Techsauce Thailand (@techsauceth) header
Techsauce Thailand (@techsauceth) profile picture

Tech & Biz Ecosystem Leader. This account will be provided in Thai. (Follow @TechsauceGlobal for English content)

Joined March 2015
Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)Photo by Techsauce Thailand (@techsauceth)
การพูดถึงผลงานของธนาคารพาณิชย์มักพาเราไปสู่ตัวเลขกำไร ส่วนแบ่งตลาด และอันดับในธุรกิจต่าง ๆ ทว่า คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย วางเป้าหมายไว้กว้างกว่านั้น โดยระบุว่าเป้าหมายของธนาคารไม่ใช่เพียงการเติบโตทางธุรกิจ แต่คือ ‘การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้า’ . บนเวที KBank Talk 2026 ภายใต้ธีม ‘Shaping the Future Together ร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน’ คุณขัตติยาขึ้นตอบคำถามสื่อมวลชนร่วมกับผู้จัดการใหญ่อีก 3 ท่าน ได้แก่ ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ คุณจงรัก รัตนเพียร และคุณรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ เพื่อเล่าเบื้องหลังผลการดำเนินงานภายใต้ยุทธศาสตร์ 3+1 & P และทิศทางการดูแลลูกค้าทั้งธุรกิจรายใหญ่ ผู้ประกอบการ และลูกค้าบุคคล . [การแข่งขันของธนาคารย้ายจากตัวผลิตภัณฑ์ไปสู่ความเข้าใจลูกค้า] . ดร.พิพัฒน์พงศ์ชี้ว่าธุรกิจการเงินวันนี้ไม่ได้วัดกันที่ใครมีผลิตภัณฑ์มากกว่า แต่วัดกันที่ความเข้าใจลูกค้า คุณภาพของคำแนะนำ และความสัมพันธ์ที่ตั้งอยู่บนความไว้วางใจในระยะยาว มุมมองนี้กลายเป็นแกนที่ร้อยทุกคำตอบของผู้บริหารบนเวทีเข้าด้วยกัน . [เศรษฐกิจไทยฟื้นแล้ว แต่ยังฟื้นเป็นรูปตัว K] . คุณขัตติยาอธิบายว่าบางอุตสาหกรรมได้อานิสงส์จากเงินลงทุนต่างประเทศ Data Center และพลังงานสะอาด ขณะที่อีกหลายธุรกิจยังเจอแรงกดดันหนัก โจทย์ของธนาคารจึงเป็นการทำให้ ‘สองขาของ K แคบเข้าหากัน’ เพื่อให้ SME และคนตัวเล็กโตไปพร้อมรายใหญ่ ไม่ใช่โตอยู่ฝั่งเดียว . [สินเชื่อใหม่ราว 99% มาจากลูกค้าเดิมที่ธนาคารรู้จักดี] เพราะความไม่แน่นอนเกิดถี่ขึ้นจนคุณขัตติยาเปรียบว่าเป็น ‘เพื่อน’ ไปแล้ว กสิกรไทยจึงปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง โดยโฟกัสลูกค้าที่ใช้ KBank เป็นธนาคารหลัก ส่วนลูกค้ากลุ่มใหม่ ธนาคารจะทดลองผ่านพอร์ตขนาดเล็กแล้วติดตามผลทีละรุ่นก่อนค่อยขยาย . [ธุรกิจรายใหญ่คือจิ๊กซอว์ที่ส่งแรงต่อไปถึง SME และคนทั่วไป] . คุณจงรักอธิบายว่าเมื่อบริษัทใหญ่เติบโต SME ที่อยู่ในห่วงโซ่เดียวกันจะได้อานิสงส์ตาม และเมื่อรายได้ภาพรวมดีขึ้น ปัญหาหนี้ครัวเรือนก็จะดีขึ้นด้วย ปีนี้สินเชื่อลูกค้าบรรษัทของธนาคารโตราว 7% โดยมี Data Center เป็นตัวอย่างชัดที่สุด เพราะสร้างโอกาสต่อเนื่องไปถึงธุรกิจก่อสร้าง อุปกรณ์ไฟฟ้า และระบบทำความเย็น . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/news/kbank-talk…
147
HP Inc. แต่งตั้ง เอ็มมา วอล์มสลีย์ (Emma Walmsley) อดีต CEO ของ GSK เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ CEO คนใหม่ของ HP มีผลตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2027 (พ.