ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita) header
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita) profile picture

มีชีวิตอยู่ได้เพราะเคะหมวย

bts , tmk , ttp
Joined December 2018
Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)Photo by ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 (@ffichita)
คนเดียวกันปะ552525255555252552555
1
1,543
4
4,900
48,372
Magic Lover Series พ่อมดลุ้นรัก🔮 โอมม ~ อัญชัน ~ มังคุด ~ มันม่วง มะลึกกึ๊กกึ๋ยย์ มะลึกกึ๊กกึ๋ยย์ ~ 💜 Q6 ~ มาเช็คชื่อแล้ว ฮู้กกก วันนี้ขอมาทักทายเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย ✨ พร้อมกับ “อาเฟีย” เด็กนักเรียนสุดน่ารักที่มาแจกความสดใสให้ทุกคนน ☀️ วันนี้จะเป็นยังไงน้าา จะมีคนโดนแกล้งอีกหรือเปล่า? แต่อาเฟียห้ามใช้เวทมนตร์แกล้งคนอื่นเด็ดขาดนะ ฮู้กกก 🤫 มาสเตอร์จะต้องคอยตามดูอาเฟียซะแล้ว ไม่ให้แอบไปดื้อที่ไหน 🧐 แต่ถ้าใครเจออาเฟียแอบใช้เวทมนตร์ป่วนคนอื่นล่ะก็... สายตรงฟ้องมาสเตอร์ได้เลยนะฮู้ก ~ ด้วยรัก, 𝓜𝓪𝓼𝓽𝓮𝓻 𝓞. 🦉🪶 MAGIC LOVER Q6 #เมจิกเลิฟเวอร์Q6
531
3,178
537
4,038
53,107
การ์ดมันแพงจังวะ
42
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
เด็กคนนี้แกล้งลูก มัมต้องจัดการให้ลูกน้ะ #teeteepor
60
12,023
253
21,196
143,147
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
นอกเรื่องแปป ปากซีดม้ากกกก!!!! #อ้วนทอด #fatfries #kongjiro
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว . เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้ . นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี . Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน . [ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ] . ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้ . วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน . ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย... . ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว . จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย . พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน . [ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ] . พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้ . ‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น . และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023 . แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด... . "วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า . สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้ . ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม . [ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ] . ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม . จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง . รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง . [ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ] . ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก . หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ . จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน . ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว . ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย . [ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ] . จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป . วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ . สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า . [ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ] . หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้ . เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ . แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว . [ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ] . ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี . วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต . เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้ . ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน... . #BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
139
2,018
25
3,045
82,366
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
ทำไมติ่งรวยทุกคน ยกเว้นกู
27
11,703
84
9,719
168,033
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
ยิ้มปลากระเบนน่าเคี้ยวมาก โด๊นน🫸🏻)˙༥˙(🫷🏻 POR RADIANT SMILE #BIXDOwithPor
1
861
14
1,200
11,543
เมื่อเจ้าของร้านเรียนวิศวะสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน #kongjiro
#FatFries may be newcomers to the food industry, but they take every little detail seriously and get so many things right. It’s just like when we visit a restaurant. Seeing a well-equipped, clean, and well-organized kitchen instantly gives us so much more confidence in the place!
