“Good things in books shouldn't just stay in books.” books, brains & stuff • 💙 reading | lifelong learner • I teach Eng 🇺🇸 the brain-friendly way #TOEIC

Khon Kaen, Thailand
Joined July 2016
อันนี้เป็น 6-week #TOEIC Study Plan ที่เราเคยใช้สำหรับการเตรียมตัวสอบแพลน 1½ เดือน หรือ 6 สัปดาห์นะคะ เป็น rough plan ซึ่งสามารถปรับได้ตามความยืดหยุ่นในแต่ละสัปดาห์ของแต่ละคนค่ะ *ปรับตามความยืดหยุ่น หมายความว่า อย่างน้อยต้อง follow ตาม goal หลักของแต่ละสัปดาห์ให้ได้ แต่หัวข้อที่จะทบทวนในแต่ละวันของสัปดาห์นั้น อาจจะมีการสลับตารางเวลาได้ตามความเหมาะสม **จริงๆหากมีเวลามากกว่านี้ หรือยังไม่ได้แพลนที่จะสอบในเร็วๆ ก็อยากให้สะสมพวกคำศัพท์ ฝึกการฟังไว้ได้เลยนะคะ เพราะมันจะช่วยได้เยอะมากตอนที่เราต้องเตรียมตัวสอบแบบ Intensive Practice เน้นทำแบบฝึกหัดให้เยอะ WEEK 1: Building a Strong Foundation ● เพื่อทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบของ TOEIC & ทบทวนทักษะพื้นฐาน ● เวลาเรียนต่อวัน: 2 ชม. (แบ่งเป็น section โดยในวันนั้นต้องได้เวลาทบทวนทั้งหมด 2 ชม.) ● DAY 1-2: ศึกษาและทำความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ TOEIC ทั้ง 7 พาร์ท: Listening & Reading Comprehension ● DAY 3-7: เน้นทบทวนคำศัพท์ - ทบทวนคำศัพท์ที่พบบ่อยใน TOEIC จำนวน 30-40 คำต่อวัน - ใช้ Flashcards หรือแอปพลิเคชันอย่าง Quizlet หรือ Anki เพื่อทบทวนคำศัพท์ - ฝึกอ่านบทความต่างๆ (เช่น บทความเกี่ยวกับธุรกิจ, การเดินทาง, หรือหัวข้อสังคม, etc. เพื่อขยายคำศัพท์ในบริบทต่าง ๆ WEEK 2: Grammar & Listening Basics ● เน้นทบทวนทักษะพื้นฐาน Grammar & Listening Basics ● DAY 8-14: - ทบทวนพื้นฐาน Grammar: ทบทวนแกรมม่า 1 เรื่อง/วัน (tenses, modals, passive voice, conditionals, etc.) - Listening: ฝึกฟังบทสนทนาสั้น ๆ (หาฟังออนไลน์; YouTube, podcasts) แล้วฝึกเขียนสรุป - เริ่มทำแบบทดสอบการฟังสั้น ๆ (5-10 นาที)
สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวสอบ #TOEIC ขอฝากเซ็ต #TOEIC prep ไว้ด้วยนะคะ จากราคาปกติ 400 บาท ลดเหลือ 300 บาท จะได้รับหนังสือ E-book หลัก 4 เล่ม (+ ไฟล์เสริม) + ติวสรุป Grammar for TOEIC 10 ชม. 📝 เริ่มจากทบทวนคำศัพท์ Frequently-used vocabulary ศึกษา collocations ที่จำเป็น เจอบ่อยในข้อสอบ #TOEIC 📝 ถ้ายังพอมีเวลา เสริมศัพท์ให้แข็งแกร่ง เพื่อช่วยเสริมเรื่อง reading comprehension ด้วยเล่ม Essential TOEIC Vocabulary 📝 จากนั้นทบทวนแกรมม่าสำคัญ จากเล่ม Easy English Grammar short notes ทำควบคู่กับการทำแบบฝึกหัด TOEIC Practice Book 📝 เข้าร่วม OpenChat: Ace TOEIC – (Video/Google Meet) สรุปแกรมม่าสำคัญ, เทคนิคการทำข้อสอบในแต่ละพาร์ท, ติว & เฉลยแบบฝึกหัดข้อที่น่าสนใจ, แปะคำถาม, เข้าร่วม TOEIC mock test // ขอบคุณค่ะ ☺️ สั่งซื้อหนังสือ: DM or Line: line.me/ti/p/OLdDu7zSzY