ศ. 2570) เธอจะรับช่วงต่อจาก Bruce Broussard กรรมการบริษัทที่รักษาการ CEO มาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 HP ระบุว่าคณะกรรมการบริษัทเลือกเธอเป็นเอกฉันท์ หลังกระบวนการสรรหาทั่วโลกที่ตั้งใจออกแบบมาอย่างรอบด้าน โดยมองหาผู้นำ 3 ลักษณะ คือคนที่พิสูจน์ฝีมือในสภาพแวดล้อมธุรกิจที่ซับซ้อนและเปลี่ยนเร็ว คนที่เคยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในองค์กรใหญ่ระดับโลกที่มีหลายกลุ่มธุรกิจ และคนที่มีผลงานสร้างคุณค่าให้ลูกค้าและผู้ถือหุ้น Walmsley เป็น CEO ของ GSK ตั้งแต่เดือนเมษายน 2017 ถึงเดือนธันวาคม 2025 หรือเกือบ 9 ปี และทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้บอร์ดและ CEO ของ GSK ต่อจนถึงเดือนกันยายน 2026 ก่อนหน้านั้นเธอทำงานที่ L'Oréal 17 ปี ดูแลการสร้างและบริหารธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก HP ระบุว่าที่ GSK เธอนำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขององค์กร และที่ L'Oréal ได้ประสบการณ์ในการเปลี่ยนความเข้าใจลูกค้าเป็นโอกาสเติบโตใหม่ ในด้านเทคโนโลยี HP ระบุว่ามุมมองของเธอมาจากประสบการณ์บริหารองค์กร ผนวกกับการนั่งในบอร์ด Microsoft มา 7 ปี ปัจจุบันเธอยังเป็นกรรมการ Microsoft และอยู่ในคณะกรรมการค่าตอบแทน กับคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และนโยบายสาธารณะของ Microsoft HP มองว่าประสบการณ์นี้ช่วยให้เธอรวมธุรกิจ ศักยภาพ และคนของ HP เข้าด้วยกัน เพื่อรับโอกาสในยุคที่ AI ขยับมาทำงานบนอุปกรณ์ปลายทาง (AI moves to the edge) ซึ่งเปลี่ยนวิธีทำงานและใช้ชีวิตของผู้คนในโลกที่เชื่อมต่อกันมากขึ้น อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/hp-walmsle…
124
AIS ผนึกกำลังกรมควบคุมมลพิษ (PCD) และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO เปิดตัว E-Waste Calculator Platform แพลตฟอร์มครั้งแรกของประเทศไทย ที่นำหลักการคำนวณตามมาตรฐานสากลมาใช้วัดผลการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์บนเกณฑ์เดียวกันทั่วประเทศ เพื่อให้องค์กรสามารถรวบรวมข้อมูล ติดตามผล และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นระบบ มุ่งสร้างมาตรฐานการวัดผลร่วมกัน พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลจากการดำเนินงานของแต่ละองค์กรสู่ภาพรวมที่สามารถนำไปใช้ประกอบการรายงานด้านความยั่งยืนและสนับสนุนการวางนโยบายระดับประเทศ เพื่อวางรากฐานความร่วมมือเพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นต้นแบบด้านการจัดการ E-Waste ในภูมิภาคอาเซียน E-Waste Calculator Platform คือเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรเปลี่ยนข้อมูลการรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้เป็นผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้ โดยองค์กรสามารถบันทึกประเภทและปริมาณ E-Waste ที่รวบรวมได้ เพื่อให้ระบบคำนวณปริมาณขยะและประเมินผลการลดก๊าซเรือนกระจกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ผ่านเว็บไซต์ sustainability.ais.co.th/th/… พร้อมแสดงผลในรูปแบบรายงานที่ดาวน์โหลดได้ทั้ง PDF และ Excel ช่วยให้องค์กรนำข้อมูลไปใช้ติดตามผลการดำเนินงาน วางแผนจัดการ E-Waste และประกอบการจัดทำรายงานด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้งยังช่วยรวบรวมข้อมูลจากหลายองค์กรเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และวางแผนจัดการ E-Waste ในภาพรวมระดับประเทศ อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/pr-news/ais-pcd…
189