4,107
4
3,321
109,248
เดวหลานไม่รู้นะ
Replying to @MrToky_Domundi
อยากกินปลาส้มเลยคับ
1
115
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
น้องป๋อพอแล้ว 😭💔😭💔 POR RADIANT SMILE #BIXDOwithPor
515
825
6,046
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
กุคงรักใครไม่ได้อีกแล้วนอกจากเคะ
5
1,452
19
2,239
15,601
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
เรื่องจริงของติ่ง 55555555555555555555
5
3,825
93
4,970
129,208
เเอคผมร้างแล่วรึยัง ? มีคัยเหนเค้าม้าย
2
3
313
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
แผนของเราคือทำให้ทุกคนเป็นมุอู้ด #อ้วนทอด #fatfries
อ้วนทอดครั้งแรกถามจริงว่านี่ไซส์ S 🥲 กินคนเดียวจะหมดไหม #อ้วนทอด #fatfries
135
3,691
53
5,060
136,714
ปิ๊ปพอแล้วครับเฮียหึง
57
น้องป๋อโคตรน่ารักกก มะม๊าใจแตกดังปุ้งงง 🥺🩵🫶🏻 TTP GUAVA LUMINOUS #BENTONXTEETEEPOR
2
729
8
1,092
23,448
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
พบกับ “ป๋อ” @porsuppakarn ได้ใน BIXDO brand live with Por ✨ รับชม Live ได้ทาง 🔗 : weidian.com/?userid=13765769… #BIXDOwithPor
247
4,359
66
8,377
78,104
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
ถามถึงเฟรนช์ฟรายส์ในปี 2026 คงไม่มีแบรนด์ไหนมาแรงกว่า Fatfries ที่มีชื่อเล่นหรือ aka ว่า “อ้วนทอด” อีกแล้ว . เพราะนอกจากจะมีหนึ่งในเจ้าของแบรนด์เป็นคนดังอย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ ศิลปินและนักแสดงสังกัด Domundi ที่มีชื่อจากซีรีส์กี่หมื่นฟ้าแล้ว Fatfries ก็เป็นอีกแบรนด์ที่แมสบนโซเชียลมีเดียบ่อยที่สุดในปีนี้ . นั่นก็เพราะ “ปริมาณแน่นเต็มกล่อง” และความ “หน้าล้น” ที่แปลว่าล้นออกมาจากกล่องเลยจริงๆ ที่ทำให้แบรนด์สร้างปรากฎการณ์เป็นแบรนด์กดยากมาตลอดทั้งปี . Brand Inside มีโอกาสได้พูดคุยกับสองผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Fatfries อย่าง ‘ก้อง-ก้องภพ จิโรจน์มนตรี’ และ ‘วิน-ธนนท์ เศวตนาวิน’ เกี่ยวกับจุดเริ่มต้นและเส้นทางกว่าจะมาเป็น อ้วนทอด ในวันนี้ และสรุปเรื่องราวของพวกเขามาให้ทุกคนได้อ่านกัน . [ เด็กปี 2 สองคน ผู้อยากลองทำธุรกิจของตัวเอง ] . ทุกคนอาจจะรู้แล้วว่า หนึ่งในผู้ก่อตั้งของ Fatfries คือ ‘ก้อง’ แต่อาจจะยังไม่รู้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่ ‘ก้อง’ ทำร่วมกับ ‘วิน’ และทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.3 ในโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และกลายเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันจนถึงวันนี้ . วินและก้อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Fatfries ว่า ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ทั้งสองคนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยในชั้นปีที่ 2 ตอนนั้นแม้จะเรียนอยู่คนละสถาบัน แต่ทั้งคู่มีความคิดว่า อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่างร่วมกัน แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากอะไรดี เลยลองคิดถึงของที่ตัวเองชอบและน่าจะทำได้ก่อน . ในเวลานั้น ก้องชอบกิน ‘ชูโรส’ ที่หลายคนรู้จักในนามปาท่องโก๋สเปนมาก เลยชวนวินว่า หรือเราจะลองมาทำชูโรสขายดูกันดี แต่แค่ได้ลองทำด้วยตัวเองครั้งแรกแล้วก็พบว่า “อาจจะยัง” เพราะนอกจากชูโรสที่ทั้งคู่ช่วยกันทำจะออกมาไม่อร่อยแล้ว ในวันที่ก้องตั้งใจจะพาวินไปชิมชูโรสร้านโปรดที่ก้องยืนยันว่าเป็นร้านที่อร่อยที่สุดที่เคยกินมา ก็ยังพบว่า ร้านนั้นปิดตัวลงไปแล้วด้วย... . ทั้งสองคนเลยมองหน้ากันพร้อมความคิดว่า ขนาดเขาทำอร่อยขนาดนี้ ยังต้องปิดร้านเลย แล้วเราล่ะจะรอดไหม? แผนการเปิดร้านชูโรส เลยถูกพับเก็บกลับเข้าลิ้นชักไปอย่างรวดเร็ว . จนกระทั่งต่อมา ‘วิน’ เกิดไอเดียใหม่จากช่องว่างของตลาดเฟรนช์ฟรายส์ไทยที่ดูเหมือนจะยังไม่มี ‘เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น’ ที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็นเจ้าตลาดเลย . พอเสนอไอเดียนี้ให้กับ ‘ก้อง’ ที่ชอบกินของทอดอยู่แล้วและมีประสบการณ์สั่งของทอดมากินกับครอบครัวตอนดึกๆ ทีละถาดใหญ่ๆ เป็นประจำในช่วงโควิด เลยทำให้พบว่านี่เป็นโปรดักส์ที่เข้าทางทั้งคู่ สุดท้ายเลยตัดสินใจกันว่า จะลองเปิดร้านเฟรนซ์ฟรายส์หน้าล้นดูกัน . [ เปิดร้านครั้งแรก ขายด้วยรถเข็น กลับบ้านด้วยความเฟลเต็มอ้อมแขน ] . พอตัดสินใจแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันตั้งชื่อ ออกมาเป็น Fatfries จากการผสมคำระหว่าง French fries ที่มาจากสินค้าที่จะขาย กับ Fat ที่มาจากภาพลักษณ์ ‘เด็กอ้วน’ ชอบทานของทอดเข้าด้วยกัน ก่อนกลายมาเป็นชื่อเล่นที่แฟนๆ ของแบรนด์ชอบเรียกว่า “อ้วนทอด” ในวันนี้ . ‘วิน’ เล่าว่า ตอนเริ่มต้นทำ Fatfries เขากับก้องเริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆ ประมาณ 40,000 บาท เพราะรู้ว่าตัวเองไม่ได้มีประสบการณ์มากนัก อยากเริ่มต้นจากเล็กๆ ก่อน อะไรใช้ของที่มีอยู่ได้ก็ใช้ อย่างสถานที่ขายบนถนนเส้นบรรทัดทองก็เป็นพื้นที่ของบ้านก้อง ขณะที่ ‘รถเข็น’ ก็เป็นของที่มีอยู่แล้วจากบ้านวิน แค่นำมาทาสีเหลืองของแบรนด์เท่านั้น . และแล้ว Fatfries ก็เปิดทำการครั้งแรกในเดือนกันยายนของปี 2023 . แต่ธุรกิจแรกของวินและก้องก็กลับไม่เป็นอย่างฝันไปเสียหมด... . "วันนั้นหลังจากขายเสร็จตอนประมาณ 5 ทุ่ม เที่ยงคืน ตอนเก็บของ เข็นรถเข็นกลับบ้าน... ทั้งความรู้สึกเฟล ความรู้สึกเหนื่อยก็ถาโถมเข้ามา" วินเล่า . สาเหตุที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่า ทั้งคู่ต่างขาดประสบการณ์ในธุรกิจอาหาร จนทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างที่ไม่ได้คาดคิด ตั้งแต่ทอดออกมาแล้วมันฝรั่งกลายเป็นสีคล้ำ เตาทอดดับเพราะกำลังไฟไม่พอ ไปจนถึงรันคิวได้ช้ามากจนลูกค้าต้องรอนาน ทั้งหมดสร้างความผิดหวังให้วินมาก เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถบริการลูกค้าให้ได้คุณภาพประสบการณ์และสินค้าตามมาตรฐานที่ตั้งใจไว้ . ทั้งที่ขายดีมาก แต่ผ่านไป 2 วัน ก้องกับวินจึงตัดสินใจปิด Fatfries ไปนานถึง 1 ปีเต็ม . [ ทบทวนตัวเอง ปรับปรุงกระบวนการ กลับมาใหม่แบบมั่นใจกว่าเดิม ] . ตลอด 1 ปีหลัง Fatfries เปิดและปิดให้บริการครั้งแรก วินกับก้อง เล่าว่า นอกจากกลับไปเรียนและทำงานแล้ว ทั้งคู่ยังใช้เวลาไปกับการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงหลังบ้านของ Fatfries ใหม่อีกครั้ง ทั้งพัฒนาสูตร ปรับเปลี่ยนกระบวนการทอด ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เพื่อให้ Fatfries กลับมาได้ดีกว่าเดิม . จนกระทั่งพฤศจิกายนปี 2025 วินและก้องจึงตัดสินใจนำ Fatfries กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ในรูปแบบ Cloud Kitchen ด้วยพื้นที่ครัวขนาด 10 ตารางเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ของบ้านวินเอง เพื่อลดต้นทุนค่าเช่าและใช้ความได้เปรียบจากทำเล ‘บรรทัดทอง’ ในการจัดส่งไปพื้นที่ต่างๆ กลางใจเมือง . รอบนี้ วิน บอกว่า ใช้เงินน้อยกว่าเดิมมาก แค่ราว 20,000 บาทเป็นค่าวัตถุดิบและสั่งผลิตแพ็กเกจจิ้ง โดยตั้งเป้าว่าจะขายให้ได้วันละ 50 กล่องต่อวัน หรือประมาณ 1,000 กล่องต่อเดือน เป็นตัวเลขที่คิดมาแล้วว่าจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ขาดทุนนั่นเอง . [ คนอุดหนุนคนแรกคือ ‘แฟนคลับ’ พ้นช่วงฮันนีมูนเหลือวันละ 10-20 กล่อง ] . ก้อง บอกว่า คนกลุ่มแรกที่แวะเวียนมาซื้อ Fatfries คือ แฟนคลับของก้องเอง ที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้ Fatfries มีลูกค้าเข้ามาสั่งซื้อตลอดช่วงแรก . หลังจากเปิดให้บริการช่วง 1-2 เดือนผ่านพ้นไป ก็มีช่วงที่ Fatfries ขายได้น้อยกว่าที่ตั้งใจบ้าง ขายได้แค่วันละ 10 กล่องบ้าง วันละ 20 กล่องบ้าง ระหว่างนั้น ก้องกับวินก็พยายามอย่างเต็มที่ในการหาลูกค้าใหม่ ด้วยการออกรสชาติใหม่ๆ ไปจนถึงทำเมนูซีซันนัลต่างๆ . จนกระทั่งเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนในวันที่ Fatfries ออกรสชาติใหม่อย่าง ‘ซอสต้มยำ’ ที่มีท็อปปิ้งเป็นกุ้ง ปลาหมึก และเบคอน . ก้อง บอกว่า ตอนนั้นก้องมีโอกาสได้ไปร่วมงาน Olympop ซึ่งประจวบเหมาะว่าเป็นช่วงเดียวกันกับที่ออกเมนูใหม่พอดี แล้วโชคดีที่มีลูกค้ารีวิวให้บนแพลตฟอร์ม X ปรากฎว่าโพสต์นั้นมียอดเข้าชมมากถึง 4-5 ล้านวิวภายในวันเดียว . ถึงก้องจะเห็นฟีดแบคแล้ว แต่วินไม่เห็น วันต่อมาออเดอร์ที่พุ่งเข้ามาทันทีที่เปิดร้าน ทำให้วินตกใจ เพราะจากปกติที่ขายดีที่สุด 50-60 กล่องต่อวัน กลับขยับขึ้นไปถึงหลักร้อยกล่องในทันที มีพี่ๆ ไรเดอร์มารอเต็มหน้าร้านตั้งแต่เปิดขาย . [ ยอดขายแตะเดือนละ 1 ล้าน ออกงานห้างคนรอเกือบ 300 คิว ] . จากวันนั้นแบรนด์ก็เติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด จนวันนี้ Fatfries ทำยอดขายได้มากกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือนแล้ว โดยกำลังการผลิตในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 300-400 กล่องต่อวัน แต่ยังคงจำเป็นจะต้องจำกัดการรับออเดอร์รอบละ 100 ออเดอร์ เพื่อเคลียร์คิวหน้าครัวไม่ให้พี่ๆ ไรเดอร์ต้องรอนานเกินไป . วันไหนที่ออกบูธร่วมกับเดลิเวอรี่ด้วย Fatfries