Pinned Tweet
"แฟนคนเดียวต้องเป็นทุกอย่างในชีวิตเราขนาดนั้นเลยเหรอ"
เห็นโพสนี้แล้วจู่ๆก็นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
เคยฟัง Esther Perel เล่าว่า คนสมัยนี้คาดหวังให้แฟนเล่นบทเยอะมากนะ ต้องเป็นคนรักที่ดี ต้องเป็นเพื่อนสนิท ต้องคุยกันได้ทุกเรื่อง ต้องเข้าใจเรา ต้องรับฟังเรา ต้องอยู่ข้างเราเวลาเราแย่
ต้องเป็นคนที่เราไปหาได้เป็นคนแรกเวลามีปัญหา แล้วก็ยังต้องทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น ไม่เบื่อกัน ทั้งโรแมนติก ทั้งเร่าร้อน และมี chemistry กันไปนานๆ อีก
มันมากเกินไปมั้ยนะ สำหรับคนๆเดียว แล้วมันจำเป็นมั้ยที่จะต้องขอเยอะขนาดนั้น
Esther Perel เคยพูดถึงเรื่องนี้ประมาณว่า เมื่อก่อนสิ่งที่เราต้องการจากคนหนึ่งคน อาจเป็นสิ่งที่ทั้งครอบครัว เพื่อน และ community ของเราช่วยกันเติมให้เรา
แต่ทุกวันนี้เรากลับเอาทุกอย่างมารวมไว้ที่ “แฟน” อยากได้คนที่เข้าใจเราที่สุด อยากได้คนที่เป็น safe space ของเรา อยากได้คนที่เป็นทั้งเพื่อน ทั้งคนรัก ทั้งที่ปรึกษา แล้วพอเขาทำไม่ได้ หรือพลาดไปแค่เรื่องเดียว ก็กลายเป็นว่า “ทำไมเธอไม่เข้าใจเราเลย” ซะงั้น ทั้งที่จริงๆ บางทีเขาอาจไม่ได้มีหน้าที่ต้องเป็นทุกอย่างให้เราก็ได้
บางเรื่องเราไปคุยกับเพื่อนก็ได้ บางเรื่องกลับไปใช้เวลากับครอบครัวก็ได้ บางเรื่องก็อาจคุยกับ therapist หรือบางเรื่องก็แค่เป็นเรื่องของเราเองว ที่เราค่อยๆ จัดการมันด้วยตัวเองก็ได้
พอมานั่งคิดดู ต่อให้เรารักใครมากๆ เราก็ยังควรเป็น “เรา” ได้อยู่ไม่ใช่หรอ ยังมีความคิดของตัวเอง มีเพื่อนของตัวเอง มีงานอดิเรกของตัวเอง มีเวลาที่อยากอยู่คนเดียว มีชีวิตบางส่วนที่ไม่ได้เกี่ยวกับแฟนเลย ตอนแรกฟังแล้วรู้สึกเหมือนมันเป็นเรื่องของการ “เว้นระยะ” จากกัน แต่จริงๆ การทำให้ความสัมพันธ์ได้ "หายใจ" ได้มากขึ้น มันเป็นเรื่องดีนะ
เราออกไปใช้ชีวิตของเรา เจอเพื่อน ทำสิ่งที่ชอบ มีเรื่องใหม่ ๆ กลับมาเล่าให้กันฟัง ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันตลอด ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างของกันและกัน และไม่จำเป็นต้องให้คนคนเดียวรับผิดชอบความสุข ความเหงา ความมั่นคง หรือทุกปัญหาในชีวิตของเรา
เพราะบางทีความสัมพันธ์ที่ดี อาจไม่ใช่การที่คนสองคนกลายเป็น “โลกทั้งใบ” ของกันและกัน แต่อาจเป็นการที่เรายังมีโลกของตัวเองอยู่ แล้วก็เลือกที่จะกลับมาแบ่งปันโลกนั้นให้กันฟัง
อาจจะไม่ใช่ “เธอคือทุกอย่างของฉัน” แต่อาจเป็น “ฉันมีชีวิตของฉัน และดีใจมากที่มีเธออยู่ในนั้น”
แปล
