ERror 404 .|||, retweeted
ช็อตประทับใจกลางสายฝน‼️ หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารค ฝนพัดกระหน่ำ แต่ประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างยืนปรบมือส่งกำลังใจ ให้ฝีพาย 2,200 นาย ที่ทุ่มเทสุดกำลัง งดงามตราตรึงใจมาก
ชื่นชมทีมช่างภาพของ ThaiPBS ถ่ายภาพออกมาได้อย่างน่าประทับใจ สวยงาม ทรงพลังสุดๆ ✨🛶🇹🇭
📸 เครดิตภาพ : ถ่ายโดย อดิศร ฉาบสูงเนิน
#พระราชพิธีพยุหยาตราชลมารค #ThaiPBSNews #วัดอรุณ
ช่างภาพ Thai PBS ถ่ายภาพได้สวยงาม ทรงพลังมาก ✨
ภาพประวัติศาสตร์ ภาพกำลังพลฝีพายทำหน้าที่อย่างสุดกำลัง ไม่ย่อท้อแม้อยู่ท่ามกลางสายฝน... หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารค เพื่อนำขบวนเรือเคลื่อนเข้าสู่อู่จอดเรืออย่างปลอดภัย งดงาม เข้มแข็ง สมพระเกียรติมาก ✨🌊🛶
📸 Photo By : จิรภัทร สะแกขาว
#ThaiPBSPhoto
#ThaiPBS #พระราชพิธีพยุหยาตราชลมารค
ERror 404 .|||, retweeted
เป็นมุมมหาชนที่ช่างภาพนิยมมาจับจองพื้นที่เพื่อถ่ายรูปกระบวนพยุหยาตราชลมารคมากที่สุดจุดหนึ่ง
#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค2569
#ขบวนเรือพระราชพิธี
#AmazingThailand
ERror 404 .|||, retweeted
ใครทันตลาดช่วงปี 2000 มันเคยเกิดกรณีฟองสบู่ Fiber optics แตก เพราะโครงสร้างพื้นฐานถูกสร้างล่วงหน้าเกินความต้องการจริง จนผู้ให้กู้และผู้สร้างเจ็บหนัก
data center ก็คล้ายๆกัน มันมี mismatch อยู่ คือ ตัวอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน มีอายุการใช้งานประมาณ 20 ปีขึ้นไป ดังนัั้นในส่วนนี้เจ้าของจะกู้เงินระยะยาวมาสร้าง แต่ชิป GPU ล้าสมัยเร็วมาก อย่าง Nvidia และคู่แข่งเจ้าอื่นๆ ออกรุ่นใหม่แทบทุกปี ชิปอายุ 3–5 ปีอาจทำงานได้แต่แข่งขันลำบาก
data center ขนาดใหญ่มักมีผู้เช่าหลักเพียงไม่กี่ราย คือ hyperscaler (Microsoft, Google, Amazon, Meta) และบริษัท AI อย่าง OpenAI หรือ Anthropic รายได้ของเจ้าของอาคารผูกกับลูกค้าไม่กี่ราย ถ้ารายใดรายหนึ่งลด capex ไม่ต่อสัญญา หรือเจรจาลดค่าเช่า รายได้หายเป็นก้อนใหญ่ทันที
หาผู้เช่าใหม่มาแทนยาก เพราะอาคารออกแบบเฉพาะสำหรับงาน AI
ธุรกิจนี้ลามถึงระบบการเงิน การก่อสร้าง data center ต้องใช้เงินกู้จากธนาคาร private credit บริษัทประกัน และหุ้นกู้ที่กองทุนตราสารหนี้ถืออยู่ ผู้ให้กู้เหล่านี้ตีราคาสินทรัพย์บนสมมติฐานว่ารายได้ค่าเช่าจะไหลมาสม่ำเสมอ 15–20 ปี
เมื่อสอง mismatch มาเจอกัน (ชิปต้องเปลี่ยนเร็ว + ผู้เช่าน้อยราย) หาก AI capex ชะลอตัวเพียงรอบเดียว ผลกระทบจะไม่หยุดที่หุ้นเทค แต่ส่งผ่านไปถึงงบดุลของสถาบันการเงินด้วย
ทั้งหมดนี้ตลาดพันธบัตรส่งสัญญาณล่วงหน้ามาก่อนที่หุ้นจะลงหนักเมื่อวานนี้
แสดงว่าตลาดกลับมาดูข้อเท็จจริง
ตามบทวิเคราะห์จากหลายสำนัก มีแรงขายหุ้นประมาณ 1.2–1.8 แสนล้านดอลลาร์ในวันพฤหัส ครึ่งหนึ่งมาจากกลยุทธ์ systematic และกลยุทธ์ที่ใช้ leverage คิดเป็น 20–30% ของการลด leverage สะสมทั้งปีของเฮดจ์ฟันด์และกองทุนเชิงระบบ ที่ถูกบีบอัดลงในการซื้อขายเพียงวันเดียว ทำใหเหตุการณ์เมื่อวานเป็นหนึ่งในการ de-grossing ครั้งใหญ่ที่สุดของปี
JPMorgan ระบุว่าการเทขายช่วงเช้าทำให้สัญญาณโมเมนตัมของดัชนีหลักพังลง กระตุ้นแรงขายจาก CTA ประมาณ 1–2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Leveraged ETF และ CTA รวมกันคิดเป็นเม็ดเงินที่ไหลออกตามกลไกมากกว่า 7 หมื่นล้านดอลลาร์
UBS ประเมินว่ากองทุนประเภท volatility-control และ risk-parity อาจเพิ่มแรงขายอีก 9.5 หมื่นล้าน–1.05 แสนล้านดอลลาร์ หาก S&P 500 ลดลง 2% เนื่องจากต้องปรับพอร์ตตามความผันผวนที่เกิดขึ้นจริงซึ่งสูงขึ้น
การเทขายครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ทำให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น บางทีอาจจะใกล้เคียงหรือมากกว่าการขึ้นดอกเบี้ยเต็ม 0.25% ซึ่งนักวิเคราะห์ชี้ว่าการปรับฐานอย่างฉับพลันสามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจได้ สะท้อนออกมาที่ตลาดพันธบัตร เมื่อวานนี้นักลงทุนหนีไปถือพันธบัตร ราคาพันธบัตรขึ้น อัตราผลตอบแทนลดลง ทำให้ต้นทุนการกู้ยืม เช่น ดอกเบี้ยบ้านหรือหุ้นกู้ ลดลงตาม
ถ้าตลาดฟื้นภายในไม่กี่วัน ผลต่อเศรษฐกิจจริงแทบไม่มี แต่ถ้าราคาหุ้นอยู่ระดับต่ำนานหลายเดือน ผลจะเริ่มเห็นในการบริโภคและการลงทุน (กฎคร่าวๆ ที่นักวิเคราะห์ใช้ คือ FCI ที่ตึงตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจะฉุด GDP ในช่วง 6–12 เดือนข้างหน้า)
ชิงเต่า คือ แสงสวยจริง มุมที่น่าสนใจนอกจากพวกที่เที่ยวทั่วไป ใคร Nerd สถาปัตยกรรมน่าจะจอยเลย พวกการ Hack อาคารเยอรมันต่างๆในบริบทจีน
Infrastructure เยอรมัน แต่ Software จีน
มาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีจะได้ทั้งสวยกลางวัน
และกลางคืนเริ่มมี Vibe Christmas 🎄
#Qingdao2026Luck
ERror 404 .|||, retweeted
ไปจีนครั้ง ห้าวมากค่ะ ไปสี่ดรุณีเลย 55 🤣
เฉิงตู คือดีมาก อย่างที่แม่ว่า แต่ขอเพิ่มเติมนิดนึง
จะได้ไม่พลาดแบบเรา
1. หากบิน หางแดงสี่ทุ่ม ถึงประมาณ ตี2
จะล้ามากกกกก ไม่ควรเลือกเวลานี่แม้ราคาจะดี
ได้มา ไปกลับ 5 พันปลายๆมั้ง เดือนทางเดือน June หรือควรหาโรงแรม นอนในเมืองก่อนสักคืน สองคืน ก่อนออกไปขึ้นเขา
2. จากข้อแรก ควรพักในเมืองก่อนจะ ออกไปสี่ดรุณี เราห้าวมาก ตอนนั้น ลงเครื่องตี 2 รอถึง 7 โมง เวลานัดรถตู้ แล้ววนั่งยิงยาว เหนื่อยมากแม่
เขามันเป็นทาง แบบบคดเคี้ยว ทางบางอันก็แคบมาก ในเเมป 2-300 โล แต่นั่งจริง 6 ชั่วโมง
แทบบ้า ผมหลับ 3 ตื่น ของจริง
3. ควรอยู่ นานหน่อย เรานอนแค่ 2 คืน จากที่มาเหนื่อยๆ ร่างกายปรับตัวกับความสูง ที่เราไป เราไป ซานกู่เหนียง อุทยาน ซวงเฉียวโกว ที่เที่ยวง่ายสุดเพราะมี บัสอุทยาน (เรานอนเซาปิ่ง จากโรงแรมมเรียก ตีตี๋ ได้เลยไปส่งหน้าอุทยาน) เขานี้สูง เกือบ 6 พันเมตรจากระดับน้ำทะเล คิดดูว่าคุณจะล้าขนาดไหน เราจองไว้สองกิจกรรม เรายอมทิ้งตั๋วพันกว่าบาท สองใบ เพราะไปไม่ไหว ป่วย
4. จากข้อที่แล้ว ใช่ คุณควรเลือกกิจกรรมละวัน
อย่างที่บอกอุทยานเที่ยวง่ายมี แต่อันที่เราทิ้งตั๋วไปคือ เส้นทางเดิน อุทยานฉางผิง ซึ่ง ต้องเดินไปกลับ อย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง ถ้าไม่ฟิตจริง ให้คิดอีกทีนะคะ 55555
5. จริงเป็นคนชอบกินหมาล่ามาก แต่ถ้าคุณเพิ่งลงจากเขา และะเวียนหัว คุณจะเวียนหนักกว่าเดิม เพราะในเมืองเป็นกลิ่นบุหรี่ ผสมหมาล่าค่ะ
แต่อร่อยให้อภัย
ปอลอ. ใครชอบแพนด้าเลิฟเเน่ๆ เต็มเมือง
อยากให้ลองไป เพราะครบจริงๆ ส่วนตัวอาจจะรอ รถไฟสร้างเสร็จ เพราะขาไป ขากลับ ลุ้นหัวใจวายตายค่ะ คนชาตินี้คือขับรถน่ากลัวอยู่แล้วด้วย 555
ข้อมูลการเดินอุทยาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ นะคะ ทั้งสองท่านทำไว้ละเอียดมากค่ะ
facebook.com/share/1J6gmcJoZ…
จะมาเที่ยวจีนควรไป เมืองไหน เป็นที่แรก จากประสบการณ์ส่วนตัวของยุ้ยเลยนะคะที่เคยไปมาหลายเมือง ไปเที่ยวบ้างไปทำงานบ้าง นี่ขอแนะนำ “เฉิงตู” เพราะยุ้ยรู้สึกว่ามันครบรสมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการดูบ้านเมืองที่เจริญแล้ว เพราะในเมืองเฉิงตูนี่ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าเซี่ยงไฮ้เลย ในเมืองสะอาดและน่าเที่ยวน่าเดินเล่นมากๆ และที่สำคัญคือ ออกจากเฉิงตูไปหน่อยจะมีสถานที่เที่ยวตามธรรมชาติ เช่นปี้เผิงโก สี่ดรุณี ซึ่งมันสวยมาก สวยแบบโคตรสวย ถามว่ายุ้ยเคยไปแล้วหรอ ยังค่ะ 5555 กูก็ดูรูปดูคลิปมาอีกทีเหมือนกัน รอบที่แล้วยุ้ยไปเกือบถึงสี่ดรุณี ขนาดแค่วิวระหว่างทางที่ไป คือมันก็เป็นธรรมชาติที่สวยมากๆ ถ้าใครอยากมาครั้งแรกแนะนำเลยว่าให้มาหน้าหนาว เพราะที่นี่ก็หนาวมากเช่นกัน บางจุดมีหิมะ ได้วิวสวยกลับไปแน่นอน
ERror 404 .|||, retweeted
มารอดูเรือสุพรรณหงษ์ แล้วสวยสมมงเรือ No.1 จีงๆ สวยสง่างามมาก วิวโดยรอบยิ่งทำให้ดูขลังแบบโอ้โห้นี่หรือบางกอก นี่ฤาแผ่นดินสยาม
#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
#ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค2569
Replying to @jack_stats @pamoompamim
มีคนใช้ Claude ทำสรุปไว้ ไปดูได้ครับ รักใครกดเลิฟ เกลียดใครไปกด angry ได้ครับ 556
tmc-election-review-sigma.ve…
ERror 404 .|||, retweeted
ถ้านับเป็นสัปดาห์ ก็เหลืออีกแค่ 8 สัปดาห์ ก่อนจะถึงสิ้นปีภาษี 2026 นี้นะครับ
และตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ ที่ร่วงตั้งแต่เมื่อคืน มาจนถึงตลาดเอเชียตอนนี้ ก็ดันดัชนีสำคัญๆหลายๆตัว เข้าสู่ภาวะปรับฐานเกิน 10% ไปแล้ว
นักลงทุนที่ต้องซื้อกองทุนลดหย่อนภาษี คงมีคำถามว่า "ตลาดลงขนาดนี้ ซื้อกองทุนลดหย่อนเลยไหม" มากกว่า อาจจะอยากรู้ไปเลยว่า "ควรจะซื้อกองไหน และซื้อยังไง เพราะตลาดผันผวนจังเลยช่วงนี้"
---
Recap ตลาดตอนนี้เร็วๆก่อน เผื่อคนไม่อ่านโพสก่อนหน้านี้
5 พ.ย. S&P 500 ปิดที่ 7,353.73 จุด (-4.36%) Nasdaq ราว 24,315 จุด (-5.52%) Dow -1,833 จุด (-3.44%) ดัชนีชิปลงราว 10-12% ชนวนเหตุคือ กระแสต่อต้านศูนย์ข้อมูล AI หลังเดโมแครตชนะเลือกตั้ง ซึ่งเกิดขึ้นบนฐานที่เปราะบางอยู่แล้วจากคำถามเรื่อง ROI ของ CapEx รวมถึงการปิดสถานะเลเวอเรจของนักเก็งกำไร และความกังวลที่ยีลด์ยังค้างสูง
แถมมองไปข้างหน้า ก็ใช่ว่า ความเสี่ยงจะหมดไปนะ งบรัฐบาลสหรัฐฯ 11 ธ.ค. (The Political Group พยากรณ์โอกาสปิดหน่วยงานราว 27%) การประชุม Fed เดือนธันวาคม และเส้นตายสงบศึกการค้าจีน 10 ม.ค. 2027 ปีหน้า
---
ก่อนซื้อ RMF ตอบ 3 ข้อนี้ให้ได้
1. เงินก้อนนี้ใช้เมื่อไหร่ - กองทุนลดหย่อน มีเงื่อนไขการถือครองหลายปี ถ้าอาจต้องใช้เงินก่อน อย่าซื้อ
2. ขาดทุนชั่วคราวยังเกิดขึ้นได้ - ถึงตลาดจะร่วงมาแล้ว แต่ลองคิดว่า ถ้าลงอีกซัก 20% ละ? จะกังวลไหม นอนหลับหรือเปล่า ตรงนี้ จะเป็นตัวกำหนดสัดส่วนเงินลงทุนที่จะทยอยสะสมครับ
3. ประหยัดภาษีได้จริงเท่าไหร่ - อย่าซื้อเพียงเพราะ "ได้สิทธิลดหย่อน" บางกองทุนที่เป็น Thematic อาจมีความผันผวนสูงกว่าปกติขึ้นไปอีก ถ้าผลขาดทุนเกิด อาจมากกว่าภาษีที่ประหยัดได้
---
แนะนำเหมือนเดิมครับ ให้ทยอยซื้อแบบ DCA
ใครยังไม่ได้ซื้อมาเลยซักไม้ตั้งแต่ต้นปี ตอนนี้เหลือ 8 สัปดาห์ แผนตัวอย่าง (ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน) ลองแบ่งเงินเป็น 5 งวด ซื้อทุกสัปดาห์หรือทุก 10 วัน ถึงกลางธันวาคม
แล้วเหลือช่วงท้ายไว้เป็นสำรอง สำหรับใครที่ยังกังวลว่า ปัจจัยกดดันเดือนธันวาคม จะยังมีอยู่หรือเปล่า
---
หลักคิดการเลือกกองทุน RMF
กลุ่มเก็บสะสมได้
- แกนหลักหุ้นกระจายทั่วโลก ไม่เทน้ำหนักกับ AI สหรัฐฯ ตัวเดียว
- กองทุนผสมที่หุ้นไม่เกินครึ่ง และตราสารหนี้ช่วยถ่วงความผันผวน
- ตราสารหนี้ที่ผันผวนต่ำ (ใช้เป็น "ถังสำรอง")
- ทองคำสัดส่วนเล็ก เป็นประกัน
กลุ่มถือได้แต่จำกัด
- พวกธีม AI/เทคโนโลยี และธีมที่ทับซ้อนกับแกนหลัก
กลุ่มที่แนะนำให้เลี่ยงไปก่อน
- ธีมแคบที่ผูกกับศูนย์ข้อมูลโดยตรง และกองทุนที่กระจุกตัวในประเทศเศรษฐกิจขนาดกลาง หรือ ขนาดเล็กประเทศเดียว
---
โพย Tax Tactic Finnomena 2026 คัดมา 3 ธีม
The Defender (กองหลัง)
- KKP INRMF ตราสารหนี้ไทย ผันผวนต่ำ ผมใช้เป็น "ถังสำรอง" ของพอร์ต
- K-GDBONDRMF ตราสารหนี้ต่างประเทศ (กองทุนหลัก PIMCO GIS Income) ใส่ได้บางส่วน แต่ต้องระวังว่า ยีลด์อาจเด้งขึ้นไปอีก ถ้าราคาน้ำมันกลับมา
- BGOLDRMF ทองคำ (SPDR Gold Trust ไม่ป้องกันค่าเงิน) ใส่ในสัดส่วน 10-15% เป็นประกัน ไม่ใช่พระเอก
The Balancer (กองกลางสายสมดุล) ใช้เป็นแกนที่สอง
- ES-GAINCOMERMF กองหลัก Amundi Income Opportunities หุ้นไม่เกิน 60% (โดยทั่วไปต่ำกว่า 50%) และตราสารหนี้ได้ถึง 100% เป็นตัวเลือกที่ตรงกับตลาดผันผวนที่สุดในชุดนี้
- TGSMARTRMF-A กองหลัก Schroder ISF Global Target Return เป้าหมาย "USD Cash +5% ต่อปี" ในรอบ 3 ปี ใส่เป็นส่วนผสมได้ แต่ขอย้ำว่า "เป้าหมาย" ที่กองทุนต้องการ มันไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทนนะครับ
The Explorer (กองกลางตัวรุก) เลือกตัวเดียวเป็นแกน