เคยทำสถิติสูงสุดได้เกือบ 500 กล่องต่อวัน โดย วิน เล่าว่าตอนที่ไปเปิดบูธที่ศูนย์การค้าสยามพารากอนนั้น หลังห้างจะเปิดเพียงแค่ 9 นาที ก็มีลูกค้ารอคิวหน้าร้านถึง 270 คนแล้ว เพราะหลายคนหวังว่า ถ้ามาหน้าร้านแล้วจะได้ลองทานดู หลังพยายามกดสั่งผ่านเดลิเวอรี่แล้วแต่ไม่สำเร็จ . สองผู้ก่อตั้งจึงคาดว่า ปีนี้ Fatfries จะทำรายได้ราว 8-10 ล้านบาท พร้อมความมุ่งมั่นจะออก Seasonal Menu เมนูหมุนเวียนไปทุกๆ 1-2 เดือน สร้างสีสันให้กับแบรนด์ที่มีเมนูหลักอยู่ราว 10 เมนูในปัจจุบัน โดยเมนูขายดีอันดับ 1 ในช่วงเวลานี้คือต้มยำ ทรัฟเฟิล และหมาล่า . [ คำนวณต้นทุนแล้วจริงๆ แค่ยอมกำไรน้อย ให้ลูกค้าได้คุ้ม ] . หนึ่งในเรื่องตลกที่ ก้อง เล่าว่าตัวเองชอบโดนถามเป็นประจำคือ “ได้คำนวณต้นทุนแล้วใช่ไหม” เพราะปริมาณต่อกล่องของ Fatfries ที่เยอะมาก ทำให้ลูกค้าหลายคนเป็นห่วง กลัวว่าแบรนด์จะอยู่ไม่ได้ . เรื่องนี้ ก้อง ยืนยันว่า คำนวณแล้วจริงๆ แต่พอทุกคนถามเข้ามาแบบนี้ ก็เลยกลับไปคำนวณใหม่อีกที แน่นอนว่ากำไรของ Fatfries น้อยกว่าร้านฟาสต์ฟู้ดทั่วไปจริงๆ โดยเฉพาะเมนูมันกุ้งกระเทียมพริกไทยที่ได้กำไรน้อยที่สุดในร้าน เพราะมีส่วนประกอบอย่างเนื้อปูที่ตั้งใจจะให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์สุดคุ้มจริงๆ . แต่เรื่องนี้วินกับก้องกลับยินดี เพราะอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่าย ได้สินค้าในปริมาณที่คุ้มค่ากับราคา เพิ่มโอกาสที่จะทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า นำไปสู่เกิดการซื้อซ้ำได้ในระยะยาว . [ เตรียมพบกับหน้าร้านสาขาแรก พร้อมเป้าใหญ่ 10 สาขาเร็วๆ นี้ ] . ภายในไตรมาส 1 ของปีหน้า วินกับก้องตั้งเป้าจะเปิด ‘หน้าร้าน’ สาขาแรกให้กับแบรนด์ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานของทอดที่ทั้งร้อนทั้งอร่อยแบบ 100% โดยตั้งเป้ากำลังการผลิตเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 300-500 กล่องต่อวัน ส่วนในระยะยาวอย่าง 2-3 ปีข้างหน้า ตั้งใจจะขยายสาขาไปสู่ 10 สาขา ก่อนขยายสู่หัวเมืองหลักทั่วประเทศภายใน 5 ปี . วินบอกว่า ฝันไกลๆ ของเขากับก้องคือ 100 สาขา พร้อมส่ง Fatfries ไปเป็นแบรนด์ฟาสต์ฟู้ดไทยแบรนด์แรกๆ ที่สามารถขยายออกสู่ตลาดต่างประเทศได้ในอนาคต . เราจะเห็นว่าเส้นทางของ Fatfries อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะสองซีอีโอเจ้าของ “อ้วนทอด” เองก็ต้องการเวลาในการบ่มเพาะความรู้ความเชี่ยวชาญ ก่อนจะพาธุรกิจมาเป็นที่รู้จักของคนมากมายในโลกโซเชียล และสร้างยอดขายได้ถึง 1 ล้านบาทต่อเดือนในวันนี้ . ที่สำคัญคือฝันของพวกเขาสองคนไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ เพราะพวกเขาอยากพาแบรนด์ไทยไปให้ไกลถึงต่างแดน... . #BrandInside #ธุรกิจคิดใหม่ #Fatfries #อ้วนทอด #เฟรนช์ฟรายส์หน้าล้น #แบรนด์ไทย
9
2,036
75
2,079
167,939
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
tokyo, casually #porsuppakarn
1,205
17,401
444
39,241
270,087
ฟีฟี่ ᶻ 𝘇 𐰁 retweeted
142
4,399
27
10,119
111,967