Jpybara retweeted
ที่ทำงานเก่ามีพี่คนนึง วันนึงเดินมาบอกนี่ว่า “พี่กับเพื่อนพี่ลงความเห็นกันแล้ว ว่าน้องโอ๊ตน่าจะชอบผู้ชาย มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหมจ๊ะ”
นี่เลยตอบกลับว่า “พี่อยากรู้ชีวิตผมมากกว่าตัวผมเองอีกอ่ะ” เงียบดิ กลัหลังจากนั้นเลิกยุ่งกับนี่ตลอดชีวิต เออ ครั้งนึงเคยได้ตอบอะไรแบบนี้ซัดหน้าคนด้วย ใครจะไปคิด
Jpybara retweeted
ในฐานะแพทย์ที่เคยอยู่ทั้งรพ.รัฐ รับงานเอกชนบ้าง ข้อดีของข้าราชการเหนือสิ่งอื่นใด ที่หลายๆคนยังทนอยู่แม้เงินเดือนจะสตาร์ทหมื่นแปด ไม่ใช่บำนาญ หน้าตาในสังคม หรือการที่พ่อแม่เอาไปเม้าได้ แต่คือสิทธิ์การรักษาพยาบาล ที่ได้ไปถึงพ่อแม่ ลูกอายุไม่เกิน 20 นี่คือสิ่งมีค่าที่สุด ประกันอีลีทเบี้ยปีละแสนก็ไม่สู้
Jpybara retweeted
จริงๆการไม่มีค่าตัว(สำหรับคนที่เป็นเจ้าของบริษัทและมีรายได้สูง) เป็นทางเลือกในการบริหารจัดการภาษีที่ดีนะครับ เพราะภาษีบุคคลธรรมดาหักค่าใช้จ่ายได้น้อยกว่า+แพงกว่าภาษีนิติบุคคล นี่ยังไม่นับรวมว่าพอเป็นเจ้าของเรารับเป็นเงินปันผล dividend tax แค่ 10% แถมถ้าเราไม่มีรายได้ที่เป็นเงินเดือน ยังเครดิตภาษีได้อีก
Jpybara retweeted
แนะนำ Life hack ที่ถูกแชร์ต่อๆ กันมาแล้วดิฉันก็ทำตามแล้ว เอ้อ มันเริ่ดจริงๆ
สำหรับคนที่ใช้น้ำตบเอย tonerเอย serum แบบน้ำเอย เอาหัวพ่นของ Muji, Daiso มาเปลี่ยนแล้วพ่นใส่หน้าเลย ใช้ได้กับ น้ำตบของ Muji, Ordinary เริ่ด ส่วนขวดแบรนด์อื่นยังไม่เคยลองนะ
ฟีลดีมาก กระจายทั่วหน้า ที่สำคัญประหยัดกว่าบีบใส่สำลีละเช็ด แต่ effect จะต่างกันหน่อย ต้องระวังเข้าตาด้วย
Jpybara retweeted
เมื่อก่อนเคยคิดนะว่า ชีวิต(เก้ง) มันเป็น vertical เป็นladder ที่ต้องไต่ขึ้นไป มันจะมี prototype นึงที่เรารู้สึกว่า อยากimprove ตัวเองไปให้ถึงจุดนั้น
ชีวิต30+ นี่แหละที่สอนให้รู้ว่า จริงๆแล้วชีวิตทุกคนอยู่ในระนาบเดียวกัน ทุกคนมีพลังและความน่านับถือในตัวเอง แค่อยู่คนละเส้นทาง
คนที่ดูชีวิตดีไปหมดทุกอย่าง ไม่ได้แปลว่าการกระทำและทัศนคติจะดีตาม ในขณะเดียวกันคนที่น่านับถือจากข้างใน มันสัมผัสได้จริงๆ ไม่ได้ขึ้นกับชนชั้นที่อุปโลกน์ขึ้นมาเลย
Jpybara retweeted
