เพลง The Sound of Silence ขึ้นมาแล้วกระแทกใจมาก เพลงโปรดเลย
Hello darkness, my old friend, I've come to talk with you again.
เพลงนี้ผู้แต่งแต่งตอนนั่งเล่นกีต้าร์ในห้องน้ำมืดๆ
นนนงานดีมากกกกก ขออวยยศ ทอดเสียงเบาอ่อนโยนแต่ยังฟังง่ายชัดเจน ทั้งที่ชีวิตจริงพูดจาเร็วฉึบฉับ แต่พอสวมบทบาทเขาก็ทำได้ดี เสียดายที่ต้องเฉลี่ยแอร์ไทม์หลายตัวละคร ไม่งั้นนนนน่าจะดันบาร์ละครได้มากกว่านี้
ผู้กำกับปล่อยผ่านการแสดงของมิ้ลค์มาได้ยังไง ฉากนี้ออร์แก นนนแสดงมาเป๊ะมาก พอฟังมิ้ลค์พูดซีนนี้ดร็อปไปเลย เห้อ ฝึกการออกเสียงเยอะๆ นะคะ
ละครพีเรียดย้อนยุคเนี่ย เรื่องการพูดให้ชัด ร ล สำคัญนะ ซีนนี้ออร์แกน ราศี ทำได้ดี พูดชัด ร ล ชัด เป็นตัวอย่างให้นักแสดงในเรื่องนี้ได้เลย และแสดงนิ่งๆแต่ยังเข้าถึงตัวละครอีก ชื่นชมนะ
#ScarletHeartUllaveeEP2
ขอแจมนิดนึงงง อันดับ 1 ให้นนน เป๊ะเว่อร์ อ้ายก็ไม่ติด
มิ้ลค์อินเนอร์การแสดงดีมากก แต่การพูดยังไม่ได้อ่า อยากให้เทรนเรื่องรูปปากและการโปรเจคเสียงเยอะๆ เลย (รวมถึงนักแสดงวัยรุ่นที่เหลือ)
วินเมก็เกือบดีงามแล้ว แต่ติดการพูดที่อธิบายไม่ถูก อย่าง ร- แต่วินออกเสียงรว เช่น อุปราช
จัดอันดับ Top3 ที่รู้สึกว้าวในการแสดงของ #ScarletHeartUllaveeEP1
1.มิ้ลค์ พรรษา
2.นนน
3.โฟ้ด
อ่านแต่ละโควตในซีรีส์สั่งของสั่งอาหาร พบว่าทำไมคนหลายคนมันหน้ามึนหรือเห็นแก่ตัวได้ขนาดนี้ ของก็ไม่ใช่ของตัวเอง จิตสำนึกไม่มีเอ๊ะซักหน่อยเหรอ อ่านแล้วอยากวีนแทนเจ้าของเรื่อง
เห็นมีคนบอกว่าโกดังสินค้าของผ้าอ้อมอยู่ที่เดียวกับสินค้า SM True แต่ถ้าจะว่าหยิบกล่องมาสลับกัน การแพ็ค Goods มันก็ไม่น่าเละเทะแบบในรูปไหมนะ งงสถานการณ์ที่ต้นทวิตเจอมาก
This quoted post is unavailable.
ถ่ายรูปไรเดอร์มาโพสต์ได้ ก็น่าจะไปสอบถามชื่อคนส่ง ชั้น เลขที่ห้องได้กับไรเดอร์ได้ปะ จะได้ตามเจ้าของออเดอร์ถูก นี่ว่าไรเดอร์เขาก็อยากรีบออกไปเหมือนกัน
ในมุมคนอ่าน ชอบนิยายที่มีสารบัญค่ะ ยิ่งนักเขียนที่ตั้งชื่อตอนได้น่าสนใจแต่ไม่สปอยเนี่ยเป็นการเรียกน้ำย่อยดีมาก ช่วยให้กลับมาอ่านได้สะดวกขึ้น ประมาณเวลาการอ่านได้ดีขึ้น เช่น เล่มนี้สารบัญบอกมี 40 ตอน กะได้ว่าอ่านซักวันละ 5 ตอน อะไรงี้ค่ะ
ปกติไม่ดูรายการเวิร์กพอยท์ มีแค่รายการนี้ที่ยังดูทุกสัปดาห์ แต่เทปนี้ดูแค่ 2 คู่แรก พอเปิดแขกคู่ 3 นี่ปิดคลิปเลย ใครก็ได้สปอยทีว่าเขารีเลตกับคุณโหน่งยังไง หรือแค่ว่าทีมงานอยากจะพามา
สำนักพิมพ์ควรให้เกียรตินักเขียนท่านอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยนะคะ ประกาศแบบไม่รู้ว่าเป็นใคร คนอื่นก็โดนสงสัยไปด้วยหมด บางคนไม่แน่ใจก็ขอเหมารวมไม่ซื้อหนังสือไว้ก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน
[แถลงการณ์จากสำนักพิมพ์แซลมอน
กรณีนำรูปถ่ายนักเขียนไปเผยแพร่และส่งต่อในลักษณะคุกคามทางเพศ]
.