- KKP GNP RMF-UH หุ้นโลก (Capital Group New Perspective) ประสบการณ์กว่า 50 ปี อัตราหมุนเวียนพอร์ตเฉลี่ยราว 25% ไม่ป้องกันค่าเงิน **ผมเลือกเป็นแกนหลักของส่วนหุ้น** เพราะกระจายทั่วโลก (ขอให้เช็กไส้ในว่ามีหุ้นเทคใหญ่เท่าไหร่)
The Pioneer (สายล่าอนาคต) ส่วนใหญ่ "จำกัด" หรือ "เลี่ยง"**
- K-GTECHRMF เทคโนโลยี (กองหลัก CT Lux Global Technology กลยุทธ์ GARP) ถือได้ในสัดส่วนเล็ก แต่ไม่เพิ่มหนักในช่วงนี้
- SCBRMGHC สุขภาพ (Janus Henderson Global Life Sciences) ผสม กลุ่มโรงพยาบาลและบริหารสุขภาพได้แรงหนุนจากผลเลือกตั้ง แต่กองนี้มีเน้น Biotech ด้วย ก็อาจยังมีความเสี่ยงเรื่องการปฏิรูปราคายา ดังนั้นใส่ได้ แต่สัดส่วนไม่เยอะครับ
- MRENEWRMF พลังงานสะอาด เป็นกลุ่มที่นักวิเคราะห์มองว่า ได้ประโยชน์ถ้าเดโมแครตกวาด แต่ธีมผันผวน ผมแนะนำว่า ใส่ได้เฉพาะคนรับความเสี่ยงสูงและแค่ส่วนน้อย
---
แผนแบ่งทยอยลงทุน ตัวอย่าง (พอร์ตแบบสมดุล) ย้ำว่า ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนนะครับ
- งวดที่ 1-2: ซื้อส่วนที่เป็นตราสารหนี้และกองผสมก่อน (KKP INRMF, K-GDBONDRMF, ES-GAINCOMERMF)
- งวดที่ 3-5: ทยอยซื้อส่วนหุ้น (KKP GNP RMF-UH, K-GTECHRMF, SCBRMGHC) และ BGOLDRMF
- เว้นงวดสุดท้ายไว้เป็นสำรองก่อนปิดรับ
- ถ้าตลาดลงแรงอีกรอบ ให้เร่งงวดส่วนหุ้นที่วางแผนไว้ ภายในวงเงินเดิม ไม่ใช่เพิ่มวงเงิน
---
เช็กลิสต์ก่อนกดซื้อนะครับ
1. ค่าธรรมเนียม (ซื้อ ขาย บริหาร)
2. นโยบายป้องกันค่าเงิน (UH = ไม่ป้องกัน เสี่ยงเงินบาทแข็ง)
3. ไส้ในกองทุนหลัก 10 อันดับแรก ว่าทับซ้อนกันเท่าไหร่
4. ระดับความเสี่ยงและ Duration ของกองตราสารหนี้
5. เงื่อนไข RMF/Thai ESG ทั้งเรื่องระยะถือครอง อายุ และการขายก่อนกำหนด
---
มุมมอง Mr.Messenger
ผมว่าช่วง 8 สัปดาห์ที่เหลือจะผันผวนสูง และกองทุนลดหย่อนจะเป็นแกนสร้างผลตอบแทนให้เราในระยะยาวที่ได้สิทธิภาษีพ่วง ถ้าต้องเลือกระหว่าง "ถูกจังหวะ" กับ "ทำตามแผน" ผมเลือกทำตามแผนครับ
ข้อมูลจาก Deutsche Bank บอกสองด้านพร้อมกัน ย้อนหลัง 12 เดือนหลังเลือกตั้งกลางเทอมตั้งแต่ปี 1950 ค่าเฉลี่ยของ S&P 500 ราว 15.1% และตามที่ผมอ่านจากกราฟทั้ง 19 ครั้งเป็นบวก แต่กรณีเดโมแครตคุมสภาขณะที่ประธานาธิบดีเป็นรีพับลิกัน ค่าเฉลี่ยรายปีเหลือราว 4.9% ผลจึงอาจอยู่ระหว่างกลางพร้อมความผันผวนสูง ซึ่งเป็นสภาพที่พอร์ตที่มีแกนผสม ตราสารหนี้ และทอง ถูกออกแบบมารับมือได้ดีครับ
ใครที่รอสัญญาณปลอดภัย อยากได้ความมั่นใจในการลงทุน คุณจะได้สัญญาณหลังตลาดเด้งไปแล้วครับ ดังนั้น วางแผน แล้วเลือกทำตามแผนดีกว่า
ทยอยซื้อแบบ DCA ตามแผนที่ตั้งไว้ กระจายให้ครบทั้งหุ้น ตราสารหนี้ ทอง และเงินสด และจำไว้ว่ากองทุนลดหย่อนคือการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่การเก็งกำไรรอบสิ้นปีนะทุกคน
และยิ่งจะดีมากๆ ถ้าคุณลงทุนกองทุนลดหย่อนภาษีที่ Finnomena นะครับ :)
Mr.Messenger รายงาน
ERror 404 .|||, retweeted
𝐘𝐀𝐍𝐓𝐀𝐈 1 Day Trip — 🍎🐋🌞
เยียนไถ (Yantai, 烟台) เมืองชายทะเลบรรยากาศสบายๆ ในมณฑลซานตง ขึ้นชื่อเรื่องแอปเปิ้ลหวานกรอบ มีทั้งวิวทะเล คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปน่ารักๆ สามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้
⟡ The Lonely Whale
⟡ Sun Tower
⟡ (Chaoyang Street Pedestrian Street)
⟡ Hongkou 1920 History Culture Block
⟡ Yantai Haichang Fisherman Pier
แปะชื่อจีนกับรีวิวไว้ด้านล่างนะคะ 👀🤏🏻
เห็นภาพเลยล่ะ เรื่องนี้ multifactorial
-หมอดมยาตาถั่ว ไม่รู้ว่าเค้าคือแขก
-หมอดมยาขี้วีนอยู่เดิม
-ทีมหมอ GI ทุกระดับไม่เคยมาช่วยจัดท่าหรือ ย้ายคนไข้ เหมือนสิ่งนี้คือหน้าที่ของหมอดมยากับทีมงานคนอื่น ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยเจอเวลาทำงานใน OR ที่ทุกคนมาช่วยกัน เลยกระตุ้นอารมณ์เป็นพิเศษ
แย่จังเป็นเก้งตก standard แถมยังโสดอีกตะหาก
อาศัยจังหวะชุลมุน
สังคมเก้งวัย 30+ (not all) ที่เจอรอบตัวในปีนี้
.
