
“Good things in books shouldn't just stay in books.” books, brains & stuff • 💙 reading | lifelong learner • I teach Eng 🇺🇸 the brain-friendly way #TOEIC
Khon Kaen, Thailand
Joined July 2016
- Tweets25.9K
- Following181
- Followers387K
- Likes6.1K
Pinned Tweet
อันนี้เป็น 6-week #TOEIC Study Plan ที่เราเคยใช้สำหรับการเตรียมตัวสอบแพลน 1½ เดือน หรือ 6 สัปดาห์นะคะ เป็น rough plan ซึ่งสามารถปรับได้ตามความยืดหยุ่นในแต่ละสัปดาห์ของแต่ละคนค่ะ
*ปรับตามความยืดหยุ่น หมายความว่า อย่างน้อยต้อง follow ตาม goal หลักของแต่ละสัปดาห์ให้ได้ แต่หัวข้อที่จะทบทวนในแต่ละวันของสัปดาห์นั้น อาจจะมีการสลับตารางเวลาได้ตามความเหมาะสม
**จริงๆหากมีเวลามากกว่านี้ หรือยังไม่ได้แพลนที่จะสอบในเร็วๆ ก็อยากให้สะสมพวกคำศัพท์ ฝึกการฟังไว้ได้เลยนะคะ เพราะมันจะช่วยได้เยอะมากตอนที่เราต้องเตรียมตัวสอบแบบ Intensive Practice เน้นทำแบบฝึกหัดให้เยอะ
WEEK 1: Building a Strong Foundation
● เพื่อทำความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบของ TOEIC & ทบทวนทักษะพื้นฐาน
● เวลาเรียนต่อวัน: 2 ชม. (แบ่งเป็น section โดยในวันนั้นต้องได้เวลาทบทวนทั้งหมด 2 ชม.)
● DAY 1-2: ศึกษาและทำความเข้าใจรูปแบบข้อสอบ TOEIC ทั้ง 7 พาร์ท: Listening & Reading Comprehension
● DAY 3-7: เน้นทบทวนคำศัพท์
- ทบทวนคำศัพท์ที่พบบ่อยใน TOEIC จำนวน 30-40 คำต่อวัน
- ใช้ Flashcards หรือแอปพลิเคชันอย่าง Quizlet หรือ Anki เพื่อทบทวนคำศัพท์
- ฝึกอ่านบทความต่างๆ (เช่น บทความเกี่ยวกับธุรกิจ, การเดินทาง, หรือหัวข้อสังคม, etc. เพื่อขยายคำศัพท์ในบริบทต่าง ๆ
WEEK 2: Grammar & Listening Basics
● เน้นทบทวนทักษะพื้นฐาน Grammar & Listening Basics
● DAY 8-14:
- ทบทวนพื้นฐาน Grammar: ทบทวนแกรมม่า 1 เรื่อง/วัน (tenses, modals, passive voice, conditionals, etc.)
- Listening: ฝึกฟังบทสนทนาสั้น ๆ (หาฟังออนไลน์; YouTube, podcasts) แล้วฝึกเขียนสรุป
- เริ่มทำแบบทดสอบการฟังสั้น ๆ (5-10 นาที)
สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวสอบ #TOEIC ขอฝากเซ็ต #TOEIC prep ไว้ด้วยนะคะ จากราคาปกติ 400 บาท ลดเหลือ 300 บาท จะได้รับหนังสือ E-book หลัก 4 เล่ม (+ ไฟล์เสริม) + ติวสรุป Grammar for TOEIC 10 ชม.