มีงานอดิเรกเหอะ จะได้เลิกไปตกหลุมรักเรี่ยราดอย่างไร้สติ คนที่สมองว่างจัดมักจะเอาความเหงามาตีค่าสลับกับความรักเสมอ แต่คนที่มีอะไรให้ทำหัวไม่ว่างมักจะมีมาตรฐาน
เพราะพอในแต่ละวันมันถูกอัดแน่นไปด้วยเรื่องอย่างการยกเวท สร้างงาน อ่านหนังสือ เรียนรู้เรื่องนู้นเรื่องนี้ ก็จะเลิกวิ่งแจ้นไปตามจิกตามจี้คนอื่นเพื่อหาความตื่นเต้นใส่ตัว เพราะคนเรามันดันมีนิสัยเสียขั้นสุดในการเอาเศษความสนใจที่คนอื่นโยนมาให้ไปโรแมนติไซส์ซะดิบดี ทั้งที่ความจริงแล้ว ความสนใจเหล่านั้นมันไม่ได้มีความเข้มข้นหรือเจตนาแบบเดียวกันพุ่งมาที่เราสักนิด ส่วนใหญ่แล้วมันก็แค่ "อยากหาอะไรทำแก้เบื่อ" เท่านั้นแหละ ไม่ใช่ความรู้สึกโหยหาแบบที่กำลังสับสนอยู่หรอก
และชั้นก็เชื่อสุดใจเลยว่า ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดมันเกิดขึ้นตอนที่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบของคนสองคนเดินมาจอยกัน ไม่ใช่เอาเศษซากคนเหงา 2 คนมาพยายามยัดเยียดให้อีกฝ่ายกลายเป็นงานอดิเรกแก้เหงา เพราะความสัมพันธ์สภาพนั้น มันจะสร้างแรงกดดันมหาศาลจนสุดท้ายก็พังพินาศยับเยินไม่เป็นท่าอยู่ดี
โทรหามี๊แปป retweeted
เรามีคนเดียวบนโลก ใครไม่รักเราช่างเขา แต่เราต้องรักตัวเอง ยังมีสิ่งดีๆที่รอให้เราได้ออกไปพบเจอ ยังมีท้องฟ้าสวยๆให้ได้มอง ยังมีอาหารอร่อยๆอีกหลายร้านที่ยังต้องไปทาน และยังมีคนที่เขารักเราจริงๆรออยู่
โทรหามี๊แปป retweeted
อย่าเสียเวลาทั้งชีวิตไปกับการรอใครสักคนกลับมาเลย ถ้าเขาอยากอยู่ เขาคงหาทางอยู่ด้วยกันตั้งนานแล้ว
กอดๆนะ
โทรหามี๊แปป retweeted
เคยเลิกกับใครด้วยความรู้สึกเฉยๆปะ แบบเขาไม่ได้ทำอะไรผิดร้ายแรง เขาไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่หลายๆอย่างเล็กๆน้อยๆมารวมกันแล้วมันไปกันไม่รอดแน่ๆอะ บวกกับมุมมองหลายๆอย่างในชีวิตมันต่างกันเกินไป แล้วตอนที่บอกเลิกคือรู้สึกเสียใจแค่ระดับนึงอะ ไม่ได้อะไรมาก รู้สึกเฉยๆแบบปล่อยมือกันไปยังดีกว่า
โทรหามี๊แปป retweeted
หัวหน้าบางคนโชคดีที่มีลูกน้องที่รับผิดชอบสูง จนอาจไม่เคยรู้เลยว่า ที่งานทุกอย่างเดินหน้าได้ ไม่ใช่เพราะตัวเองบริหารเก่ง แต่เพราะลูกน้องมีความรับผิดชอบมากพอต่างหาก
โทรหามี๊แปป retweeted
อยากรู้ว่าการเวทเทรนนิ่ง (Weight training) แบบถูกวิธีจริงๆ
สำหรับมือใหม่เราสามารถฝึกเองได้เลยไหมหรือควรจ้างเทรนเนอร์ สักครั้งเพื่อให้รู้หลักและจับท่าให้ถูก
หรือใครมีช่องไหนแนะนำบ้างคะ ปกติคาร์ดิโออย่างเดียว อยากลองเริ่มเวทดูบ้าง🥺🙏🏻
โทรหามี๊แปป retweeted
มอนิ่งค้าบ แวะมาเติมรูปภูเขาสวยให้ตอนเช้า ใครคิดถึงดอยไหนกันบ้างๆ ลอง search "Mountains" ดูละเอามาแชร์กันหน่อยๆ
ของเราเป็นภูเขาจาก
- ไต้หวัน ฮวาเหลียน x2