- ต้องเข้ายิม หุ่นต้องดี มีกล้าม มีซิกแพ็ก ไม่อย่างนั้นเหมือนดูแลตัวเองไม่ดี
- ต้องมีรองเท้าวิ่งรุ่นฮิต รองเท้าคู่ละเกือบๆ หมื่น เพราะแค่ใส่รองเท้าธรรมดาอาจดูไม่อินเทรนด์ ต้องโชว์ pace บางคนถึงขั้นไปเรียนปรับท่าวิ่ง
- สมัคร HYROX กีฬา Hybrid อื่นๆ หรือลงวิ่งมาราธอน วิ่งเทรล เริ่มต้นอย่างน้อย 10k 21k หรือมีเหรียญกีฬาไว้เป็นส่วนหนึ่งของโปรไฟล์ชีวิต
- ต้องมีแก๊งออกกำลังกาย มีเพื่อนวิ่ง เพื่อนยิม เพื่อนปั่นจักรยาน
- ต้องไปปาร์ตี้ แฮงค์เอาต์ มีแก๊งเที่ยวกลางคืน ไม่อย่างนั้นเหมือนชีวิตไม่มีสีสัน
- ต้องไปงาน EDM เทศกาลดนตรี หรืออีเวนต์ดังๆ เพื่อให้รู้สึกว่ายังอยู่ในกระแส
- ต้องมีทริปต่างประเทศ คาเฟ่ดีๆ ร้านอาหารดังๆ และรูปสวยๆ ลงโซเชียล
- ต้องแต่งตัวดี ใช้ของมีแบรนด์ โชว์สกินแคร์ ดูแลผิวพรรณและรูปร่างให้ดูอ่อนกว่าวัย
- ใช้ชีวิต relax ผ่านการเที่ยวบาร์ เข้าออนเซน ซาวน่าทั้งแบบสายขาว สายดำแบบเปิดเผย และใช้ไอจีเป็นหลักในการนัดดีล
- ต้องมีคอนเน็คชัน รู้จักคนในวงการ มีเพื่อนเยอะ และเป็นที่รู้จักในสังคม
- ทำตัวให้ดูมีความสุข สนุกสนาน แอ็คทีฟอยู่เสมอ แม้บางวันจะเหนื่อยจนไม่อยากออกจากบ้าน
.
บางกลุ่มมีมาตรฐานที่มองไม่เห็น บางคนเหมือนต้องพยายามอัปเดตตัวเองตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคนตกเทรนด์หรือหลุดออกจากวงสังคม…but not me เพราะเริ่มอ่อมแก่
ERror 404 .|||, retweeted
ใครที่ติดจีน อยากให้ลองศึกษาปวศ.จีนจริงนะ แม่งตลกจัด ถึงบางอย่างมันจะดาร์กมากก็เถอะ(อ้าว)
โดยเฉพาะราชวงศ์หมิง คนแปลก ๆ เยอะมาก ยุคของจักรพรรดิจิ่งไท่เคยมีเหตุการณ์ขุนนางบุ๋นบู๊ทะเลาะกันกลางที่ประชุมหน้าพระพักตร์ฝ่าบาท ทะเลาะไปทะเลาะมาก็ลงไม้ลงมือใส่กัน ขุนนางบู๊ตายคาตีนขุนนางบุ๋นไปประมาณ 1-3 ศพมั้ง แล้วในศพนั้นมีหัวหน้าหน่วยองครักษ์หลวงด้วย จนฮ่องเต้จิ่งไท่ขวัญหนีดีฝ่ออะ ไอ่5555555
จิ๋นซีฮ่องเต้ อิ๋งเจิ้ง กับ นักฆ่าจิงเคอ เคยวิ่งวนรอบต้นเสาไล่ล่ากันในวัง สาเหตุที่อิ๋งเจิ้งต้องวิ่งวนเสาเพราะฮีชักกระบี่ไม่ออก เคราะห์ดีที่มีคนปากล่องยาใส่หัวจิงเคอ 553552525
เซียนกวีหลี่ไป๋อีก เคยเมาแล้วนอนแก้ผ้าบริเวณอารามวัดจนเพื่อนนางต้องลากสังขารนางไปบ้านตัวเองก่อน
ปราชญ์กวีตู้ฝู่ หลังได้รู้จักหลี่ไป๋ก็ซิ้มหลี่ไป๋โคตร เขียนกวีถึงหลี่ไป๋เยอะมากร้อยกว่าบท ชีหลี่ไป๋เขียนถึงตู้ฝู่บทเดียวแล้วหายจ๋อม แชทหนักขวาสุด ๆ
เทพอักษรหวังซีจือ นอนแก้ผ้าจู่ ๆ ก็ได้เป็นลูกเขยเฉยเลอ
ทั่วป๋าหง หรือ หยวนหง ฮ่องเต้ชาวเซียนเป่ยยุคเหนือใต้ที่ Wannabe ฮั่น
ไหนจะเรื่องที่แบบ ศึกษาแล้วพบเจอความสัมพันธ์อันมีพิรุจของชายสองคนอีกนะ
ERror 404 .|||, retweeted
ดัชนี CSI 300 ของหุ้นจีนปิดลบมา 12 สัปดาห์ติดต่อกัน ถือเป็นสถิติใหม่ และเดือนตุลาคมเดือนเดียวดัชนีร่วง 8.5% แย่ที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ
วันนี้ แบงก์ชาติจีนประชุมกับสถาบันการเงิน ตลาดเด้งขึ้นทันที CSI 300 บวก 0.8% และ Star 50 ที่เป็นหุ้นเทคบวกกว่า 3%
แต่เชื่อถอะ นักลงทุนก็ยังสงสัยกันอยู่ว่า เด้งแบบนี้ถือเป็นก้นเหวหรือแค่หยุดพักเพื่อปรับตัวลงต่อ?