9
4,516
18
7,047
7,908,374
หน้าตาคล้ายกัน แถมสีตาสีกระดิ่งสีเดียวกันด้วย สวัสดีค่ะพี่ก๊วย ☺️
ทุกวันที่ 27 ตุลาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันแมวดำ" เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของแมวสีดำ🐈‍⬛ #วันแมวดำ 😘พี่ก๊วยถ่านน้อยของป่ะป๊าาา🥰🐈‍⬛
2
2
11
1,391
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
โรคติดเชื้อลิสเทอเรีย คือการติดเชื้อร้ายแรงที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย อาการ บางคนมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด โดยมีอาการเช่น มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และปวดแสบกระเพาะอาหาร หากแบคทีเรียเข้าสู่ระบบประสาท อาจมีอาการแย่ลง. ปวดศีรษะ คอเคล็ด ชัก สูญเสียการทรงตัว และรับความรู้สึก สับสนหรือสับสนอาจเกิดขึ้นได้ ใครชอบกินเห็ดเข็มทองต้องระวังตัวและสังเกตตัวเองด้วยนะคะ
11
4,146
67
1,159
135,276
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
เธรดรวม ร้านหนังสือเก่า หนังสือมือ2 ถ้าในผังคือโซนสีน้ำตาล ส่วนนอกผังที่เราเดินเจอ ตามนี้👇🏼 1.) H42 Thai Qualitybooks มีทั้งTh/Eng หนังสือหลากหลายแนวเลย บูธใหญ่เลย (ต่อ 👇🏼) #งานหนังสือ #งานหนังสือ69 #งานหนังสือ2569 #มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่31
1
859
6
951
30,924
ยกให้เป็นย่อหน้าที่สั่นคลอนโลกแห่งการผัดวันประกันพรุ่งของผมมาก 🥲
9
3,406
31
4,006
99,371
ขอยาดแปะ aff link สนับสนุนค่าหนมเลียเหมียวฮะ 🐱 s.shopee.co.th/3g4lGffhjp
1
12
37
2,983
(non-fic) ธีมหลักก็ตามชื่อหนังสือเลยคือเรื่องวินัยและการควบคุมตัวเอง ซึ่งจะถูกพูดถึงใน 3 ด้านหลักของชีวิตค่ะ 1. ร่างกาย 2. อารมณ์ความรู้สึก และ 3. จิตวิญญาณ โดยผ่านเรื่องเล่าของบุคคลที่เคยผ่านเรื่องราวที่ต้องใช้วิชาความมุ่งมั่นในการรับมือกับอุปสรรคในชีวิตมาแล้ว ทั้งนักปรัชญาชาวสโตอิก หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในอดีตมากมาย ไม่ต้องอ่านเรียงบทก็ได้นะคะ เพราะแต่ละบทมีเรื่องเล่า บทเรียนและบทสรุปที่จบในตัวอยู่แล้ว พลิกอ่านสุ่มอ่านได้เลย สำหรับนี่ เวลาอ่านหนังสือ เราไม่ต้องเห็นด้วยทุกพ้อยท์กับคนเขียนก็ได้นะคะ แต่หากหนังสือเล่มหนึ่ง ช่วยให้เราตั้งคำถามทั้งกับคนเขียน และตัวเราเอง เราว่าหนังสือเล่มนั้นก็ได้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีที่สุดแล้วเนอะ
2
8
1,033