สต.ทา body lotion + body oil ทุกวัน ผิวนุ่มมากกกกก ชอบผิวตัวเองมาก จับละนุ่มทุกส่วน ใครไม่เข้าวงการ body oil ต้องลอง
Jpybara retweeted
ส่วนตัวทำ Diode ไม่เป็นไรเลยครับ
ชอบมากกว่า หน้าเนียนใสขึ้น เพราะขนถูกทำลาย ขนเส้นใหญ่โดนยิงไม่ขึ้นอีก
ส่วนขนอ่อนขึ้นปกติเล็กน้อย
โดยรวม 10/10 ทำแค่ 6 ครั้งเห็นผลลัพธ์เลย
Jpybara retweeted
ออยอาบน้ำ: eucerin, bioderma
โลชั่น: cerave, bath & body
ออยทาตัว: journal, neutrogena
ออยนวดตัว: panpuri
ชอบผิวตอนฉ่ำมาก
Jpybara retweeted
Replying to @jpybara
ผมก็เลือกแบบ A ครับ สกินติฟิค PDRN มอยซ์ ก็ 300 ใช้ดีม้ากกก สำหรับผมคิดว่าครีมไม่ต้องแพง แต่เน้นที่ความต่อเนื่องในการใช้ และการดูแลส่วนอื่นด้วยเช่น ทากันแดด มาร์กหน้า การนอน การกิน
Jpybara retweeted
จริงๆกิน astaxanthine ไม่เคยคิดเรื่อง 6000 เท่าของวิตเพราะมันเทียบแบบนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แต่มันง่ายในแง่การเอาไปทำให้ว๊าวในการตลาด มันมีที่อยู่ มีหน้าที่ มีกลไกที่เป็นประโยชน์อยู่ แต่มันแบบอาหารเสริมอ่ะ ไม่ใช่หลัก ไม่กินก็ได้ แล้วแต่ความต้องการมันมีฟังชั่นของมัน เหมือนยากับเครื่องสำอางแหละ จะใช้เครื่องสำอางทำไมทั้งที่ยาดีกว่า แล้วแบ่บ ถึงมันจะมีส่วนครอสกันบ้าง แต่เราแยกประเภทมันเพราะมันมีจุดประสงค์ของมันนี่แหละ
Jpybara retweeted
AOX แต่ละตัวมันทำงานต่างกันอะ AOX capacity ต่างกันไม่ใช่ว่าตัวที่ชนะมันจะชนะไปเลย จึงแนะนำให้กินหลากหลายจากแหล่งอาหารหลัก อย่าง VitC นี่ขาดแล้วเป็นลักปิดลักเปิดนะ แต่เข้าใจได้ว่าด้วยตัวเลขและการ present มันทำให้คนทั่วไปคิดว่าดีกว่า 6000 เท่า
แต่จริง ๆ Ascorbic acid (AA) ก็ละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ได้เหมือนกัน สารทุกชนิด ไม่ใช่ว่าถ้าละลายในน้ำแล้วจะไม่ละลายใน organic solvent and vice versa เพราะการละลายของสารขึ้นกับความเป็นขั้วของตัวทำละลายรวมถึงการสร้างแรงระหว่างโมเลกุล อย่าง organic solvent ก็มีขั้วต่างออกไปอย่างเช่น DMF จัดเป็น high polar ความสามารถในการละลายของ AA ดีกว่าในน้ำด้วยซ้ำ (12.5 mg/mL in DMF vs 10 mg/mL in water) แต่การมี 10% Chloroform ก็ทำให้มันละลายน้อยลง แต่ก็คงไม่ห่างจากน้ำเท่าไหร่