---
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ทำให้ตลาดไม่มั่นใจ
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคมว่า PMI ภาคการผลิตเดือนตุลาคมอยู่ที่ 49.3 ต่ำกว่า 50 ลดลงจาก 50.1 ในเดือนกันยายน ต่ำสุดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และพลาดที่ตลาดคาดไว้ราว 50
ส่วนย่อยที่น่าสนใจ ผลผลิต 49.8 คำสั่งซื้อใหม่ 49.4 กลุ่มโรงงานขนาดใหญ่ยังขยายตัวที่ 50.2 แต่ขนาดกลางลงไป 48.4 และขนาดเล็ก 47.5 พูดง่ายๆ คือยิ่งเล็ก ยิ่งเจ็บ
PMI ภาคบริการและก่อสร้างลดจาก 50.2 เหลือ 49.7 ดัชนีรวมตกจาก 50.7 เหลือ 49.7
มีจุดสว่างอยู่บ้าง ภาคการผลิตไฮเทคยังขยายตัวที่ 51.3 และอุปกรณ์การผลิตอยู่ที่ 50.6
NBS อธิบายว่า ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งสั่งซื้อก่อนหยุดวันชาติ และสภาพแวดล้อมโลกที่ผันผวน แต่นักลงทุนดูจะไม่ซื้อคำอธิบายนี้ครับ เพราะเอาตรงๆ ตัวเลขอื่นๆที่ประกาศออกมาก็ไม่ดี
รายงานระบุว่ากำไรอุตสาหกรรมเดือนกันยายนโตช้าที่สุดของปีนี้ และบริษัทในดัชนี MSCI China ที่รายงานไตรมาส 3 พลาดเป้าตลาดเฉลี่ยราว 9% แปลว่า เศรษฐกิจยังเจอความท้าทายอยู่
---
เติมลมรอบสอง: แบงก์ชาติจีนทำอะไรบ้างวันนี้
ก่อนวันนี้ ทางการเคยพยายามมาแล้ว ทั้งกองทุน "ทีมชาติ" (National Team) ที่เข้าซื้อหุ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และการออกแนวทางกำกับให้ลดการขายเมื่อเดือนก่อน แต่จากที่คุณเห็นการเคลื่อนไหวของตลาด ก็สรุปได้ว่า "มันไม่เพียงพอ" ที่จะทำให้นักลงทุนมั่นใจได้ครับ
วันนี้ (2 พ.ย.) หลังตลาดปิด ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศว่า จะประมูลธุรกรรมสว็อปหนึ่งปีในวันอังคาร มีบริษัทหลักทรัพย์และกองทุน 31 แห่งยื่นขอโควตารวมเกิน 100,000 ล้านหยวน (ราว 15,000 ล้านดอลลาร์)
เครื่องมือนี้คือ Securities, Funds and Insurance Companies Swap Facility (SFISF) จากแผนกู้ตลาดปี 2024 ที่เปิดให้บริษัทหลักทรัพย์ กองทุน และบริษัทประกัน เอาสินทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ไปแลกกับสินทรัพย์สภาพคล่องสูงของแบงก์ชาติ เพื่อมีกำลังซื้อหุ้นมากขึ้น (วงเงินสูงสุดเดิม 500,000 ล้านหยวน ใช้ไปแล้ว 105,000 ล้านหยวน เป็นสองครั้งใน 2 ปี)
ข่าวจาก Cailian ยังบอกอีกสองเรื่อง คือแบงก์ชาติหารือเรื่องปรับปรุงโครงการปล่อยกู้เพื่อซื้อหุ้น และธนาคารรัฐรายใหญ่รายหนึ่งวางแผนเพิ่มโควตาปล่อยกู้ถึง 200,000 ล้านหยวน ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ของรัฐ 2 แห่งในกลุ่มทีมชาติ ไปซื้อหุ้น
มุมมองที่ดีก็มีอยู่ อย่างผู้จัดการกองทุน Guofulianhe วิเคราะห์ว่า Move นี้จะเป็น "สภาพคล่องส่วนเพิ่มที่สำคัญ ในจังหวะที่ตลาดขาดเงินใหม่มารับแรงขาย" และ แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลจีนเลือกวิธีการพยุงตลาดแบบ "ค่อยเป็นค่อยไป" ไม่ได้อัดเงินก้อนใหญ่ทุกครั้งที่ตลาดดิ่ง
พอเห็นผลการประชุม เสียงในหัวผมก็ดังขึ้นมาทันทีว่า สถิติตลาดหุ้นร่วง 12 สัปดาห์ติด จะเอาแค่ข่าวว่าจะมีการอัดฉีด แล้วหวังว่า ตลาดจะกลับตัวกลายเป็นขาขึ้นทันที มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอ?