3 ภารกิจที่ต้องจับตามองของไทยจากการเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้ 1.พบ 6 ค่ายรถญี่ปุ่น สร้างความเชื่อมั่น–ต่อยอดฐานยานยนต์ในไทย 2.เปิดเวทีเซมิคอนดักเตอร์ ดึงญี่ปุ่นร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชิปไทย 3.หารือ METI–JETRO ขยายความร่วมมือ หนุนลงทุนใหม่ในไทย ล่าสุด รองนายกฯ เอกนิติ เตรียมนำคณะบีโอไอ พร้อมผู้นำ 3 องค์กรธุรกิจไทย ทั้งสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย บุกเยือนญี่ปุ่น 18–20 พฤศจิกายน 2569 ตอกย้ำความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนญี่ปุ่น พร้อมต่อยอดฐานยานยนต์ยุคใหม่ เปิดความร่วมมือเซมิคอนดักเตอร์ และเชื่อมโอกาสธุรกิจใหม่ นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 18–20 พฤศจิกายนนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะนำคณะบีโอไอ พร้อมด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง อธิบดีกรมศุลกากร และผู้นำองค์กรเอกชน 3 สถาบัน ได้แก่ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ประธานสภาหอการค้า แห่งประเทศไทย และประธานสมาคมธนาคารไทย รวมถึงคณะผู้ประกอบการไทยกว่า 40 คน เดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทย และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนา ฐานอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และห่วงโซ่อุปทานของไทยตลอดเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนและเติบโตไปพร้อมกับนักลงทุนญี่ปุ่น และเพื่อยกระดับฐานการลงทุนญี่ปุ่นในไทยไปสู่กิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสร้างความร่วมมือกับญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมเป้าหมาย อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/boi-japan-…
316
Canva ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ กระทบพนักงาน 1,271 คน หรือ 22% หลังการเติบโตชะลอลงครั้งแรกในรอบทศวรรษ Melanie Perkins Co-Founder และ CEO ของ Canva แจ้งพนักงานผ่านบันทึกภายในว่า สำหรับบางคนนี่หมายถึงการเปลี่ยนบทบาทหรือถูกขอให้ย้ายไปประจำศูนย์กลาง ขณะที่บางคนจะต้องอำลาบริษัท โดยเธอเรียกเรื่องนี้ว่า "เป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ 13 ปีของเรา โดยไม่ต้องสงสัย" Perkins อธิบายว่า เทคโนโลยีใหม่กำลังเปลี่ยนสิ่งที่ผู้คนสร้างได้ วิธีที่สร้าง และความคาดหวังที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เธอย้อนไปถึง 13 ปีที่ผ่านมาที่ Canva เติบโตจากไอเดียใน pitch desk จนเป็นแพลตฟอร์มที่คนหลายร้อยล้านใช้ แต่ความสำเร็จในบทแรกไม่ได้รับประกันความสำเร็จในบทต่อ ๆ ไป เธอบอกว่าปีนี้เป็นปีที่ยากที่สุดของบริษัท และย้ำสิ่งที่ Canva เคยแจ้งไว้ก่อนหน้าในปีเดียวกันว่า การเติบโตชะลอลงเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี หลังพิจารณาทางเลือกหลายแบบ เธอสรุปว่าการปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่พอ บริษัทต้อง 'ก่อตั้ง Canva ขึ้นใหม่' ด้วยการกลับไปหารากเดิม คือทีมเล็กที่มีอำนาจตัดสินใจ รับผิดชอบงานของตัวเอง และโฟกัสสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับชุมชนผู้ใช้ [มาตรการดูแลผู้ได้รับผลกระทบ] Canva แจ้งมาตรการดูแลทางการเงิน อาชีพ และสุขภาพใจที่ให้กับ 'ทุกคนที่ได้รับผลกระทบ' มาตรการแรกคือเงินเดือนอย่างน้อย 6 เดือน รวมสิทธิตามกฎหมายแล้ว ไม่ว่าอยู่ที่ใด คนที่เข้าทำงานในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาจะไม่ติดเงื่อนไข vesting cliff หนึ่งปี (ช่วงที่ต้องทำงานครบก่อนจึงเริ่มได้สิทธิ์ตามแผนผลตอบแทน) บริษัทต่ออายุประกันสุขภาพให้อีก 