- เชียงดาว ดอยหลวง
- ภูเก็ต
โทรหามี๊แปป retweeted
อย่าให้ความรักของคุณ เหมือนกับการทำงานหนัก ให้มันเป็นการพักผ่อน เป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่หันกลับมาเมื่อไหร่ก็เหมือนถูกโอบกอดอยู่เสมอ
ภูมิใจที่รับผิดชอบทุกอย่างในชีวิตได้โดยไม่ได้ขอเงินจากครอบครัว ถึงแม้จะไม่ได้เยอะมากมายอะไรขนาดนั้น แต่ก็ไม่เคยให้ตัวเองลำบากเลย รู้สึกว่าแค่อะไร simple ง่ายๆแบบนี้นี่แหละเราก็สามารถชมตัวเองและภูมิใจในตัวเองไว้เยอะๆได้เหมือนกัน🥹
โทรหามี๊แปป retweeted
บางเรื่องเราไม่จำเป็นต้องคิดให้แน่ใจก่อนก็ได้ว่าเราชอบมันจริงๆ รึเปล่า เพราะบางทีการนั่งคิดอยู่เฉยๆ ก็ให้คำตอบเราได้ไม่มากไปกว่าการลองทำดูสักครั้ง
เมื่อก่อนเราเป็นคนที่ชอบเตรียมตัวเยอะๆมากเลย วางแผนสุดละเอียดก่อนจะเริ่มทำอะไรสักอย่าง อยากมั่นใจว่าคิดมาดีแล้ว และสิ่งที่กำลังจะทำมันมีโอกาสไปต่อได้จริงๆ
ซึ่งมันก็มีข้อดีนะ แต่บางครั้งเราก็ใช้เวลาอยู่กับการวางแผนนานจนแทบไม่ได้เริ่มทำอะไรสักที สุดท้ายมันก็จบแค่ที่แผนนั้นนั่นแหละ
หลังๆนี้เลยเริ่มคิดว่า บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องรู้คำตอบทุกอย่างตั้งแต่ก่อนเริ่มก็ได้ แล้วก็เปลี่ยนสายเป็นคนที่ลองไปก่อนเลย ทั้งๆที่ยังไม่เป๊ะ 100% เนี่ยแหละ 55555
เพราะบางอย่างเราคิดว่าตัวเองน่าจะชอบ แต่พอได้ลองทำจริงๆ กลับไม่ได้ชอบขนาดนั้นก็มี
บางอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะสนใจ พอได้ลองทำกลับกลายเป็นเรื่องที่อยากรู้ต่อขึ้นมาเฉยเลย
การลงมือทำเลยไม่ได้มีไว้แค่เพื่อให้เราได้ผลลัพธ์อะไรบางอย่าง แต่มันยังช่วยให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้นด้วย เราได้รู้ว่าอะไรที่ชอบจริง อะไรที่ไม่ชอบ อะไรที่อยากทำต่อ และอะไรที่อาจไม่ใช่ทางของเรา เห็นคนอื่นทำได้เยอะแยะแต่พอลองทำไปแล้วมันฝืน เราไม่ได้มีความสุขกับมันอ่ะ
แม่โคตรสตรอง เจอและเจ็บมาเยอะกว่าที่คิดมาก ไม่คิดว่าสามีจะ.... ขนาดนี้ #บุ๋มปนัดดา
#บุ๋มปนัดดา โดนนอกใจ ตั้งแต่ปี67 (ตั้งแต่น้องอเล็กซ์ยังเด็ก)
- ผู้หญิงที่สามีนอกใจไปคือลูกสาวขอบพี่เลี้ยงน้องอเล็กซ์ (อายุ 16-17)
- เงินในเซฟ 7ล้านบาท หายไป ((เป็นเงินที่ตั้งใจให้น้องอันดามัน))
- รู้เพราะเรื่องบ้าย อยากพาน้องอันดามาอยู่ด้วย เลยรู้ว่าสามีนำเงินไปใช้แล้ว (ไม่บอกว่าเอาไปทำอะไร)
แล้วคนนอกแบบพวกเราไม่รู้เลย รู้แค่ว่าเค้าเก่งมากๆ
โทรหามี๊แปป retweeted
มาอ่าน!
บุ๋มเปิดใจปมที่ดิน ยืนยันไม่เคยรู้มาก่อน เผยอดทนเพื่อรักษาครอบครัว ก่อนประกาศขอหย่า นัดอดีตสามีพรุ่งนี้ที่เขตบางพลัดเพราะสุดจะกับพฤติกรรม...