---
ทำไมผมยังไม่ปักใจว่านี่คือจุดต่ำสุด
Bloomberg สรุปมุมมองหลักของตลาดไว้ชัดครับ ว่าการใช้เครื่องมือเดิมจากปี 2024 อาจ "ขาดแรงซื้อ" พอจะปลุกความกล้าเสี่ยงของนักลงทุน
ลองเทียบกับปี 2024 ตอนนั้นทางการประกาศชุดเดียวทั้งสองเครื่องมือใหม่ คือ ลดดอกเบี้ย และรับรองกองทุนเสถียรภาพอย่างเป็นทางการ ทำให้ตลาดดีใจและพุ่งทะยานทันที
รอบนี้เป็นการหยิบเครื่องมือเดิมมาใช้ ไม่ใช่ชุดคำสั่งใหม่
ตอนนี้เศรษฐกิจจีนอยู่ในสภาพ "ลิมโบ้" คือ แย่พอที่จะกดกำไรและความเชื่อมั่นไม่ให้ฟื้น แต่ยังแย่ไม่ถึงจุดที่จะบีบให้ผู้กำหนดนโยบายออกมาตรการแรงๆทันทีทันใด
ทำให้นึกถึงสมัยเด็กๆ ตอนที่ผมขี่จักรยานคันเก่าๆ ซึ่งยางเสื่อม และลมค่อยๆรั่วออกช้าๆ ผมก็เอาปั๊มไปสูบลมที่ร้านหัวมุมถนน ปั่นต่อได้ไม่ถึงชั่วโมงลมก็แฟบอีก
จะปั่นจักรยานต่ได้โดยไม่ต้องกลับมาเติ่มลม สิ่งที่ต้องทำคือ หาจุดรั่ว และปะมันซะ!!
นั่นจึงนำไปสู่คำถามที่สำคัญที่สุด...
แล้วรูรั่วของเศรษฐกิจจีนคืออะไร และผมคิดว่าคำตอบอยู่ที่ข่าวถัดไปครับ
---
Vanke: รูรั่วที่ใหญ่ที่สุดยังไม่ถูกปะ
China Vanke ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อันดับต้นๆของจีน รายงานขาดทุนไตรมาส 3 อยู่ที่ 8,990 ล้านหยวน ลดลงจากขาดทุน 16,100 ล้านหยวนปีก่อน
ฟังเหมือนข่าวดี แต่จริงๆ คือ "ขาดทุนน้อยลง" ไม่ได้แปลว่ากลับมามีกำไร
ตัวเลขที่เตือนผมมากกว่า
- ยอดขายล่วงหน้า (Contracted Sales) ไตรมาส 3 ลดลง 48.3%
- เงินสดลดลงเกิน 20% เหลือ 46,860 ล้านหยวน
- ขาดทุนไตรมาส 1 อยู่ที่ 5,950 ล้านหยวน (ราว 871 ล้านดอลลาร์) และครึ่งปีแรกรวมราว 2,400 ล้านดอลลาร์
บริษัทรอดมาได้ด้วยเงินกู้จาก Shenzhen Metro ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ที่ปล่อยกู้เกิน 30,000 ล้านหยวนในปีก่อน และเพิ่มอีกราว 4,500 ล้านหยวนปีนี้ ตามรายงานของ Briefs และมีกรอบข้อตกลงเดือนพฤษภาคมให้กู้เพิ่มได้ถึง 2,500 ล้านหยวนในปี 2026
บททดสอบถัดไปคือเดือนธันวาคม มีตั๋วเงินระยะกลางที่เคยต่ออายุไว้แล้วรวมราว 3,400 ล้านหยวนครบกำหนด ยังไม่ชัดว่า Shenzhen Metro จะอัดฉีดอีกหรือไม่
มูลค่าตลาดของ Vanke เหลือราว 5,200 ล้านดอลลาร์ตามรายงานเดือนสิงหาคม หุ้นลงมากกว่า 80% ใน 5 ปี
และไม่ได้มีแค่ Vanke ครับ Bloomberg ระบุว่า ตลาดหุ้นกู้จีนวันนี้ ไปกังวลเรื่องหนี้ของ Zhuhai Huafa Group ผู้พัฒนาอสังหาฯ ของรัฐอีกราย คงต้องตามกันต่อว่า นี่จะกลายเป็นรูรั่วอีกจุดที่เพิ่งโผล่มาซ้ำเติมปัญหาเดิมอีกหรือเปล่า
---
แล้วทั้งหมดนี้ มันเกี่ยวกับตลาดหุ้นยังไง
ผมมองว่าทุกข่าวคือภาพเดียวกัน
PMI บอกว่า อุปสงค์ในประเทศอ่อน กำไรบริษัทไม่ดี Vanke บอกว่าอสังหาฯ ยังไม่พ้นก้นเหว และตลาดหุ้นสะท้อนทั้งสองเรื่องออกมา แบงก์ชาติเลยต้องเติมลมยางให้จักรยานที่ชื่อว่า "จีน" ยังขี่ไปได้ต่อ
อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดถึงด้วย ก็คือ หุ้นเทคและ AI ของจีนถูกขายหนักด้วยเช่นเดียวกัน
โดย Bloomberg ระบุว่าตลาดหุ้นจีนซบเซาตั้งแต่ฤดูร้อนจาก "เศรษฐกิจอ่อนแอและความสงสัยเรื่องกำไร AI" ขณะที่ตลาดโลกอื่นๆ เคยพุ่ง และมีรายงานว่าการถอยของนักลงทุนจาก AI ทั่วโลกก็ลามมาถึงจีนด้วย
น่าสนใจนะครับ เดือนตุลาคมเราเพิ่งเห็นข่าวว่า ช่องว่างโมเดล AI สหรัฐฯ-จีน หดเหลือ 3% แต่หุ้นจีนกลับโดนขายหนักที่สุดในกลุ่มนี้ ซึ่งแปลว่า "โมเดลเก่ง" กับ "หุ้นขึ้น" ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป
มีนักวิเคราะห์บางคนบอกว่าการขายครั้งนี้เข้าข่าย "Oversold" โดยอธิบายเหตุผลว่า จริงๆแล้วภาคการส่งออกยังทนทาน และราคาบ้านในเมืองใหญ่เริ่มฟื้นมาได้ซักพักแล้ว ซึ่งเราก็ต้องชั่งน้ำหนักดีๆเหมือนกัน
---
มุมมอง Mr.Messenger
ผมเดาไว้ตอนเช้าว่าการประชุมวันนี้จะออกมาเป็นการขยายเครื่องมือปล่อยกู้ซื้อหุ้นเดิม ซึ่งถูกไปครึ่งหนึ่ง เพราะมันเป็นเครื่องมือเดิมจริง
แต่ที่ผมประเมินต่ำไปคือขนาด วงเงินสว็อปที่ยื่นขอเกิน 100,000 ล้านหยวนในวันเดียว และโควตา 200,000 ล้านหยวนสำหรับทีมชาติ ใหญ่กว่าที่ผมคาด