12 เดือนในประเทศที่ปัจจุบันมีสวัสดิการนี้ และให้ Canva Care ซึ่งเป็นโครงการช่วยเหลือพนักงาน (EAP) ต่ออีก 12 เดือน โดยคุ้มครองถึงสมาชิกในครอบครัวด้วย ด้านอาชีพ Canva เตรียมโค้ชแบบตัวต่อตัว การเตรียมสัมภาษณ์ และ LinkedIn Premium หนึ่งปี โดยทีม Talent Acquisition ส่วนสำคัญจะช่วยทบทวนเรซูเมและซ้อมสัมภาษณ์ บริษัทยังทำไดเรกทอรีผู้มีความสามารถ (alumni talent directory) แบบสมัครใจ เพื่อส่งต่อให้นักลงทุน พาร์ตเนอร์ และเครือข่ายในอุตสาหกรรม และให้ผู้ที่ต้องออกเก็บ MacBook ของ Canva ไว้ได้ อีกมาตรการหนึ่งคือกองทุน Canva Collective Fund ที่ให้ทุน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้ที่ต้องออกและอยากเริ่มทำอะไรของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหรือโครงการเพื่อชุมชนท้องถิ่น ผู้สนใจลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 14 ธ.ค. และ Canva ระบุว่าจะไม่ถือครองความเป็นเจ้าของหรือหุ้นในสิ่งที่พวกเขาสร้าง อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/canva-team…
1
202
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนา “The Future of Water” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยนำงานวิจัยและนักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) มาต่อยอด ร่วมแก้ปัญหาของประเทศไทย พร้อมชูการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ข้อมูล (Data) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยประเมินและพยากรณ์สถานการณ์น้ำ วางแผนรับมือภัยพิบัติล่วงหน้า และลดความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว รวมถึงยกระดับการติดตามแก้ไขปัญหาเรื่องการปนเปื้อนและคุณภาพน้ำ นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว เพราะน้ำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศ ขณะที่ Climate Change หรือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน ทำให้สถานการณ์น้ำมีความซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยากขึ้น การสร้างความพร้อมรับมือจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและองค์ความรู้จากหลากหลายภาคส่วน ธนาคารกรุงเทพซึ่งตระหนักถึงความสำคัญนี้ จึงร่วมกับ MIT Sloan ASEAN Office จัดงานสัมมนา ‘The Future of Water: AI, Weather Resilience, and Frontier Technologies for Water Security’ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายองค์ความรู้จากทั้งในประเทศ และต่างประเทศสนับสนุนการพัฒนาในประเด็นที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยธนาคารมุ่งให้เวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างนักวิจัย ภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันมองหาแนวทางในการรับมือกับความท้าทายด้านน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/pr-news/bangkok…
1
2
238
สภาเภสัชกรรม ร่วมกับราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการวิจัยและนวัตกรรมทางเภสัชกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 2 (PRIS 2026) ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยบรรยากาศวันที่สองเป็นไปอย่างคึกคัก มีเภสัชกร นักวิจัย และบุคลากรด้านสุขภาพเข้าร่วมกิจกรรมทางวิชาการอย่างต่อเนื่อง สำหรับ การประชุมวิชาการวิจัยและนวัตกรรมทางเภสัชกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 2 หรือ PRIS 2026 (Pharmacy Research and Innovation Summit 2026) มุ่งเน้นการนำองค์ความรู้ ข้อมูล (Data) และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยและการพัฒนางานวิจัยเชิงลึก เพื่อเปลี่ยนแนวคิดบนหน้ากระดาษให้กลายเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ระบบสุขภาพได้อย่างแท้จริง โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมวันที่สอง ซึ่งสะท้อนถึงการเชื่อมโยงโลกของงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมทางการแพทย์เข้ากับวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อจุดประกายให้บุคลากรทางเภสัชกรรมและนักวิจัยก้าวข้ามกรอบการทำงานเดิม สู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสุขภาพที่สามารถนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์และใช้ประโยชน์ได้จริงในระบบสาธารณสุข อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/pris-2026-…
1
220
ในวันที่ทั่วโลกแข่งกันสร้าง AI ไต้หวันเลือกเล่นบทไหน ? . Techsauce ได้ไปร่วมสัมผัสงาน TAITRONICS & AIoT Taiwan 2026 ที่กรุงไทเป งานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ TAITRA จับมือกับ TEEMA จัดขึ้นภายใต้ธีม Edge Intelligence Now โดยมีผู้แสดงสินค้ากว่า 260 ราย ซึ่งบนเวทีพิธีเปิด Simon Wang ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TAITRA ให้คำตอบไว้ว่า ‘ไต้หวันไม่ได้เก่งแค่การผลิตชิ้นส่วน แต่เก่งที่รู้ว่าจะประกอบชิ้นส่วนเหล่านั้นเข้าด้วยกันอย่างไร’ และแนวคิดนี้ก็สะท้อนผ่านบูธต่าง ๆ ในงานได้อย่างชัดเจน . [AI กำลังดันการส่งออกของไต้หวันขึ้นทำสถิติใหม่] . William Liu อธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน ระบุว่าช่วง 8 เดือนแรกของปี 2026 การส่งออกคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงมีมูลค่าราว 192,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตราว 87.5% จนขึ้นเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ รัฐบาลจึงเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI 10 ด้านเพื่อรักษาแรงส่งนี้ไว้ . [TECO ย่อ Data Center ให้อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์] . TECO แยกระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และห้องเซิร์ฟเวอร์ออกเป็นโมดูลที่ประกอบเสร็จจากโรงงาน ทำให้ส่งมอบได้เร็วสุดในราว 6 เดือน และถอดเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่ต้องอัปเกรดได้เมื่อเซิร์ฟเวอร์ AI เปลี่ยนรุ่น โดยมี Foxconn เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสอง และเพิ่งคว้างาน Data Center ชิ้นแรกในไทยเมื่อต้นปีนี้ . [Delta มองว่าโรงงานจะอัตโนมัติแค่ไหน ขึ้นอยู่กับต้นทุนแรงงาน] . ผู้แทนบูธ Delta อธิบายว่าโรงงานในไต้หวันส่วนใหญ่ยังเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ ขณะที่ยุโรปและอเมริกาซึ่งค่าแรงสูงกว่าเลือกใช้ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ทั้งนี้โซลูชันที่ Delta นำมาเสนอต่อยอดจากประสบการณ์ในโรงงานของตัวเอง ซึ่งส่วนหนึ่งตั้งอยู่ที่นิคมบางปูและนิคมเวลโกรว์ในไทย . [Syscom ให้ AI ลงมือทำงาน แต่คนยังต้องเป็นผู้ตัดสินใจ] . Syscom ชูแนวคิดให้ AI ทำงานโดยมีคนอยู่ในกระบวนการ เพราะองค์กรยังไม่มั่นใจพอจะให้ AI ตัดสินใจทุกเรื่อง ตัวอย่างคือผู้ช่วยพยาบาล AI ที่ช่วยบันทึกรายงานด้วยเสียง แต่พยาบาลยังต้องตรวจและยืนยันก่อนทุกครั้ง และในวันเปิดงาน Syscom ยังลงนามกับ CIJ เพื่อนำมนุษย์ดิจิทัล AI อย่าง Syscom Cubi ไปทำตลาดในญี่ปุ่นด้วย . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/tech-and-biz/ta…