🔺หลัง “บุ๋ม ปนัดดา” ออกมาชี้แจงเรื่องที่ดิน การเงิน และความสัมพันธ์ในครอบครัว ก็มีหลายประเด็นที่คนสงสัยได้รับคำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น
🔺เรื่องที่ดินบุ๋มยืนยันว่าไม่เคยไปที่นั่นและไม่รู้มาก่อนว่ามีที่ดินอยู่บริเวณดังกล่าว เพิ่งมาทราบหลังเกิดเรื่อง พร้อมนำเอกสารซื้อขายที่ดินตั้งแต่ปี 2567 มาแสดงต่อสื่อมวลชน
🔺ส่วนเรื่องเงินบุ๋มเล่าว่าเมื่อปี 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ มีการกู้เงินจากธนาคารกว่า 4 ล้านบาท เพื่อนำมาบริหารจัดการมูลนิธิ และช่วงปลายเดือนตุลาคมก็มีการขอเงินเพิ่มอีก 2 ล้านบาท
🔺บุ๋มจับได้ว่าสามีไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นหลายคน หนุ่งในนั้นคือลูกสาวของแม่บ้านที่อายุ 17 ปี อีก ก่อนจะพาลูกของแม่บ้านไปเลี้ยงเบียร์หนึ่งขวด แล้วรับมาดูแลตั้งแต่ปี 2567
🔺ด้วย ด้วยความที่ภาพคนมองว่าเป็นหญิงแกร่งรวมถึงคอมเมนต์ที่หลายคนพูดว่าไม่เคยเคยประสบความสำเร็จในเรื่องของความรักทำให้บุ๋มต้องเก็บเรื่องนี้ปิดเงียบมาตลอด และไม่ออกมาพูด เจ้าตัวบอกว่าอยากรักษาครอบครัวเอาไว้ แต่ยอมรับว่าตอนนี้อยู่ในลักษณะต่างคนต่างอยู่ แยกกันนอนมาตั้งนานแล้วเหลือไว้ในสถานะแค่พ่อของลูก
🔺 สิ่งที่บุ๋มเจ็บใจที่สุดก็คืออดีตสามีแอบขโมยเงินของลูกที่อยู่ในตู้เซฟ จำนวนเจ็ดล้านบาท เงิน 7 ล้านบาท ไปโดยไม่บอกแถมยังขู่ขอเงินอีก 10 ล้านบาทจากบุ๋มอีกด้วย
🔺 บุ๋มเล่าว่าวิธีการของเค้าเวลาจะขอเงินเค้าจะหอบลูกหนีซึ่งตรงนี้เป็นจุดอ่อนของบุ๋มมากโดยที่มีอยู่วันนึงเค้าหอบลูกแล้ว ตอนนั้นบุ๋มบอกว่าต้องฝึกอบรมกู้ภัยที่ญี่ปุ่น พยายามตามหาลูกแต่เค้าก็ไม่รับสายแล้วติดต่อไม่ได้จนต้องโทรไปขอให้ “พี่หนุ่ม กรรชัย” ช่วยตามลูกให้หน่อยว่าลูกบุ๋มอยู่ที่ไหน จนมารู้ว่าเค้ามีคาร์แคร์อีกที่นึง ซึ่งบุ๋มก็ไม่เคยรู้ว่าเค้าเปิดคาร์แคร์อยู่
🔺 และคาร์แคร์แห่งนี้ก็ยังเป็นลังรักระหว่างเค้ากับคนที่บุ๋มสนิทมากที่สุดเป็นคนที่บุ๋มรักเหมือนลูกแต่เขาทั้งคู่ก็ทรยศบุ๋ม ผมบอกว่าจะไม่ฟ้องชู้แต่ขออ้อนวอนให้สามีอย่าเถอะมาถึงขนาดนี้แล้ว
🔺 ก่อนจบการแถลงข่าวบุ๋ม หลั่งน้ำตา บอกว่าความสุขของ บวมเหลือน้อยมากแล้วอยากให้ทุกคนเข้าใจความสุขตอนนี้ของบุ๋มคือลูกกับการได้ลงพื้นที่เพื่อไปประชาชน และที่สำคัญตอนนี้เป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กๆ ทุกคน
Cr.ซ้อเปา-เรื่องนี้ต้องใส่ใจ
ล่าสุด #บุ๋มปนัดดา ได้ประกาศขอหย่าสามีออกสื่อ พร้อมขอลูกออกมาดูแลเอง แนะให้สามีไปเคลียร์ปัญหาของตัวเองให้จบ ไม่เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวแต่อย่างใด
แหล่งข่าว The Standard
#TheStandard
โทรหามี๊แปป retweeted
🇨🇳 จีน | เป็นข่าวดังในจีนขณะนี้
จีนเดือด 3 แบรนด์ใหญ่ตัดสัมพันธ์ “คีลิยัน เอ็มบัปเป” หลังคลิปพูดถึงภาพล้อเลียนเหมา เจ๋อตง เรียกว่า “เผด็จการจีน” จุดกระแสวิจารณ์หนัก