แต่อันที่น่าแปลกคือ AA มันอยู่ใน DMF ไม่ค่อยเสถียรจากงานวิจัยที่เจอ ไม่รู้เค้าวัดกันไวแค่ไหน
เอาจริงไม่ควรเอามาเทียบกันเท่าไหร่เพราะอย่างวิตซีนี่เป็น co-enzyme ในหลายกลไก ส่วน astaxanthin มันชอบไปแปะอยู่ตรง phospholipid bilayer เหมือนนั่งคนละตำแหน่งอะ มันแทนกันไม่ได้
งานวิจัยที่เคลม astaxanthin ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่า VIT C 6,000 เท่า มันมีจุดเอ๊ะๆหลายจุด
1. ทำโดยตัวพนักงานบริษัทผลิตสาร
2. Asta ละลายในไขมัน ส่วน Vit C ละลายได้ดีในนำ้ ทีนี้พอมาเทียบกัน เค้าจับ Asta,VitC มาใส่ตัวทำละลาย DMF : CDCl3 (9 : 1) เป็นตัวทำละลายอินทรีย์ ไม่มีน้ำเลย
ซึ่งไม่ใช่สภาวะที่วิตซีทำงานได้ดีสุด
3. ถ้าใช้เกณฑ์เดียวกัน ไลโคปีนในมะเขือเทศก็ต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตซี 3,800 เท่าเหมือนกัน
4. คำว่าต้านอนุมูลอิสระใช้ไม่ได้ เพราะงานวิจัยเค้าวัดว่าดับ Singlet oxygen (ไม่ใช่อนุมูลอิสระ) ได้เท่าไหร่
5. ทำในหลอดทดลอง ผลในหลอดทดลอง ไม่เท่ากับผลในมนุษย์จริง
Astaxanthin เป็นอาหารเสริมตัวนึงที่ overhyped มากในไทย มันมีงานวิจัยเรื่องผิวแหละ แต่เป็นพวกความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ผลไม่แน่นอน ในเกาหลีอนุญาตให้เคลมเรื่องช่วยเรื่องตาล้าได้ ในยุโรปห้ามเคลมแม้แต่ antioxidant
อาหารเสริมมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงร่างกาย สีผิวอะไรขนาดนั้น ถ้ามีคาดหวังว่าช่วยเรื่องริ้วรอย สีผิว -> อาจจะยัง
Jpybara retweeted
ใช่! 555555 ตัวเลข 6,000 เท่ามาจากงานวิจัยทางเคมีปี 2007 ของ Nishida, Yamashita และ Miki ทำโดยทีมที่มีความเกี่ยวข้องกับ Fuji Chemical บริษัทที่ผลิตและจำหน่าย Astaxanthin ภายใต้ชื่อ Astareal
งานปี 2007 ของ Nishida, Yamashita และ Miki รายงานค่าคงที่อัตราการดับ Singlet oxygen ซึ่งเป็นออกซิเจนสถานะกระตุ้น โดยใช้ตัวทำละลายอินทรีย์ DMF CDCl₃ สัดส่วน 9:1
ในตารางงานวิจัย Astaxanthin ได้ค่า 5.4 และ Vitamin C ได้ค่า 0.00089 เมื่อใช้หน่วยเดียวกัน หารออกมาได้ประมาณ 6,067 เท่า
