ สิ่งที่เกิดขึ้นอาจดูเหมือนเป็นเพียงการก่อกวนอย่างไร้เหตุผล แต่หากพิจารณาให้ลึกซึ้งลงไป จะพบร่องรอยที่ฝังลึกจากเหตุการณ์การเลิกจ้างครั้งใหญ่ในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเปรียบเสมือนบาดแผลแห่งยุคสมัยที่ฝังลึกอยู่ในตัวบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง อดีตหัวหน้าคนงานในโรงงาน ผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยมีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาด กลับต้องเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมที่ถาโถมเข้ามา การพยายามรักษาศักดิ์ศรีครั้งสุดท้ายและเสียงเรียกร้องอย่างสิ้นหวังของเธอ ถูกกลั่นกรองออกมาเป็นข้อความบนแผ่นป้ายเหล่านั้น กล้องถ่ายทอดภาพการดิ้นรนของคนคนหนึ่งที่พยายามยึดเหนี่ยวชีวิตซึ่งถูกยุคสมัยที่หมุนไปอย่างรวดเร็วทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง ในทำนองเดียวกัน เมื่อหลงตงตง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเสี่ยวซีเหมิน เรียกทีมงานคนสำคัญมาประชุม "ระดมสมอง" เพื่อหาหนทางรั้งตัวหลิวเจิงเลี่ยงเอาไว้ ฉากที่ดูเบาสมองและตลกขบขันนี้ กลับสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเชิงระบบที่ใหญ่กว่า นั่นคือ สำหรับโรงพยาบาลระดับรากหญ้า การสรรหาบุคลากรที่มีความสามารถนั้นยากแล้ว แต่การรักษาพวกเขาไว้กลับยากยิ่งกว่า ซีรีส์เรื่องนี้ถ่ายทอดความเป็นจริงผ่านการหยิบยกตัวบุคคลที่มีเลือดเนื้อและมีตัวตนชัดเจนขึ้นมาเป็นแกนกลาง ซึ่งช่วยเผยให้เห็นประเด็นทางสังคมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังยุคสมัยนั้นออกมา เช่นเดียวกันกับผู้คนที่ก้าวเท้าเข้ามาในโรงพยาบาลเสี่ยวซีเหมิน ชายชราคนหนึ่งที่พาอัลปากาติดตัวมาด้วย สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตที่เปราะบางของผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง ส่วนชุยเจีย ผู้สูญเสียทุกสิ่งไปเพราะถูกหลอกลวง ก็เป็นตัวแทนของการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดและราคาที่ต้องจ่ายจากความผิดพลาด ทว่าแม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุด เธอก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า แรงกดดันจากยุคสมัยได้กดทับลงบนชีวิตของผู้คน สะท้อนออกมาผ่านอุปนิสัย ความยากเข็ญ และเส้นทางชีวิตที่แต่ละคนเลือกเดิน ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้สัมผัสทั้งเสียงหัวเราะและคราบน้ำตา เกิดความเห็นอกเห็นใจในชะตากรรมของพวกเขา และเข้าใจถึงความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของยุคสมัยนั้น "เมืองเล็กๆ" แห่งหนึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่ซีรีส์เรื่องนี้พยายามจะคลี่คลาย ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การพูดถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนมักหนีไม่พ้นประเด็นที่เกี่ยวพันกันสองด้าน นั่นคือการอพยพย้ายถิ่นของประชากร กับความปรารถนาที่จะหยั่งรากลึกอยู่ในบ้านเกิดของตน ในเรื่อง Small Town Remedy ถ่ายทอดความย้อนแย้งนี้ผ่านชีวิตของ "หลิวเจิงเลี่ยง" ผู้ซึ่งเดินทางกลับมายังบ้านเกิดเมืองเล็กๆ แห่งนี้ แต่กลับมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะหวนคืนสู่เมืองใหญ่ ทว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจโดยสัญชาตญาณเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ การได้รับกำลังใจอย่างเหนียวแน่นจากเพื่อนร่วมงานในช่วงเวลาที่เขาต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างแพทย์และคนไข้ที่ยากจะแก้ไข รวมถึงความอบอุ่นและความไว้วางใจที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้ได้เปลี่ยนความรู้สึกรังเกียจในตอนแรกให้กลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง จนทำให้ความตั้งใจแน่วแน่ที่จะจากไปเริ่มสั่นคลอน ในขณะเดียวกัน "หลิวเจิงกวง" น้องชายของเขาก็คิดที่จะไปแสวงหาโอกาสในกรุงปักกิ่งหลังจากที่แม่เสียชีวิตลง โดยเขากำลังเผชิญกับความลังเลระหว่างแรงดึงดูดของโอกาสในเมืองใหญ่ กับการที่ไม่สามารถตัดขาดจากบ้านและครอบครัวของตนเองได้ เมื่อ "อ้ายเฉิน" เจ้าของธุรกิจจัดงานศพในท้องถิ่นตั้งคำถามว่า "ทำไมทุกคนถึงอยากจากตงเป่ยไป?" คำถามนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการตัดสินใจส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นเชิงโครงสร้างที่ลึกซึ้งกว่าในยุคสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการไหลออกของประชากร หรือความไม่สมดุลในการพัฒนาภูมิภาคต่างๆ ด้วยเหตุนี้ ซีรีส์เรื่องนี้จึงไม่ได้รีบร้อนที่จะให้คำตอบที่ชัดเจนว่าควรจะ "จากไป" หรือ "อยู่ต่อ" แต่กลับสำรวจวิถีชีวิต ความรับผิดชอบ และคำถามที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าซึ่งซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกทางเลือก โดยไม่ได้ยกย่องคุณค่าทางศีลธรรมของการ "อยู่ต่อ" ให้สูงส่งจนเกินจริง หรือวิพากษ์วิจารณ์การตัดสินใจ "จากไป" ของแต่ละคนด้วยท่าทีที่ถือดีแต่อย่างใด ในบริบทเช่นนี้ เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งจึงไม่ได้เป็นเพียงพิกัดทางภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตที่ผู้คนสามารถเยียวยาบาดแผลและค้นพบคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น “วิธีเยียวยา” ที่สามารถรักษาทั้งตัวบุคคลและสังคมได้นั้น แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่? ในเรื่อง Small Town Remedy ดำเนินเรื่องผ่านสถานพยาบาลแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า “เสี่ยวซีเหมิน” ผู้คนที่นี่ต่างแบกรับภาระส่วนตัวไว้บนบ่า ไม่ว่าจะเป็น “เชอหมิงหมิง” ผู้ทำงานที่โรงพยาบาลในตอนกลางวันและแสดง “เอ้อร์เหรินจ้วน” (ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน) ในตอนกลางคืน ทั้งยังต้องคอยดูแลบิดาที่ป่วยเป็นโรคจิตเภทมานานหลายปี หรือ “เฉินจวิ้นหนาน” ผู้ซึ่งแบกความขัดแย้งภายในใจที่ยังหาทางออกไม่ได้ จนตัดสินใจลาออกจากโรงพยาบาลใหญ่แล้วย้ายมาอยู่ที่เสี่ยวซีเหมิน โดยใช้ชีวิตไปวันๆ อย่างไร้จุดหมาย แต่กลุ่มคนธรรมดาเหล่านี้ ซึ่งต่างก็มี “บาดแผล” ในใจของตนเอง กลับสามารถร่วมกันสร้าง “วิธีเยียวยา” ชีวิตที่แท้จริงขึ้นมาได้ผ่านการปฏิสัมพันธ์ในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการที่เฉินจวิ้นหนานคอยหยิบยื่นลูกอมให้ “หลิวเจิงเลี่ยง” อยู่เสมอ ความห่วงใยที่ครอบครัวของ “อ้ายเฉิน” มอบให้แก่พี่น้องตระกูลหลิว หรือมื้ออาหารที่เหล่าแพทย์ช่วยกันจัดเตรียมในที่ทำงาน การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูเหมือนไม่มีความสำคัญอะไรเหล่านี้ กลับกลายเป็นการสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างเรียบง่ายและมั่นคง