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 สื่อจีนและฮ่องกงรายงานว่า คีลิยัน เอ็มบัปเป (Kylian Mbappé) นักฟุตบอลทีมชาติฝรั่งเศส วัย 27 ปี กองหน้าสโมสรเรอัล มาดริด กำลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในประเทศจีน หลังคลิปวิดีโอที่เขาพูดถึงภาพล้อเลียนอดีตผู้นำจีนแพร่กระจายบนโลกออนไลน์
คลิปดังกล่าวมาจากรายการสนทนา The Bridge ซึ่งเอ็มบัปเปถูกถามถึงภาพมีมของตัวเองที่ทำให้หัวเราะมากที่สุด เขาเล่าถึงภาพที่มีคนนำใบหน้าของตนไปตัดต่อเข้ากับบุคคลหนึ่ง พร้อมกล่าวว่า “ผมคิดว่าเขาเป็นเผด็จการจีน” และบอกว่ามักใช้ภาพดังกล่าวขณะเล่นเกมออนไลน์กับเพื่อน
ภาพที่ปรากฏเป็นการตัดต่อใบหน้าของเอ็มบัปเปเข้ากับภาพเหมา เจ๋อตง (Mao Zedong) อดีตผู้นำจีน แม้เขาไม่ได้เอ่ยชื่อเหมาโดยตรง แต่การใช้คำว่า “เผด็จการจีน” กลายเป็นประเด็นอ่อนไหวและสร้างความไม่พอใจในหมู่ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของจีน
วันที่ 27 ตุลาคม บริษัทตงเผิง เบฟเวอเรจ (Dongpeng Beverage) ผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของจีน ประกาศยุติความร่วมมือทั้งหมดกับเอ็มบัปเป มีผลทันที โดยยืนยันว่าบริษัทไม่ยอมรับคำพูดหรือพฤติกรรมที่ทำร้ายความรู้สึกของประชาชนชาวจีน
เครื่องดื่มเกลือแร่ปู่สุ่ยลา (补水啦) ในเครือตงเผิงประกาศยุติความร่วมมือเช่นกัน ขณะที่เหมิงหนิว (Mengniu) บริษัทผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ และมิลค์กราวด์ (Milkground) ผู้ผลิตชีสของจีน ต่างประกาศยุติความร่วมมือกับนักฟุตบอลฝรั่งเศสรายนี้ รวมอย่างน้อย 3 บริษัทใหญ่
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนเว่ยปั๋ว (Weibo) โดยผู้ใช้งานบางส่วนเรียกร้องให้แบรนด์จีนถอนเอ็มบัปเปออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์ และนำภาพของเขาออกจากสื่อโฆษณาและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ
ก่อนหน้านี้เมื่อคืนวันที่ 26 ตุลาคม แพลตฟอร์มข่าวฟุตบอลจีนต่งฉิวตี้ (Dongqiudi) ออกแถลงการณ์ว่า ถ้อยคำของเอ็มบัปเปกระทบความรู้สึกของแฟนฟุตบอลและประชาชนชาวจีน พร้อมประกาศว่าจะไม่แปลคำพูดดังกล่าวเพื่อเผยแพร่
ขณะเดียวกัน ในบทสัมภาษณ์อีกครั้งเมื่อเดือนกันยายน เอ็มบัปเปเคยกล่าวถึงภาพมีมที่นำใบหน้าของเขาไปตัดต่อกับผู้นำเผด็จการ โดยมองว่าภาพบางส่วนอาจดูขบขัน แต่การล้อเลียนบุคคลที่เคยสร้างความทุกข์ยากแก่ผู้คนจำนวนมากอาจสะท้อนถึงการขาดความตระหนักทางการเมืองและมนุษยธรรม
ทั้งนี้ แม้บริษัททั้งสามยืนยันยุติความร่วมมือแล้ว แต่แถลงการณ์ไม่ได้ระบุรายละเอียดของคลิปเป็นเหตุผลโดยตรง ขณะที่ยังไม่มีคำชี้แจงเพิ่มเติมจากตัวเอ็มบัปเปเกี่ยวกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ครั้งนี้