📝 เริ่มจากทบทวนคำศัพท์ Frequently-used vocabulary ศึกษา collocations ที่จำเป็น เจอบ่อยในข้อสอบ #TOEIC
📝 ถ้ายังพอมีเวลา เสริมศัพท์ให้แข็งแกร่ง เพื่อช่วยเสริมเรื่อง reading comprehension ด้วยเล่ม Essential TOEIC Vocabulary
📝 จากนั้นทบทวนแกรมม่าสำคัญ จากเล่ม Easy English Grammar short notes ทำควบคู่กับการทำแบบฝึกหัด TOEIC Practice Book
📝 เข้าร่วม OpenChat: Ace TOEIC – (Video/Google Meet) สรุปแกรมม่าสำคัญ, เทคนิคการทำข้อสอบในแต่ละพาร์ท, ติว & เฉลยแบบฝึกหัดข้อที่น่าสนใจ, แปะคำถาม, เข้าร่วม TOEIC mock test // ขอบคุณค่ะ ☺️
สั่งซื้อหนังสือ: DM or Line: line.me/ti/p/OLdDu7zSzY
หน้าตาคล้ายกัน แถมสีตาสีกระดิ่งสีเดียวกันด้วย สวัสดีค่ะพี่ก๊วย ☺️
ทุกวันที่ 27 ตุลาคมของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันแมวดำ" เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงคุณค่าของแมวสีดำ🐈⬛ #วันแมวดำ
😘พี่ก๊วยถ่านน้อยของป่ะป๊าาา🥰🐈⬛
โรคติดเชื้อลิสเทอเรีย คือการติดเชื้อร้ายแรงที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนแบคทีเรีย
อาการ
บางคนมีอาการป่วยคล้ายไข้หวัด โดยมีอาการเช่น มีไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และปวดแสบกระเพาะอาหาร หากแบคทีเรียเข้าสู่ระบบประสาท อาจมีอาการแย่ลง. ปวดศีรษะ คอเคล็ด ชัก สูญเสียการทรงตัว และรับความรู้สึก สับสนหรือสับสนอาจเกิดขึ้นได้
ใครชอบกินเห็ดเข็มทองต้องระวังตัวและสังเกตตัวเองด้วยนะคะ
เธรดรวม ร้านหนังสือเก่า หนังสือมือ2
ถ้าในผังคือโซนสีน้ำตาล ส่วนนอกผังที่เราเดินเจอ ตามนี้👇🏼
1.) H42 Thai Qualitybooks
มีทั้งTh/Eng หนังสือหลากหลายแนวเลย บูธใหญ่เลย
(ต่อ 👇🏼)
#งานหนังสือ #งานหนังสือ69 #งานหนังสือ2569 #มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่31
ขอยาดแปะ aff link สนับสนุนค่าหนมเลียเหมียวฮะ 🐱
s.shopee.co.th/3g4lGffhjp
(non-fic) ธีมหลักก็ตามชื่อหนังสือเลยคือเรื่องวินัยและการควบคุมตัวเอง ซึ่งจะถูกพูดถึงใน 3 ด้านหลักของชีวิตค่ะ
1. ร่างกาย
2. อารมณ์ความรู้สึก และ
3. จิตวิญญาณ
โดยผ่านเรื่องเล่าของบุคคลที่เคยผ่านเรื่องราวที่ต้องใช้วิชาความมุ่งมั่นในการรับมือกับอุปสรรคในชีวิตมาแล้ว ทั้งนักปรัชญาชาวสโตอิก หรือบุคคลที่มีชื่อเสียงในอดีตมากมาย
ไม่ต้องอ่านเรียงบทก็ได้นะคะ เพราะแต่ละบทมีเรื่องเล่า บทเรียนและบทสรุปที่จบในตัวอยู่แล้ว พลิกอ่านสุ่มอ่านได้เลย