ที่ช่วยประคับประคองชีวิตของกันและกันเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ คำว่า “วิธีเยียวยา” จึงก้าวข้ามความหมายของการรักษาโรคในเชิงการแพทย์ไปสู่การเป็นเครื่องพิสูจน์อันชัดเจนถึงความอบอุ่นจากสายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ซึ่งแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมระดับรากหญ้า คำว่า "เหลียงฟาง" (การเยียวยา/วิธีแก้ไข) ในบริบทนี้มีความหมายหลายอย่าง ประการแรก หมายถึงการรักษาทางการแพทย์ในโรงพยาบาลท้องถิ่นเพื่อดูแลสุขภาพของผู้คนในชุมชน ประการต่อมา หมายถึงกลยุทธ์ที่ผู้คนทั่วไปใช้เพื่อรับมือกับความยากลำบากในชีวิต ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและภูมิปัญญาในการเผชิญกับอุปสรรคต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังทำหน้าที่เสมือนการเยียวยาที่หยั่งรากลึกอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เป็นหนทางที่ผู้คนในชุมชนท้องถิ่นต่างคอยดูแลซึ่งกันและกัน ถักทอสายใยแห่งความห่วงใยอันอบอุ่นระหว่างเพื่อนบ้านเข้าไว้ด้วยกัน คุณค่าที่แท้จริงของ Small Town Remedy อยู่ที่มุมมองอันเรียบง่ายและเสมอภาคที่มีต่อชีวิต ซึ่งถ่ายทอดชีวิตและการเกื้อกูลกันของคนธรรมดาทั่วไป ในขณะเดียวกัน ผลงานชิ้นนี้ยังเปรียบเสมือน "วิธีเยียวยา" สำหรับการเล่าเรื่องแนวสมจริงในยุคปัจจุบัน นั่นคือการสะท้อนภาพของยุคสมัยผ่านตัวบุคคลที่ใช้ชีวิตอยู่ในยุคนั้นจริง ๆ พร้อมทั้งเติมเต็มความอบอุ่นจากน้ำใจไมตรีของมนุษย์ลงไปในวิถีชีวิตประจำวัน ผู้เขียนดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์และรองหัวหน้าภาควิชาการสื่อสารโสตทัศน์ คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัย Renmin University of China 🔗app.art1995.cn/newsepaper/de…
42
1
50
1,148
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
Ninmeng already send out flowers for tomorrow #XiaoZhan’s concert in Shanghai, calling the artist a "leading man who carries the show" , “red drama male god” , “dr. Liu shines in Shanghai” and the "perfect choice for Qi Xia" ! With their currently airing series Small Town Remedy achieving such great results, the team at Linmon must be grinning from ear to ear! 🥰
104
1
254
3,677
คอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดจาก LI-NING 1990 CLUB #XiaoZhanxLiNing #เซียวจ้าน แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Li-Ning ปรากฏตัวอย่างสง่างามและผ่อนคลาย ร่วมค้นหาแรงบันดาลใจในการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าแบบเลเยอร์สำหรับฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ยกระดับการแต่งกายให้มีเอกลักษณ์ พร้อมนำเทรนด์การแต่งตัวแบบเลเยอร์สู่มิติใหม่
34
58
598
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
พี่จ้านมาลงอำลาหมอหลิวด้วยยยย หิมะในเมืองฟู่เฉิงดูเหมือนจะไม่มีวันหยุด แต่กระนั้นตั้งแต่เริ่มต้นฤดูหนาวอันยาวนาน เรื่องราวของเสี่ยวซีเหมินก็ได้ทิ้งร่องรอยลึกเอาไว้ นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดของเมืองเล็กๆแห่งนี้ ชีวิตมีทุกฤดูกาล แต่ละฤดูกาลมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เรื่องราวยังคงดำเนินต่อไป เราจะไม่กล่าวคำอำลา เพียงหวังว่าจะได้พบกันอีกครั้ง #SmallTownRemedy #วอร์ดรักฮีลใจ