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนความอ่อนไหวเกี่ยวกับการตีความบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์จีน ซึ่งส่งผลให้ประเด็นจากภาพล้อเลียนบนโลกออนไลน์ขยายตัวจนกระทบความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างนักฟุตบอลระดับโลกกับแบรนด์จีนหลายแห่ง
ถึงจะมีความสุขด้วยกัน แต่เป็นแฟนที่ดีไม่ได้แปลว่าเป็นคู่ชีวิตได้อ่ะ เราต้องรู้สึกว่าเขาพร้อมรับผิดชอบชีวิตร่วมกัน เห็นคุณค่าของสิ่งที่เราทำให้ ไม่ใช่จำแต่สิ่งที่เราไม่ได้ให้ ความรักไม่ต้องตอบแทนกันเท่ากันทุกอย่าง แต่อย่างน้อยเราควรรู้สึกว่าความรู้สึกของเรามีความหมายกับเขาอ่ะ
- เจ้าของกระทู้คบกับแฟนมาประมาณ 4 ปี ก่อนที่ฝ่ายชายจะขอเลิก โดยบอกว่าความรู้สึกเปลี่ยนไปประมาณ 2 ปีแล้ว
- หลังเลิกกัน ทั้งคู่ห่างกันประมาณ 9 เดือน
- ช่วงแรกเจ้าของกระทู้เสียใจมาก แต่หลังผ่านไปประมาณ 4 เดือน เริ่มใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ มีเงินเก็บมากขึ้น และไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของอีกฝ่าย
- ต่อมาฝ่ายชายเป็นคนกลับมาติดต่อ ขอโทษ และขอโอกาสเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่
- ช่วงแรกเขาดูใส่ใจมากขึ้น ทั้งโทรหา นัดเจอ ทำให้เจ้าของกระทู้ตัดสินใจกลับมาคบกัน เพราะยังมีความรู้สึกให้เขา
- เจ้าของกระทู้ทำธุรกิจส่วนตัว มีรายได้และสามารถดูแลตัวเองได้
- ฝ่ายชายไม่มีงานหรือรายได้ที่มั่นคง และไม่มีแผนอนาคตที่ชัดเจน
- เมื่อถามถึงอนาคต ฝ่ายชายมักตอบว่าไม่ได้คิดอะไร อยากอยู่ไปวันๆ
- หลังกลับมาคบกัน เจ้าของกระทู้เป็นฝ่ายออกค่าอาหารและค่าใช้จ่ายเวลาไปทำกิจกรรมด้วยกันเป็นส่วนใหญ่
- แม้ฝ่ายชายจะจ่ายบ้าง แต่เจ้าของกระทู้ต้องเป็นฝ่ายบอกก่อน เขาไม่ค่อยเสนอจ่ายเอง
- ครั้งหนึ่งเจ้าของกระทู้ขอให้เขาจ่ายค่ากาแฟราคาไม่แพง แต่เขาบอกว่าไม่มีเงิน แต่หลังจากนั้นเขาเติมเกมไป 2,500 บาท
- ทำให้สงสัยว่าทำไมเขาจึงไม่มีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายร่วมกัน
- ฝ่ายชายไม่เคยเป็นฝ่ายซื้ออะไรให้เจ้าของกระทู้เองเลย แม้แต่ของเล็กๆ น้อยๆ
- เจ้าของกระทู้เคยถามว่าฝ่ายชายว่าอยากย้ายมาอยู่ด้วยกันไหม เขาตอบว่าอยากมาอยู่หากซื้อทีวี OLED ให้
- ตอนแรกตกลงเพราะคิดว่าไม่แพงมาก แต่มาทราบทีหลังว่าทีวีมีราคาประมาณ 50,000–60,000 บาท จึงเปลี่ยนใจและเสนอให้ซื้อรุ่นธรรมดาหรือรอราคาลดลง
- เลยเสนอให้หารค่าทีวีคนละครึ่ง ฝ่ายชายปฏิเสธ โดยอ้างว่าเจ้าของกระทู้เคยสัญญาว่าจะซื้อให้
- เขาพูดทวงเรื่องทีวีหลายครั้ง โดนพูดเหมือนหยอกเล่น เช่น พูดว่างอนหรือไม่ซื้อทีวีให้เลยหลับ ทำให้ไม่แน่ใจว่าเขาพูดจริงหรือเล่น
- ในอดีตเจ้าของกระทู้เคยสั่งอาหารให้ฝ่ายชายด้วยความเต็มใจ แต่หลังกลับมาคบกันใหม่ เพิ่งสั่งอาหารให้ครั้งแรกตอนเขากลับต่างจังหวัด