สำนักพิมพ์แซลมอนขอแสดงจุดยืนไม่สนับสนุนพฤติกรรมนำรูปภาพบุคคล ทั้งจากการโพสต์ในช่องทางสาธารณะหรือช่องทางส่วนตัวไปเผยแพร่ต่อทางสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะคุกคามทางเพศ พร้อมส่งต่อลิงก์หรือแอ็กเคานต์บุคคลในภาพ รวมถึงขอเรียกร้องให้ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ตระหนักถึงการโพสต์ข้อความที่ดูหมิ่น ละเมิดสิทธิ ลดทอนศักดิ์ศรี และคุกคามผู้อื่นจนเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิต
.
ทั้งนี้สำนักพิมพ์แซลมอนรับทราบแล้วถึงกรณีนักเขียนผู้มีผลงานตีพิมพ์ร่วมกันเป็นสมาชิกที่อยู่ในกลุ่มเฟซบุ๊กดังกล่าว เบื้องต้นสำนักพิมพ์จึงพิจารณางดจำหน่ายผลงานของผู้เขียน ทั้งภายในบูธ L49 และบนช่องทางออนไลน์ของสำนักพิมพ์ รวมถึงกำลังพิจารณามาตรการอื่นๆ ที่เหมาะสมต่อไป
.
ในนามของสำนักพิมพ์แซลมอนขอส่งกำลังใจแก่นักเขียนผู้เป็นเจ้าของรูปภาพ รวมถึงขออภัยผู้อ่านสำหรับความล่าช้าของแถลงการณ์
ด้วยความนับถือ
สำนักพิมพ์แซลมอน
คำว่า "ไม่มีใครสนใจใครเลย" เราเข้าใจว่าคือต่างคนต่างเดินไม่มองหน้ากันและเดินเลี่ยงกันอยู่แล้ว ตามบริบทนี้เราว่าเขาก็ถามถูกว่าทำไมต้องสนใจคนอื่นด้วย คือไม่ใช่ว่าไม่สนใจแบบเดินชนดะหรือไม่มองคนสวนทางนะ
เพราะมันคือเมืองใหญ่ โอกาสเจอคนรู้จักน้อย ต้องรีบบริหารเวลา
ดูจากชื่อบริษัทแล้วน่าจะทรง content creator เดาว่าถ้าไม่เป็นมุกของบ.เอง น้องคนสมัครก็พยายามเล่นมุกให้เข้ากับมู้ดของบ.เฉยๆ ทั้งเฮ็ดอาร์ ปสก.ว่างงาน เรมูซ่า พอดโปลิโอ มีแต่คำตึ่งโป๊ะอะ คอนเทนต์แหละ
เดาว่าในสูติบัตรพิมพ์สระอำ+ไม้โท (ผิดลำดับการพิมพ์) แต่การแสดงผลไม่ได้เด้งออกมาคนละอักษร เลยดูไม่ออกตั้งแต่ต้น พอน้องโตมาทำบัตร มีการดึงข้อมูลต้นทางมาในโปรแกรมทำบัตร แสดงชัดเจนว่าพิมพ์ผิดเลยออกมาตามรูป
ทุกอย่างเป็น error จากจนท. ควรยื่นเรื่องแก้ไขโดยที่ไม่ต้องกระทบประชาชนด้วยซ้ำ
ในฐานะคนที่เคยโทรสั่งร้านอาหารล่วงหน้าบ่อย ไม่เคยถามเขาว่ากี่คิวเลย เพราะหนึ่งคิวไม่เท่ากับหนึ่งจาน นี่สั่งเสร็จแล้วจะถามเขาว่า "อีกกี่นาทีไปรับดีคะ" หรือถ้าตอนไหนไม่รีบมากก็จะถามว่า "อีกครึ่งชั่วโมงไปรับได้ไหมคะ"
ขอถามคนทำร้านอาหารกับคนที่เคยเป็นลูกค้าหน่อยค่ะ
ถ้าลูกค้าถามว่าคิวเหลือกี่คิว หรืออาหารต้องรออีกกี่นาที ทุกคนคิดว่าเป็นการเร่งพนักงานไหมคะ?
เข้าใจว่าช่วงลูกค้าเยอะพนักงานอาจจะเหนื่อยและกดดัน แต่ในมุมลูกค้า การถามเวลารอก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ ถามดี ๆ ไม่ได้เหวี่ยง ไม่ได้โวยวาย แล้วทำไมถึงกลายเป็นเรื่องที่ถามไม่ได้ล่ะ
อยากฟังความคิดเห็นทั้งสองฝ่ายเลยค่ะ ว่าทุกคนมองเรื่องนี้ยังไง


