และต้องเข้าใจว่าค่าคงที่อัตราปฏิกิริยาไม่ใช่คะแนนประสิทธิภาพในร่างกายคนและงานนี้ต้นกำเนิดตัวเลข 6000 เท่าไม่ได้ทดลองในมนุษย์แม้แต่คนเดียว และไม่ได้ทดลองในสัตว์ด้วย
ความจริงอีกอย่างคือมีงานวิจัยเยอะ ไม่ได้เท่ากับมีหลักฐานหนักแน่นเสมอไปนะ
ลองนึกภาพว่าเรามีงานทดลอง 10 งาน แต่ละงานมีอาสาสมัคร 20-40 คน บางงานวัดความชุ่มชื้น บางงานวัดริ้วรอย บางงานวัดตัวบ่งชี้ในเลือด
บางงานทดลองกับผู้หญิงญี่ปุ่นวัยกลางคน และ
บางงานได้รับทุนจากบริษัทวัตถุดิบ บางงานมีผู้วิจัยที่เป็นบุคลากรบริษัทเอง
เราเอามารวมกันแล้วพูดได้ว่ามีการศึกษาสารนี้หลายด้านแต่เราไม่สามารถเอางานทั้งหมดมารวมยอดคน แล้วพูดว่ามีผู้เข้าร่วมหลายคนพิสูจน์แล้วว่ามันทำให้ผิวสวยเพราะแต่ละคนอาจถูกทดลองเพื่อตอบคนละคำถามอีก
ชั้นไม่ได้ลดคุณค่าของ Astaxanthin เลย แต่กำลังแยกคำโฆษณาที่ใหญ่เกินตัวสารออกไป
เพราะถ้าตัดคำว่า 6,000 เท่าทิ้งไป Astaxanthin ก็ยังเป็นสารกลุ่ม Carotenoid ที่น่าศึกษา มีงานทางคลินิกที่น่าสนใจ และอาจเป็นประโยชน์ต่อผิวสำหรับบางคนอยู่ดี
แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นมหัศจรรย์อะไรทั้งนั้น
สรุปคือ Astaxanthin ไม่ได้หลอกเรา แต่ตัวเลข 6,000 เท่าที่ถูกเล่าจนคนเข้าใจว่าเป็นผลในร่างกายต่างหากที่ทำให้สารนี้ดูมีพลังเหนือมนุษย์ 555555
มันจะประมาณนี้
1.งานต้นกำเนิด 6,000 เท่า ทดลองในมนุษย์ไหม
ตอบ 0 คน
2. เคยมีงานในมนุษย์ที่เปรียบเทียบ Astaxanthin กับกลุ่ม Vitamin C ไหม
ตอบ มี งานนั้น 42 คน ปี 2024 ที่ใช้ Vitamin C ร่วมกับ E (ยังมีงานวิจัยอีกในคนแต่ยกตัวอย่างงานนี้มา)
3. มีงานในมนุษย์พิสูจน์ว่าประโยชน์เหนือกว่า Vitamin C 6,000 เท่าไหม
ตอบ ยังไม่พบหลักฐานยืนยัน
หัวใจของเรื่องทั้งหมดคือน่าจะงี้คนเรามักจำอะไรที่มันสุดโต่งได้ดี โดยเฉพาะตัวเลขที่อลังการอย่าง 6,000 เท่า
ลองดูว่าข้อมูลมันเดินทางมายังไง
สิ่งที่งานวิจัยวัดจริงในปี 2007
“ในระบบตัวทำละลาย DMF/CDCl₃ สาร Astaxanthin มีค่าคงที่อัตราการดับ Singlet oxygen สูงกว่าวิตามินซีประมาณ 6,000 เท่า”
สิ่งที่ถูกย่อ
“Astaxanthin ต้านอนุมูลอิสระแรงกว่าวิตามินซี 6,000 เท่า!”