แต่ถึงอย่างงั้น ผมก็มองว่า นี่คือ "การซื้อเวลา" มากกว่า "การกลับเทรนด์" เพราะปัญหาจริงคือ กำไรบริษัท กับ วิกฤตในอสังหาฯ ไม่ใช่เรื่องสภาพคล่องที่หายไป
ตลาดหุ้นจีน อาจจะเด้งต่ออีกระยะ เพราะทางการประกาศชัดว่าจะทำจนกว่าจะได้ผล และ PMI อ่อนยังจุดกระแสเดิมพันเรื่องการลดดอกเบี้ย PBOC อีกด้วย แต่ถ้ากำไรไตรมาสหน้ายังไม่ฟื้น หรือ Vanke สะดุดในเดือนธันวาคม แรงเด้งนี้จะไม่ยั่งยืนครับ
และอีกมุมที่อยากให้จับตา คือการเมืองระหว่างประเทศ เส้นตายสงบศึกการค้าสหรัฐฯ-จีนวันที่ 10 มกราคม 2027 กำลังใกล้เข้ามา เศรษฐกิจจีนที่อ่อนแบบนี้ทำให้ปักกิ่งมีอำนาจต่อรองน้อยลง
ใครถือกองทุนหุ้นจีนหรือหุ้นจีน อย่าเพิ่งรีบเพิ่มน้ำหนักเพียงเพราะข่าวพยุงตลาด ให้ดูกำไรบริษัทจริง และเช็กสัดส่วนที่ผูกกับอสังหาฯ ในพอร์ตให้ดีนะครับ
Mr.Messenger รายงาน
ERror 404 .|||, retweeted
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับชื่อสายการบิน
EVA air = ออกเสียงว่า อี วี เอ แอร์ (แต่ผู้โดยทั่วไปชอบเรียก อีว่าแหละ สั้นๆ เข้าใจว่าย)
Qantas = ออกเสียง ควอนตัส (ฝรั่งไทยหลายคนอ่าน แควนตัส = ได้แหละ คล้ายๆ กันอยู่ 55)
Thai Air Asia ชื่อย่อ = FD (ถ้าย่อ AA จะเป็น American airlines อันนี้ถ้าผิดแล้วจะงงนะ) ***แต่ถ้าเครื้องใหญ่ที่ไปเกาหลี ญป อันนั้น Thai Air AsiaX ตัวย่อ = XJ คนละอันกัน
Bangkok Air ชื่อย่อ = PG (เคยเจอหลายๆ คนย่อเป็น BA อันนั้น British Airways ถ้าผิดแล้วจะคนละทวีปเลย)
ERror 404 .|||, retweeted
🚨 BREAKING NEWS: Bloomberg Intelligence เตือนทองคำอาจผ่านจุดสูงสุดในปี 2026! เสี่ยงส่งสัญญาณล่วงหน้าถึงการปรับฐานของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก
Mike McGlone นักกลยุทธ์จาก Bloomberg Intelligence ประเมินว่า ราคาทองคำอาจทำจุดสูงสุดระยะยาวไปแล้วในปี 2026 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ โดยเฉพาะทองแดง น้ำมันดิบ และโลหะเงิน
ข้อมูลย้อนหลัง 25 ปีสะท้อนว่า ทองคำให้ผลตอบแทนเหนือกว่าทั้งทองแดงและน้ำมันดิบ Brent อย่างชัดเจน ขณะที่ราคาโลหะเงินซึ่งเคยพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในไตรมาสแรก ก่อนร่วงลงมาใกล้ 49 ดอลลาร์ ณ วันที่ 30 ตุลาคม อาจเป็นตัวอย่างของการปรับฐานรุนแรงหลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวสูงเกินปัจจัยพื้นฐาน
McGlone มองว่า รูปแบบดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าสำหรับตลาดน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีที่เพิ่มบทบาทของโลหะอย่างเงินและทองแดง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดสำหรับปี 2027 อาจไม่ใช่อุปสงค์หรืออุปทานสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรง แต่เป็นตลาดหุ้นสหรัฐฯ
กราฟแสดงให้เห็นว่า อัตราส่วนดัชนี S&P 500 ต่อหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2001 ซึ่งในอดีตมีความสัมพันธ์กับทิศทางราคาทองคำ และอาจเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนราคาทองแดงด้วย
หากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มสูญเสียโมเมนตัมหรือเข้าสู่การปรับฐาน อาจก่อให้เกิดแรงกดดันด้านเงินฝืด (Deflationary Pressure) ต่อสินค้าโภคภัณฑ์ในวงกว้าง และเพิ่มความเสี่ยงที่ราคาทองคำ ทองแดง และน้ำมันจะเผชิญแรงขายพร้อมกัน
📌 ประเด็นสำคัญ: การทำจุดสูงสุดของทองคำในปี 2026 อาจไม่ใช่เพียงจุดเปลี่ยนของตลาดโลหะมีค่า แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงของวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์ในปี 2027 โดยมีทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตา
ที่มา: Mike McGlone, Bloomberg Intelligence
#BreakingNews #Gold #Commodities #BloombergIntelligence #Copper #Oil #SP500 #MacroEconomics




























