สำหรับนี่ เวลาอ่านหนังสือ เราไม่ต้องเห็นด้วยทุกพ้อยท์กับคนเขียนก็ได้นะคะ แต่หากหนังสือเล่มหนึ่ง ช่วยให้เราตั้งคำถามทั้งกับคนเขียน และตัวเราเอง เราว่าหนังสือเล่มนั้นก็ได้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีที่สุดแล้วเนอะ
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛ retweeted
ในบูธแก้วกานต์จะมีผู้หญิงสูงอายุที่นั่งอยู่คนนึง นั่นคือคุณกัณหา แก้วไทยนักแปลมือฉมัง แปลหนังสือมามากมายมหาศาล วรรณกรรมเยาวชนยันนวนิยายรักโรแมนติก สืบสวนก็มี เคยเดินเข้าไปขอบคุณแล้วก็บอกว่าตั้งแต่เด็กอ่านหนังสืองานแปลของท่านมาเยอะมากก ท่านก็บอกขอบคุณ เดินยิ้มทั้งวันเลยผมเนี่ย ฟิน
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛ retweeted
หลักไวยากรณ์ในห้องเรียนที่ไม่ต้องไปยึดติดมากก็ได้ในชีวิตจริง
1. อย่าเริ่มประโยคด้วย conjunction เช่น and, or, but, so
2. อย่าเขียน fragment (ประโยคที่ไม่สมบูรณ์)
3. อย่าแยก to-infinitive ออกจาก verb
4. อย่าจบประโยคด้วย preposition
5. อย่าเขียนพารากราฟที่มีแค่ประโยคเดียว
👇
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛ retweeted
จะอ่านตอนไหนไม่รู้ แต่ขออวดโลกมนุษย์ก่อน คือน้องเขาสวยโดนใจมาก
🥳🧡👻💕 #TheDeadRomantics #โรแมนติกกับผี #Salmonbooks
นึกถึงตอนเรียน Behavioral Economics มันมีคำว่า ความมั่นในตัวเราวันนี้เกิดจากเรารู้ว่าคนซงยคือเราได้วันพรุ่งนี้ ไม่ใช่เราในวันนี้ที่จะซวย
เรายอมให้ตัวตนในอนาคตพรุ่งนี้หรือสัปดาห์หน้ามาแบกรับความซวยแทน เพื่อแลกกับความสบายของตัวตนในวันนี้
Present Bias ลำเอียงกับการอยู่ในปัจจุบัน
เรามักจะรักและให้คุณค่ากับตัวตนในปัจจุบัน" มากกว่าตัวตนในอนาคตเรายอมให้ตัวตนในอนาคต
บวกกับ Optimism Bias มองโลกในแง่ดีเกินไปคิดเข้าข้างตัวเองว่า
"เดี๋ยวใกล้ๆ แล้วไฟลุกพรึบ ค่อยทำทีเดียวก็ได้ ตอนนั้นสมองจะแล่นกว่า" ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงมักจะลนลานและงานออกมาไม่ดีตามที่หวัง
หรือกว่าจะลงมือ Upskill ตัวเองทักษะที่ตัวเองมีก็ล้าหลังและกว่าจะพัฒนาได้จริงก็ใช้เวลามากกว่าที่คิดไปแล้ว
🧠 เฮ่ยยย!!! ได้ยังไง มองแว่บแรก A เข้มกว่า B แน่นอน
แต่ที่จริงแล้ว ช่อง A กับ B มีสีเดียวกัน 😳
นั่นเพราะ สมอง 🧠 ของเราไม่ได้บันทึกความจริงตรงหน้าแบบเดียวกับที่กล้องถ่ายรูปทำ แต่สร้างความจริงอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมา โดยอาศัยความเชื่อเดิมของเราด้วย
นี่ไม่ใช่ข้อบกพร่องของสมอง แต่คือฟีเจอร์หนึ่งของการทำงานของมัน เพราะการจดจ่ออย่างมีสติรู้มีขีดจำกัดความสามารถ สมองก็เลยต้องอาศัยประสบการณ์ ความเชื่อ มาเติมเต็มช่องว่างเพื่อคาดการณ์ และสร้างความจริงในรูปแบบของเราขึ้นมา