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
ในบูธแก้วกานต์จะมีผู้หญิงสูงอายุที่นั่งอยู่คนนึง นั่นคือคุณกัณหา แก้วไทยนักแปลมือฉมัง แปลหนังสือมามากมายมหาศาล วรรณกรรมเยาวชนยันนวนิยายรักโรแมนติก สืบสวนก็มี เคยเดินเข้าไปขอบคุณแล้วก็บอกว่าตั้งแต่เด็กอ่านหนังสืองานแปลของท่านมาเยอะมากก ท่านก็บอกขอบคุณ เดินยิ้มทั้งวันเลยผมเนี่ย ฟิน
7
2,342
10
1,794
57,244
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
หลักไวยากรณ์ในห้องเรียนที่ไม่ต้องไปยึดติดมากก็ได้ในชีวิตจริง 1. อย่าเริ่มประโยคด้วย conjunction เช่น and, or, but, so 2. อย่าเขียน fragment (ประโยคที่ไม่สมบูรณ์) 3. อย่าแยก to-infinitive ออกจาก verb 4. อย่าจบประโยคด้วย preposition 5. อย่าเขียนพารากราฟที่มีแค่ประโยคเดียว 👇
1
370
2
999
20,167
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
จะอ่านตอนไหนไม่รู้ แต่ขออวดโลกมนุษย์ก่อน คือน้องเขาสวยโดนใจมาก 🥳🧡👻💕 #TheDeadRomantics #โรแมนติกกับผี #Salmonbooks
1
31
1
34
4,862
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
นึกถึงตอนเรียน Behavioral Economics มันมีคำว่า ความมั่นในตัวเราวันนี้เกิดจากเรารู้ว่าคนซงยคือเราได้วันพรุ่งนี้ ไม่ใช่เราในวันนี้ที่จะซวย เรายอมให้ตัวตนในอนาคตพรุ่งนี้หรือสัปดาห์หน้ามาแบกรับความซวยแทน เพื่อแลกกับความสบายของตัวตนในวันนี้ Present Bias ลำเอียงกับการอยู่ในปัจจุบัน เรามักจะรักและให้คุณค่ากับตัวตนในปัจจุบัน" มากกว่าตัวตนในอนาคตเรายอมให้ตัวตนในอนาคต บวกกับ Optimism Bias มองโลกในแง่ดีเกินไปคิดเข้าข้างตัวเองว่า "เดี๋ยวใกล้ๆ แล้วไฟลุกพรึบ ค่อยทำทีเดียวก็ได้ ตอนนั้นสมองจะแล่นกว่า" ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมักจะลนลานและงานออกมาไม่ดีตามที่หวัง หรือกว่าจะลงมือ Upskill ตัวเองทักษะที่ตัวเองมีก็ล้าหลังและกว่าจะพัฒนาได้จริงก็ใช้เวลามากกว่าที่คิดไปแล้ว
ยกให้เป็นย่อหน้าที่สั่นคลอนโลกแห่งการผัดวันประกันพรุ่งของผมมาก 🥲
371
1
547
13,312
เป็นเด็กติดแม่มากจริงๆ 🥺
1
1
14
2,658
🧠 เฮ่ยยย!!! ได้ยังไง มองแว่บแรก A เข้มกว่า B แน่นอน แต่ที่จริงแล้ว ช่อง A กับ B มีสีเดียวกัน 😳 นั่นเพราะ สมอง 🧠 ของเราไม่ได้บันทึกความจริงตรงหน้าแบบเดียวกับที่กล้องถ่ายรูปทำ แต่สร้างความจริงอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา โดยอาศัยความเชื่อเดิมของเราด้วย นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่องของสมอง แต่คือฟีเจอร์หนึ่งของการทำงานของมัน เพราะการจดจ่ออย่างมีสติรู้มีขีดจำกัดความสามารถ สมองก็เลยต้องอาศัยประสบการณ์ ความเชื่อ มาเติมเต็มช่องว่างเพื่อคาดการณ์ และสร้างความจริงในรูปแบบของเราขึ้นมา
1
5
4
3,619