1
308
หากได้พูดคุยกับผู้บริหารด้าน Fleet Management หรือผู้ให้บริการขนส่งในไทยยุคนี้ ภาพที่เราได้เห็นตรงกันคือ โจทย์การทำงานในแต่ละวันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้ธุรกิจ e-Commerce และระบบโลจิสติกส์ในประเทศจะเติบโตอย่างรวดเร็ว . แต่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กลับพบว่า ต้นทุนการขนส่งในไทยสูงถึงประมาณ 14.2% ของ GDP ซึ่งนับว่าสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเห็นได้ชัด อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือ ทุกๆ รายได้ 100 บาทที่ธุรกิจหาได้ จะต้องถูกใช้เป็นค่าขนส่งไปแล้วเกือบ 15 บาท . ที่น่าสนใจคือ จุดที่ทำให้ผลกำไรของ Fleet ขนส่งรั่วไหลมากที่สุด มักไม่ใช่เรื่องที่มองเห็นได้ง่ายๆ แต่เป็น “รอยรั่วเงียบ” ที่ค่อย ๆ สะสมจนยากจะแก้ไขได้ทัน . #รอยรั่วค่าน้ำมัน คนขับบางคนชอบเหยียบคันเร่งแรง เบรกกะทันหันบ่อยจนเป็นนิสัย เพื่อนร่วมทางอาจสังเกตเห็น แต่ผู้จัดการไม่มีทางรู้ จนกว่าบิลน้ำมันสิ้นเดือนจะพุ่งขึ้นมาแบบหาสาเหตุไม่เจอ #รอยรั่วเวลา รถคันเดิมวิ่งเส้นทางเดิมทุกวัน แต่ใช้เวลานานกว่าคันอื่นเสมอ อาจเพราะจอดรอคิวโหลด-ส่งของนานเกินจำเป็น หรือเลือกเส้นทางที่ไม่ได้เร็วที่สุด แต่ไม่มีใครในบริษัทเคยเทียบตัวเลขจริงให้เห็น #รอยรั่วความปลอดภัย คนขับที่ขับเร็วเกิน เปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือเสี่ยงหลับในบนถนนสายยาว ไม่มีใครรู้ว่าเขาขับแบบนี้ทุกวัน จนกว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นจริง . ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดเพราะใครทำงานบกพร่อง แต่เพราะระบบติดตามรถ หรือ GPS ที่หลายองค์กรคุ้นเคยยังตอบได้แค่ว่ารถอยู่ตรงไหน ส่วนคำถามที่สำคัญกว่านั้น เช่น ทำไมต้นทุนถึงพุ่งขึ้น หรือคนขับคนไหนกำลังเสี่ยง ยังเป็นช่องว่างที่รอเทคโนโลยีที่ก้าวไปไกลกว่าเดิมเข้ามาเติมเต็ม . ช่องว่างนี้เองที่ Geotab ผู้นำระดับโลกด้าน Connected Vehicle Technology มองเห็น และบทความนี้ Techsauce จะพาไปรู้จักว่า Geotab คือใคร และเทคโนโลยีที่ว่านี้จะเปลี่ยนวิธีบริหารฟลีตของไทยไปอย่างไร . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/tech-and-biz/ge…
1
1
231
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่: @GEOTAB
29
BDMS ทุ่ม 100 ล้านบาท เพิ่มทุน Cariva สตาร์ทอัพ Medical AI เสริมขีดความสามารถด้าน Healthcare AI, Clinical Intelligence และ Digital Health BDMS แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ว่า บริษัท รอยัลบางกอก เฮ็ลธ์แคร์ จำกัด (RBH) บริษัทย่อยที่ BDMS ถือหุ้น 100% เข้าทำข้อตกลงเพื่อลงทุนเพิ่มเติมใน บริษัท แคริว่า (ประเทศไทย) จำกัด (Cariva) ผู้พัฒนาเทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ โดยการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนมูลค่ารวม 100 ล้านบาท ใช้กระแสเงินสดภายในกลุ่ม BDMS เมื่อรายการแล้วเสร็จ สัดส่วนการถือหุ้นของ RBH ใน Cariva จะเพิ่มจาก 15% เป็น 63.3% ทำให้ Cariva เป็นบริษัทย่อยของ BDMS อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/news/bdms-cariv…
1
222