1
105
108
1,314
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
2026 China Radio and Television Excellence Report Release Event: Top works achieve global reach #XiaoZhan’s #LegendOfZangHai leads reaching more than 190 countries and regions m, with a massive gap to other dramas
84
2
185
2,275
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
มันน่าจะมีกฎหมายควบคุมอินฟลูบ้างเนอะ บางคนทำแต่คลิปโง่ ๆ ทำคนอื่นเดือดร้อน แต่มากสุดแค่โดนด่าแล้วคนก็ลืม รับงานต่อฉ่ำ
10
1,252
3
820
18,233
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
อัพเดทจาก Li-Ning รุ่นพี่เซียวจ้านน่ารักจังเนยยยยย
69
103
1,219
黄水珠 🌻 肖战 retweeted
อัพเดทจากสตู HERE COMES OUR EXIT สถานีเซี่ยงไฮ้ พรุ่งนี้แล้วน้าาาาา
73
84
1,267
พี่จ้านมาอำลาหลิวเจิงเลี่ยงแล้วค่ะ หิมะที่ฝู่เฉิงดูเหมือนจะโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย แต่เรื่องราวของเสี่ยวซีเหมินกลับทิ้งร่องรอยความประทับใจไว้อย่างลึกซึ้ง ณ จุดเริ่มต้นของฤดูหนาวอันยาวนานนี้ เรื่องราวของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ คงต้องขอเล่าให้ทุกคนฟังไว้เพียงเท่านี้ ชีวิตในแต่ละฤดูกาลล้วนมีทิวทัศน์ที่แตกต่างกัน และทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไป เราจะไม่กล่าวคำอำลา เพียงหวังว่าจะได้กลับมาพบกันอีกครั้ง #XiaoZhan #SmallTownRemedy #XiaoZhanxSmallTownRemedy
1
51
53
734
ท่ามกลางเสน่ห์อันเรียบง่ายของเมืองเล็กๆ กลิ่นอายย้อนยุคได้มาบรรจบกับสไตล์คลาสสิก #XiaoZhanxLiNing ร่วมสัมผัสช่วงเวลาแห่งสไตล์ในมุมมองของ #เซียวจ้าน แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ Li-Ning ที่จะพาคุณไปพบกับสไตล์ในแบบฉบับของเขาเอง Li-Ning COMMON 80s MID รองเท้าที่ผสานความงามของรองเท้ากีฬาย้อนยุคเข้ากับการใช้สีแบบคลาสสิก พร้อมจุดประกายแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับการแต่งตัวในทุกๆ วัน เป็นไอเทมเหนือกาลเวลาที่ช่วยยกระดับลุคประจำวันของคุณให้โดดเด่นยิ่งขึ้น Li-Ning Wei Wu LITE รองเท้าที่ถ่ายทอดกลิ่นอายย้อนยุคจากยุค 80 มอบลุคที่ดูผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ เติมเต็มสไตล์ในแต่ละวันของคุณด้วยพลังแห่งความสบายที่ลงตัว เสื้อดาวน์แจ็กเก็ต Li-Ning x Forbidden City รุ่น "Good Fortune" (Hao Cai) มีให้เลือกถึง 5 สี ให้คุณสวมใส่พร้อมรับโชคดี มอบความอบอุ่นตลอดช่วงฤดูหนาว และนำพาความเป็นสิริมงคลมาสู่ชีวิตประจำวันของคุณ แม้เรื่องราวในเมืองเล็กๆ แห่งนี้จะจบลงแล้ว แต่ความอบอุ่นยังคงตราตรึงอยู่ไม่จางหาย 💙 ขอให้คุณได้พบกับความอบอุ่นและความโชคดีตลอดฤดูหนาวนี้ ✨
48
62
770
บอกตรงๆ ทำใจเรื่องน้องนากบุญทิ้งไม่ได้เลย น้องอยู่ดีๆ กินอิ่มนอนหลับพบเจอผู้คนไปวันๆ มา 6 ปี อยู่ๆ ก้อโดนพรากจากบ้านไปฆ่าให้ตายภายในเวลาไม่กี่อาทิตย์ แม่ง มนุษย์โคตรเหี้ย ยิ่งเห็นคนออกมาปกป้องกูยิ่งเจ็บแทนน้อง เจ็บแทนคนเลี้ยงดูมา 6 ปี ยิ่งเห็นคลิปน้องนอนอ้วน โดดน้ำโชว์คนมาดูยิ่งเจ็บ 😭😭😭 ทำไมต้องทำร้ายเค้าด้วยวะ
2
452
ทั้งพี่จ้าน สตู อฟช บอกว่าจะไม่กล่าวคำว่าลาก่อน หวังว่าจะกลับมาพบกันอีก .... 🥺 เอาดีๆ นุหวังนะคะว่าจะมีภาคต่อ #SmallTownRemedy #วอร์ดรักฮีลใจ #XiaoZhan #เซียวจ้าน
2
7
23
504