- เมื่อฝ่ายชายตื่นมาและทราบว่าเจ้าของกระทู้สั่งข้าวต้มให้ เขากลับบอกว่าอยากกินกาแฟ และขอให้สั่งเพิ่ม
- เลยบอกให้กินข้าวต้มก่อนแล้วซื้อกาแฟเอง ฝ่ายชายกลับตำหนิว่าไม่ได้ถามก่อนว่าเขาอยากกินอะไร
- รู้สึกว่าความหวังดีของตนถูกมองเป็นหน้าที่ จึงปฏิเสธที่จะสั่งกาแฟให้
- หลังจากนั้นก็ไม่ได้สั่งอาหารหรือซื้อของส่งไปให้อีก แต่ฝ่ายชายยังโทรหาและติดต่อมาตามปกติ
- เมื่ออยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ยังมีความสุข เล่นด้วยกัน กอดหอมกัน และมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน
- แต่เมื่อเจ้าของกระทู้มีปัญหาหรือต้องการปรึกษาเรื่องจริงจัง กลับไม่ค่อยสามารถพึ่งพาฝ่ายชายได้
- จึงเริ่มรู้สึกว่าเขาอาจเหมาะกับการเป็นแฟนที่ใช้ชีวิตสนุกด้วยกัน มากกว่าจะเป็นคู่ชีวิตที่สร้างอนาคตร่วมกัน
- ยังรักและอยากใช้เวลาด้วยกัน แต่เริ่มไม่มั่นใจว่าต้องการสร้างอนาคตร่วมกับฝ่ายชายหรือไม่
- เริ่มคิดว่าฝ่ายชายกลับมาเพราะรักจริงๆ หรือเพราะการอยู่ด้วยกันทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น
- ไม่อยากกล่าวหาว่าเขาคบเพราะเงิน แต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายให้มากกว่ารับ
จากเหตุการณ์ทั้งหมดเจ้าของกระทู้จึงอยากถามว่า
• ฝ่ายชายคาดหวังให้เจ้าของกระทู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายมากเกินไปไหม
• เจ้าของกระทู้ผิดไหมที่ไม่ซื้อทีวีให้ ทั้งที่เคยรับปากไว้
• เจ้าของกระทู้ใจแคบไหมที่ไม่ยอมสั่งกาแฟเพิ่มให้แฟน
• หากแฟนไม่มีงาน ไม่มีแผนอนาคต แต่ยังมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกัน ทุกคนจะคบต่อไหม
• ควรพูดคุยกับเขาตรงๆ เรื่องค่าใช้จ่ายไหม
- เจ้าของกระทู้คบกับแฟนมาประมาณ 4 ปี ก่อนที่ฝ่ายชายจะขอเลิก โดยบอกว่าความรู้สึกเปลี่ยนไปประมาณ 2 ปีแล้ว
- หลังเลิกกัน ทั้งคู่ห่างกันประมาณ 9 เดือน
- ช่วงแรกเจ้าของกระทู้เสียใจมาก แต่หลังผ่านไปประมาณ 4 เดือน เริ่มใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ มีเงินเก็บมากขึ้น และไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของอีกฝ่าย
- ต่อมาฝ่ายชายเป็นคนกลับมาติดต่อ ขอโทษ และขอโอกาสเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่
- ช่วงแรกเขาดูใส่ใจมากขึ้น ทั้งโทรหา นัดเจอ ทำให้เจ้าของกระทู้ตัดสินใจกลับมาคบกัน เพราะยังมีความรู้สึกให้เขา
- เจ้าของกระทู้ทำธุรกิจส่วนตัว มีรายได้และสามารถดูแลตัวเองได้
- ฝ่ายชายไม่มีงานหรือรายได้ที่มั่นคง และไม่มีแผนอนาคตที่ชัดเจน
- เมื่อถามถึงอนาคต ฝ่ายชายมักตอบว่าไม่ได้คิดอะไร อยากอยู่ไปวันๆ
- หลังกลับมาคบกัน เจ้าของกระทู้เป็นฝ่ายออกค่าอาหารและค่าใช้จ่ายเวลาไปทำกิจกรรมด้วยกันเป็นส่วนใหญ่
- แม้ฝ่ายชายจะจ่ายบ้าง แต่เจ้าของกระทู้ต้องเป็นฝ่ายบอกก่อน เขาไม่ค่อยเสนอจ่ายเอง