เคยฟังสัมภาษณ์ของนักประสาทวิทยาคนหนึ่ง เขาบอกว่า สมองของเราไม่ได้รับรู้ความจริงแบบที่มันเป็นจริงๆ แต่เรารับรู้ความจริงในรูปแบบของเราเอง การรับรู้ของเราถูกเติมเต็ม ปรับแต่งด้วยความเชื่อ หรือประสบการณ์ของเราเองด้วย มีเรื่องให้เรียนรู้เกี่ยวกับสมอง 🧠 อีกเยอะแยะมากมายจริงๆ และก็รู้สึก amazed ทุกครั้งที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับก้อนเนื้อชิ้นนี้ 🧠
2
5
495
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
ลูกๆได้บ้านหมดแล้ว ส่วนมิลค์กี้ทำหมันนับถอยหลัง 4 วัน😢 ถ้าไม่ได้บ้านคงต้องกลับไปจรเร่ร่อนแบบเดิม 🙏🏻ฝากแชร์ส่งต่อเพื่อช่วยน้องหาบ้านนะคะ น้องยังไม่เกิน 2ขวบยังถือว่าอายุน้อยอยู่เลย แค่เพราะก่อนนี้น้องจรเลยท้องไว ขอให้หนูได้เจอวาสนามีบ้านกับเค้าบ้างนะคะ #หาบ้านให้แมว 🙏🏻🍀🏡🥹🤍
น้องทำหมันแล้วค่า รูปนี้หน้าอ้อนมาก น้องมีเวลาอีกแค่ 4 วัน แล้วไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะต้องให้อยู่ยังไง หรือกลับไปเร่ร่อนแบบเดิม 🙏❤️ #แมวโตก็อยากโดนโอบกอดเหมือนกัน #แมวโตก็น่ารักเหมือนกัน #ทาสแมว #แมวโตหาบ้าน
294
3
62
3,725
วิ่งมาด้วยความหวัง 5555 ก่อนกินมองให้รู้สึกผิดด้วยนะ *คุณเจ้าของเขาลืมเติมอาหารในเครื่องให้อาหาร สีหน้าน้องบอกทุกอย่างแล้ว 😂*
1
123
211
12,773
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
• นอกจากจะนำหลักการทั้ง 4 ข้อ ไปปรับใช้กับการใช้ขีวิตและการทำงานแล้ว ยังเอาไปปรับใช้กับเรื่องการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้ด้วยนะคะ อย่างการเรียนรู้ภาษา นักจิตวิทยาทางด้านภาษาศาสตร์ Frank Smiths เคยพูดไว้ว่าการที่คนๆหนึ่งจะประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ หรือ acquiring ภาษาได้ พวกเขาต้องเชื่อมั่นก่อนว่าตัวเองนั้นจะสามารถประสบความสำเร็จได้ "they have to assume that they're going to be successful" • ความเชื่อมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า สร้างพลังขับเคลื่อนทางจิตวิทยาที่มีผลต่อพฤติกรรม (เชื่อมั่น และต้องลงมือทำด้วย) • ในแง่มุมของการเรียนรู้ภาษา เราสามารถสร้าง "โอกาส" เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะให้กับตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ใครหยิบยื่นให้ immersing in the language and using it as much as possible • ไม่กลัวความผิดพลาด ยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ และเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในระหว่างการฝึกฝน enjoy the process of learning, embracing your imperfections and making mistakes, focus on what you want to convey rather than language itself.