เคยฟังสัมภาษณ์ของนักประสาทวิทยาคนหนึ่ง เขาบอกว่า สมองของเราไม่ได้รับรู้ความจริงแบบที่มันเป็นจริงๆ แต่เรารับรู้ความจริงในรูปแบบของเราเอง การรับรู้ของเราถูกเติมเต็ม ปรับแต่งด้วยความเชื่อ หรือประสบการณ์ของเราเองด้วย
มีเรื่องให้เรียนรู้เกี่ยวกับสมอง 🧠 อีกเยอะแยะมากมายจริงๆ และก็รู้สึก amazed ทุกครั้งที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เกี่ยวกับก้อนเนื้อชิ้นนี้ 🧠
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛ retweeted
ลูกๆได้บ้านหมดแล้ว ส่วนมิลค์กี้ทำหมันนับถอยหลัง 4 วัน😢 ถ้าไม่ได้บ้านคงต้องกลับไปจรเร่ร่อนแบบเดิม 🙏🏻ฝากแชร์ส่งต่อเพื่อช่วยน้องหาบ้านนะคะ น้องยังไม่เกิน 2ขวบยังถือว่าอายุน้อยอยู่เลย แค่เพราะก่อนนี้น้องจรเลยท้องไว ขอให้หนูได้เจอวาสนามีบ้านกับเค้าบ้างนะคะ #หาบ้านให้แมว 🙏🏻🍀🏡🥹🤍
น้องทำหมันแล้วค่า รูปนี้หน้าอ้อนมาก
น้องมีเวลาอีกแค่ 4 วัน แล้วไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะต้องให้อยู่ยังไง หรือกลับไปเร่ร่อนแบบเดิม 🙏❤️
#แมวโตก็อยากโดนโอบกอดเหมือนกัน
#แมวโตก็น่ารักเหมือนกัน
#ทาสแมว
#แมวโตหาบ้าน
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛ retweeted
• นอกจากจะนำหลักการทั้ง 4 ข้อ ไปปรับใช้กับการใช้ขีวิตและการทำงานแล้ว ยังเอาไปปรับใช้กับเรื่องการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้ด้วยนะคะ อย่างการเรียนรู้ภาษา นักจิตวิทยาทางด้านภาษาศาสตร์ Frank Smiths เคยพูดไว้ว่าการที่คนๆหนึ่งจะประสบความสำเร็จในการเรียนรู้ หรือ acquiring ภาษาได้ พวกเขาต้องเชื่อมั่นก่อนว่าตัวเองนั้นจะสามารถประสบความสำเร็จได้ "they have to assume that they're going to be successful"
• ความเชื่อมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า สร้างพลังขับเคลื่อนทางจิตวิทยาที่มีผลต่อพฤติกรรม (เชื่อมั่น และต้องลงมือทำด้วย)
• ในแง่มุมของการเรียนรู้ภาษา เราสามารถสร้าง "โอกาส" เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะให้กับตัวเองโดยไม่ต้องรอให้ใครหยิบยื่นให้ immersing in the language and using it as much as possible
• ไม่กลัวความผิดพลาด ยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ และเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในระหว่างการฝึกฝน enjoy the process of learning, embracing your imperfections and making mistakes, focus on what you want to convey rather than language itself.