สิ่งที่ผู้บริโภคจำนวนนึงอาจเข้าใจงั้นกิน Astaxanthin ก็ต้องดีต่อร่างกายกว่าวิตามินซี 6,000 เท่าสิวะ😂
เห็นไหมว่า ตัวเลขไม่ได้เปลี่ยน แต่ความหมายเปลี่ยนไปทั้งเรื่อง5555555
สรุปแบบเข้าใจง่าย
ตัวเลข 6,000 เท่ามาจากการจับสาร 2 ตัวไปแข่งกันดับออกซิเจนชนิดนึงในหลอดทดลอง ไม่ได้มาจากการจับคน 2 กลุ่มมากิน Astaxanthin กับ Vitamin C แล้วพบว่ากลุ่มแรกได้ประโยชน์มากกว่า 6,000 เท่า
งานวิจัยที่เคลม astaxanthin ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่า VIT C 6,000 เท่า มันมีจุดเอ๊ะๆหลายจุด
1. ทำโดยตัวพนักงานบริษัทผลิตสาร
2. Asta ละลายในไขมัน ส่วน Vit C ละลายได้ดีในนำ้ ทีนี้พอมาเทียบกัน เค้าจับ Asta,VitC มาใส่ตัวทำละลาย DMF : CDCl3 (9 : 1) เป็นตัวทำละลายอินทรีย์ ไม่มีน้ำเลย
ซึ่งไม่ใช่สภาวะที่วิตซีทำงานได้ดีสุด
3. ถ้าใช้เกณฑ์เดียวกัน ไลโคปีนในมะเขือเทศก็ต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตซี 3,800 เท่าเหมือนกัน
4. คำว่าต้านอนุมูลอิสระใช้ไม่ได้ เพราะงานวิจัยเค้าวัดว่าดับ Singlet oxygen (ไม่ใช่อนุมูลอิสระ) ได้เท่าไหร่
5. ทำในหลอดทดลอง ผลในหลอดทดลอง ไม่เท่ากับผลในมนุษย์จริง
Astaxanthin เป็นอาหารเสริมตัวนึงที่ overhyped มากในไทย มันมีงานวิจัยเรื่องผิวแหละ แต่เป็นพวกความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ผลไม่แน่นอน ในเกาหลีอนุญาตให้เคลมเรื่องช่วยเรื่องตาล้าได้ ในยุโรปห้ามเคลมแม้แต่ antioxidant
อาหารเสริมมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงร่างกาย สีผิวอะไรขนาดนั้น ถ้ามีคาดหวังว่าช่วยเรื่องริ้วรอย สีผิว -> อาจจะยัง
Jpybara retweeted
Replying to @jpybara
ใช้อยู่เหมือนกันค่ะ 20% ไม่แสบไม่คันเลยรู้สึกโชคดีมากๆ ทางนี้ใช้รักษาเน้นรอยดำสิว ใช้แค่กลางวัน ส่วนกลางคืนใช้เรตินอล หน้าเรียบเนียบรูขุมขนเบียดมากมองแทบไม่เห็น
Azelaic acid ถ้าใครใช้ถูกกับผิวก็จะเห็นผลดีไปเลย แต่ถ้าใครไม่ถูกก็หน้าแหกได้ค่ะ 😂
Jpybara retweeted
ของดีนะ ไม่ใช่แค่เรื่องสิว ช่วยเรื่องฝ้าและแผลสิวอีก
Jpybara retweeted
ในบรรดาหัตถการที่เคยทำมา ยกให้เลเซอร์ขนรักแร้คือสิ่งที่ถูก ดี และเห็นผลชัดที่สุด เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดละ
Jpybara retweeted
แต่ก่อนจะเป็นคนเฟี้ยว ๆ ไม่คิดอะไรมาก นั่งมอไซค์ได้ตลอด ประหยัดเงินกว่าพอสมควร
แต่โดนแฟนดุ ว่าเอาชีวิตไปเสี่ยงทำไม ทำไมไม่รักตัวเองเลย ชีวิตเรามีค่ากว่านั้นเยอะมาก นั่งไปก็ประหยัดเงินแค่ไม่กี่บาท บลาๆ ๆ
แล้วมีครั้งนึง นั่งวินกลับบ้านมา เจอคุณพ่อของแฟนพอดี