ดร. ริชาร์ด ไวส์แมน สรุปหลักการสำคัญ 4 ข้อที่จะช่วยทำให้ "โชคดี" มากขึ้น 1. Opportunism - คนโชคดีจะแสวงหาโอกาส และเมื่อได้รับโอกาสนั้น พวกเขาก็จะใช้โอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด 2. Intuition – คนโชคดีจะเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง เชื่อมั่นว่าตัวเองจะทำได้ 3. Optimism – คนโชคดีจะเชื่อมั่นว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง 4. Resilience – เขาย้ำว่าข้อนี้สำคัญมากที่สุด คนโชคดีจะพยายามมองหาสิ่งดีๆ จากเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองอยู่เสมอ เพราะสิ่งสำคัญและท้าทายที่สุด คือ เราจะรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไรมากกว่า มุมมองของเราต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็มีผลต่อวิธีการที่เราจะรับมือกับเรื่องนั้นยังไงด้วย หลักการ 3 ข้อหลังคือสิ่งที่มาจากทัศนคติและความคิดของเราทั้งหมด
1
605
1
703
70,385
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
มาค่ะ ห่อปกหนังสือกัน แบบไม่ใช้เทปกาวฮะ ได้รับคำแนะนำเรื่องปกมาจากคุมใหม่ แล้วก็วิธีห่อจากคุมอ้วนกลมในยูทูปฮะ 🥰🙏🏼นกทำได้ทุกคนทำได้ เริ่ม.....อุปกรณ์มีปกขุ่นแบบม้วน ถ้านิยายใช้กว้าง10นิ้ว กรรไกรคมๆ คัทเตอร์ ไม้บรรทัดยาวกับแบบสั้น กระดานรองตัด วิธีทำตามวีดีโอเลยฮะ #รีวิวของน้ก
28
28,799
163
20,475
the system is crashing 😵 แล้วฟันล่างซี่เล็กๆ ค่ดน่ารักกกก
3
635
3
1,354
24,624
แล้วดูปากกะฟันน้อง น่าร้ากกกก
1
410
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈‍⬛ retweeted
อยากลองอ่านสองภาษาคู่กัน เริ่มแบบนี้ไม่เหนื่อยน้า 📚 - เลือกเล่มที่อ่านฉบับไทยแล้วชอบ จะไม่ท้อ - อ่านอังกฤษทีละย่อหน้า ค่อยเปิดฉบับแปลเทียบ - จดแค่ประโยคที่ชอบ ไม่ต้องจดทุกคำ - วันละ 10–15 นาทีพอ ทำทุกวันดีกว่าอัดทีเดียว - เจอสำนวน ดูว่าคนแปลเลือกคำไหน ค่อยๆ ไปนะคะ 🤍
เราเคยใช้วิธีนี้ด้วยค่ะ – Comparative reading คืออ่านทั้ง 2 ภาษาควบคู่กันไป • ช่วยได้เยอะมาก build up massive vocabulary ได้เลย (แต่วิธีนี้จะ take time นิดนึง) • นอกจากได้เรื่องคำศัพท์ วิธีนี้จะช่วยทำให้เราเข้าใจว่าบางครั้งมันไม่สามารถแปลแบบ direct translation ได้ • อย่างพวกสำนวนที่มันไม่สามารถแปลตรงตัวได้ วิธีนี้ช่วยได้เยอะมากค่ะ • หรือคำศัพท์พวกที่ความหมายใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันเลย เช่น shame/embarrassment การอ่านควบคู่ไปทั้งสองภาษาจะทำให้เราเก็ทไอเดียของการใช้ว่ามันต่างยังไง ใช้ในบริบทไหน (เพราะมีเล่มแปลมาช่วยอธิบายนั่นเอง) • จะเริ่มจาก take notes เป็นพวกประโยคที่เราชอบก่อนก็ได้นะคะ อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้อะไรสักอย่างแน่ๆ • ทำตามเทคนิคนี้คือเรากำลังป้อน comprehensible input ให้กับตัวเองค่ะ การอ่านคือวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มอินพุทให้เราได้เยอะมากๆ :) • Curiousity is key ให้ความสงสัยใคร่รู้นำทางในการเรียนรู้คำศัพท์ อย่างเวลาอ่านภาษาไทย พยายามลองนึกว่า ภาษาอังกฤษจะพูดว่าอะไรนะ พูดประมาณนี้ได้ไหม ลองนึกก่อนเปิดดู • และสำคัญสุดที่สุด คือ เลือกหนังสือที่เราชอบ แนวที่เราสนใจ (คือเราอินนั่นแหละ ☺️ มันก็เลยรู้สึกไม่ฝืนเวลาอ่าน) เพราะมันจะช่วยให้เราโฟกัสกับเนื้อหาได้นานขึ้นค่ะ
3
103
185
4,907