- ครั้งหนึ่งเจ้าของกระทู้ขอให้เขาจ่ายค่ากาแฟราคาไม่แพง แต่เขาบอกว่าไม่มีเงิน แต่หลังจากนั้นเขาเติมเกมไป 2,500 บาท
- ทำให้สงสัยว่าทำไมเขาจึงไม่มีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายร่วมกัน
- ฝ่ายชายไม่เคยเป็นฝ่ายซื้ออะไรให้เจ้าของกระทู้เองเลย แม้แต่ของเล็กๆ น้อยๆ
- เจ้าของกระทู้เคยถามว่าฝ่ายชายว่าอยากย้ายมาอยู่ด้วยกันไหม เขาตอบว่าอยากมาอยู่หากซื้อทีวี OLED ให้
- ตอนแรกตกลงเพราะคิดว่าไม่แพงมาก แต่มาทราบทีหลังว่าทีวีมีราคาประมาณ 50,000–60,000 บาท จึงเปลี่ยนใจและเสนอให้ซื้อรุ่นธรรมดาหรือรอราคาลดลง
- เลยเสนอให้หารค่าทีวีคนละครึ่ง ฝ่ายชายปฏิเสธ โดยอ้างว่าเจ้าของกระทู้เคยสัญญาว่าจะซื้อให้
- เขาพูดทวงเรื่องทีวีหลายครั้ง โดนพูดเหมือนหยอกเล่น เช่น พูดว่างอนหรือไม่ซื้อทีวีให้เลยหลับ ทำให้ไม่แน่ใจว่าเขาพูดจริงหรือเล่น
- ในอดีตเจ้าของกระทู้เคยสั่งอาหารให้ฝ่ายชายด้วยความเต็มใจ แต่หลังกลับมาคบกันใหม่ เพิ่งสั่งอาหารให้ครั้งแรกตอนเขากลับต่างจังหวัด
- เมื่อฝ่ายชายตื่นมาและทราบว่าเจ้าของกระทู้สั่งข้าวต้มให้ เขากลับบอกว่าอยากกินกาแฟ และขอให้สั่งเพิ่ม
- เลยบอกให้กินข้าวต้มก่อนแล้วซื้อกาแฟเอง ฝ่ายชายกลับตำหนิว่าไม่ได้ถามก่อนว่าเขาอยากกินอะไร
- รู้สึกว่าความหวังดีของตนถูกมองเป็นหน้าที่ จึงปฏิเสธที่จะสั่งกาแฟให้
- หลังจากนั้นก็ไม่ได้สั่งอาหารหรือซื้อของส่งไปให้อีก แต่ฝ่ายชายยังโทรหาและติดต่อมาตามปกติ
- เมื่ออยู่ด้วยกัน ทั้งคู่ยังมีความสุข เล่นด้วยกัน กอดหอมกัน และมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน
- แต่เมื่อเจ้าของกระทู้มีปัญหาหรือต้องการปรึกษาเรื่องจริงจัง กลับไม่ค่อยสามารถพึ่งพาฝ่ายชายได้
- จึงเริ่มรู้สึกว่าเขาอาจเหมาะกับการเป็นแฟนที่ใช้ชีวิตสนุกด้วยกัน มากกว่าจะเป็นคู่ชีวิตที่สร้างอนาคตร่วมกัน
- ยังรักและอยากใช้เวลาด้วยกัน แต่เริ่มไม่มั่นใจว่าต้องการสร้างอนาคตร่วมกับฝ่ายชายหรือไม่
- เริ่มคิดว่าฝ่ายชายกลับมาเพราะรักจริงๆ หรือเพราะการอยู่ด้วยกันทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้น
- ไม่อยากกล่าวหาว่าเขาคบเพราะเงิน แต่รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายให้มากกว่ารับ
จากเหตุการณ์ทั้งหมดเจ้าของกระทู้จึงอยากถามว่า
• ฝ่ายชายคาดหวังให้เจ้าของกระทู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายมากเกินไปไหม
• เจ้าของกระทู้ผิดไหมที่ไม่ซื้อทีวีให้ ทั้งที่เคยรับปากไว้
• เจ้าของกระทู้ใจแคบไหมที่ไม่ยอมสั่งกาแฟเพิ่มให้แฟน
• หากแฟนไม่มีงาน ไม่มีแผนอนาคต แต่ยังมีความสุขเวลาอยู่ด้วยกัน ทุกคนจะคบต่อไหม
• ควรพูดคุยกับเขาตรงๆ เรื่องค่าใช้จ่ายไหม
ละเวลานี้ใครมันจะไปหวานเท่าพี่โหลกแดงละครับเนี่ย หวานขึ้นจอไม่พอ แถมไร่มาขิงทั้งสวนอีก 🥲 @RedSkullxxx
.
ขออนุญาตพี่โหลกแดงนะครับ 🙏🏻




