ดร. ริชาร์ด ไวส์แมน สรุปหลักการสำคัญ 4 ข้อที่จะช่วยทำให้ "โชคดี" มากขึ้น
1. Opportunism - คนโชคดีจะแสวงหาโอกาส และเมื่อได้รับโอกาสนั้น พวกเขาก็จะใช้โอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. Intuition – คนโชคดีจะเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเอง เชื่อมั่นว่าตัวเองจะทำได้
3. Optimism – คนโชคดีจะเชื่อมั่นว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง
4. Resilience – เขาย้ำว่าข้อนี้สำคัญมากที่สุด คนโชคดีจะพยายามมองหาสิ่งดีๆ จากเรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเองอยู่เสมอ เพราะสิ่งสำคัญและท้าทายที่สุด คือ เราจะรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไรมากกว่า มุมมองของเราต่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็มีผลต่อวิธีการที่เราจะรับมือกับเรื่องนั้นยังไงด้วย หลักการ 3 ข้อหลังคือสิ่งที่มาจากทัศนคติและความคิดของเราทั้งหมด
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛ retweeted
มาค่ะ ห่อปกหนังสือกัน แบบไม่ใช้เทปกาวฮะ ได้รับคำแนะนำเรื่องปกมาจากคุมใหม่ แล้วก็วิธีห่อจากคุมอ้วนกลมในยูทูปฮะ 🥰🙏🏼นกทำได้ทุกคนทำได้ เริ่ม.....อุปกรณ์มีปกขุ่นแบบม้วน ถ้านิยายใช้กว้าง10นิ้ว กรรไกรคมๆ คัทเตอร์ ไม้บรรทัดยาวกับแบบสั้น กระดานรองตัด วิธีทำตามวีดีโอเลยฮะ #รีวิวของน้ก
𝐬𝐚𝐲𝐜⚯𝐥𝐞𝐧𝐠𝐥𝐢𝐬𝐡™🧠📚🐈⬛ retweeted
อยากลองอ่านสองภาษาคู่กัน เริ่มแบบนี้ไม่เหนื่อยน้า 📚
- เลือกเล่มที่อ่านฉบับไทยแล้วชอบ จะไม่ท้อ
- อ่านอังกฤษทีละย่อหน้า ค่อยเปิดฉบับแปลเทียบ
- จดแค่ประโยคที่ชอบ ไม่ต้องจดทุกคำ
- วันละ 10–15 นาทีพอ ทำทุกวันดีกว่าอัดทีเดียว
- เจอสำนวน ดูว่าคนแปลเลือกคำไหน
ค่อยๆ ไปนะคะ 🤍
เราเคยใช้วิธีนี้ด้วยค่ะ – Comparative reading คืออ่านทั้ง 2 ภาษาควบคู่กันไป
• ช่วยได้เยอะมาก build up massive vocabulary ได้เลย (แต่วิธีนี้จะ take time นิดนึง)
• นอกจากได้เรื่องคำศัพท์ วิธีนี้จะช่วยทำให้เราเข้าใจว่าบางครั้งมันไม่สามารถแปลแบบ direct translation ได้
• อย่างพวกสำนวนที่มันไม่สามารถแปลตรงตัวได้ วิธีนี้ช่วยได้เยอะมากค่ะ
• หรือคำศัพท์พวกที่ความหมายใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันเลย เช่น shame/embarrassment การอ่านควบคู่ไปทั้งสองภาษาจะทำให้เราเก็ทไอเดียของการใช้ว่ามันต่างยังไง ใช้ในบริบทไหน (เพราะมีเล่มแปลมาช่วยอธิบายนั่นเอง)
• จะเริ่มจาก take notes เป็นพวกประโยคที่เราชอบก่อนก็ได้นะคะ อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้อะไรสักอย่างแน่ๆ
• ทำตามเทคนิคนี้คือเรากำลังป้อน comprehensible input ให้กับตัวเองค่ะ การอ่านคือวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มอินพุทให้เราได้เยอะมากๆ :)
• Curiousity is key ให้ความสงสัยใคร่รู้นำทางในการเรียนรู้คำศัพท์ อย่างเวลาอ่านภาษาไทย พยายามลองนึกว่า ภาษาอังกฤษจะพูดว่าอะไรนะ พูดประมาณนี้ได้ไหม ลองนึกก่อนเปิดดู
• และสำคัญสุดที่สุด คือ เลือกหนังสือที่เราชอบ แนวที่เราสนใจ (คือเราอินนั่นแหละ ☺️ มันก็เลยรู้สึกไม่ฝืนเวลาอ่าน) เพราะมันจะช่วยให้เราโฟกัสกับเนื้อหาได้นานขึ้นค่ะ

















