คุณพ่อแฟนก็บอกว่า ไม่อยากให้นั่งมอไซค์ อันตรายนะลูก (พูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง) 🫠
คือจริงทุกอย่าง ขับรถใหญ่ยังว่ายังอันตรายเลย นี่นั่งวิน ชนมาก็คือ บาดเจ็บ พิการ ตุยเย่ แล้วมอไซค์ในกทม. นี่คืออันดับ 1 เลยในการขับอันตราย เลี่ยงได้ เลี่ยงเลย ถ้าแบบ ไม่รีบจริง ๆ จำเป็นจริง ๆ เลือกไม่นั่งเลย
หลายคนอาจจะยังไม่ได้ตระหนักถึงความเสี่ยง และความอันตรายของการนั่งมอไซค์แบบผมเมื่อแต่ก่อน เลยอยากจะมาช่วยเตือนสติไว้ครับ เลี่ยงได้ก็ดี
Jpybara retweeted
Replying to @jpybara
คนเข้าใจผิดเรื่องการกิน Antioxidant มาก มันไม่ได้ครอบจักรวาลการต้านอนุมูลอิสระทุกชนิด ความสำคัญคือความหลากหลายของชนิดสารต้านอนุมูลอิสระ เขาถึงบอกให้กินผัก 5 สี 7 สี เพื่อความหลากหลายของสาร
Jpybara retweeted
งานวิจัยที่มีก็มีแต่กลุ่มตัวอย่างแค่หลักสิบคนทั้งนั้นเลย ในต่างประเทศคือไม่ได้ hype กันเท่าที่ไทยเลยด้วยครับ 😅
งานวิจัยที่เคลม astaxanthin ต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่า VIT C 6,000 เท่า มันมีจุดเอ๊ะๆหลายจุด
1. ทำโดยตัวพนักงานบริษัทผลิตสาร
2. Asta ละลายในไขมัน ส่วน Vit C ละลายได้ดีในนำ้ ทีนี้พอมาเทียบกัน เค้าจับ Asta,VitC มาใส่ตัวทำละลาย DMF : CDCl3 (9 : 1) เป็นตัวทำละลายอินทรีย์ ไม่มีน้ำเลย
ซึ่งไม่ใช่สภาวะที่วิตซีทำงานได้ดีสุด
3. ถ้าใช้เกณฑ์เดียวกัน ไลโคปีนในมะเขือเทศก็ต้านอนุมูลอิสระได้มากกว่าวิตซี 3,800 เท่าเหมือนกัน
4. คำว่าต้านอนุมูลอิสระใช้ไม่ได้ เพราะงานวิจัยเค้าวัดว่าดับ Singlet oxygen (ไม่ใช่อนุมูลอิสระ) ได้เท่าไหร่
5. ทำในหลอดทดลอง ผลในหลอดทดลอง ไม่เท่ากับผลในมนุษย์จริง
Astaxanthin เป็นอาหารเสริมตัวนึงที่ overhyped มากในไทย มันมีงานวิจัยเรื่องผิวแหละ แต่เป็นพวกความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ผลไม่แน่นอน ในเกาหลีอนุญาตให้เคลมเรื่องช่วยเรื่องตาล้าได้ ในยุโรปห้ามเคลมแม้แต่ antioxidant
อาหารเสริมมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงร่างกาย สีผิวอะไรขนาดนั้น ถ้ามีคาดหวังว่าช่วยเรื่องริ้วรอย สีผิว -> อาจจะยัง
Jpybara retweeted
ชั้นเบื่อ TIKTOK มาก ทึแบบนี้ไม่แบนช่อง. เกลียดการตลาดสไตล์จีนมากก
ดูออกเลยจะอวยแบรนด์ตัวเอง, ใช้ช่องทาง Tiktok ให้คนมาแต่งตัวเหมือนในวงการแพทย์ แล้วโจมตีแบรนด์อื่นว่ามีสารเคมีและสิ่งที่ต้องห้าม
ถ้า Maybelline อันตราย แบรนด์อื่นไม่ต้องพูดถึง
กล้าที่จะบอกว่าไม่แนะนำ แบรนด์หล่อนอ่ะไปตกน้ำคนแรก




