กรุงศรี ฟินโนเวต ร่วมลงทุน อะมิตี้ ต่อยอด Series D รวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ . อะมิตี้ (Amity) กลุ่มบริษัทระดับโลกด้านเทคโนโลยี AI สำหรับองค์กรที่ก่อตั้งในประเทศไทย ประกาศการลงทุนเชิงกลยุทธ์จากทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน ฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ I ดำเนินการโดย กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital: CVC) ในเครือกรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) . โดยทุนก้อนนี้เป็นการต่อยอดเพิ่มจากการระดมทุนรอบ Series D ของ Amity รอบล่าสุด รวมทั้งสิ้นเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณกว่า 3,400 ล้านบาท) ตอกย้ำความแข็งแกร่งทางการเงินและสร้างแรงขับเคลื่อนในตลาด ในขณะที่บริษัทฯ ยังคงดำเนินตามแผนการเติบโตระยะยาวของตน ซึ่งรวมถึงโอกาสในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในอนาคต . สำหรับการระดมทุนในรอบ Series D เมื่อก่อนหน้านี้ นำโดย EDBI บริษัทการลงทุนภายใต้ SG Growth Capital ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนของ EDB และ Enterprise Singapore ร่วมด้วย Asia Partners และ SMDV พร้อมด้วยนักลงทุนรายเดิมและรายใหม่ อาทิ CMLIM Capital การที่ทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน ฟินโนเวนเจอร์ ไพรเวท อิควิตี้ ทรัสต์ I เข้าร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มนักลงทุนครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่งจากภาคการเงินที่มีต่อเทคโนโลยีระดับองค์กรและแผนการดำเนินธุรกิจระยะยาวของบริษัทฯ . นอกเหนือจากการสนับสนุนทางการเงินแล้ว การร่วมลงทุนครั้งนี้ยังเป็นการปูทางสู่ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งในปัจจุบัน Amity และ กรุงศรี กำลังร่วมกันศึกษาโอกาสทางธุรกิจเพื่อปลดล็อกและสร้างคุณค่าใหม่ ๆ จากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นระหว่างระบบนิเวศ (Ecosystem) ของทั้งสองกลุ่มองค์กร . โดยหนึ่งในโครงการสำคัญคือ การริเริ่มโครงการความร่วมมือด้านข้อมูลเบื้องต้นกับ EGG Digital (เอ้ก ดิจิทัล) บริษัทในเครือของ Amity ซึ่งเป็นผู้นำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ด้วย AI (AI-powered Big Data Analytics) บริการสื่อครบวงจร และโซลูชันด้านการตลาดแบบครบวงจร ด้วยการผสานอัจฉริยภาพร่วมกัน ในการใช้ AI และระบบการเรียนรู้จาก Advanced Machine Learning ผสมผสานกับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อปัญหาของผู้บริโภค ทั้งสองกลุ่มบริษัทต่างมุ่งหวังที่จะเสริมศักยภาพให้แก่กลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลายด้วยเครื่องมือทางธุรกิจและไลฟ์สไตล์ที่ชาญฉลาดและตอบโจทย์เฉพาะบุคคล . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/news/krungsri-f…
2
229
Techsauce สัมภาษณ์พิเศษ Dr. Werner Vogels VP & CTO แห่ง Amazon ผู้ร่วมสร้างยุค AWS อยู่กับ Amazon มา 22 ปี วันนี้เขามอง AI อย่างไร ? . ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 22 ปีก่อน Dr. Werner Vogels คงไม่คิดว่าตัวเองจะทำงานกับบริษัทเดียวได้นานขนาดนี้ และจริง ๆ เขาเกือบไม่ได้เป็นหนึ่งในคนสำคัญเบื้องหลังเทคโนโลยีของ Amazon และ AWS ด้วยซ้ำ . ตอนนั้น Werner เป็นนักวิชาการที่คลุกคลีกับโจทย์ยากของ Distributed Systems มาหลายปี เมื่อได้รับคำเชิญจาก Amazon ให้ไปพูดเรื่องงานวิจัย ปฏิกิริยาแรกของเขาคือปฏิเสธ เพราะสงสัยว่าทำไมต้องไป ในเมื่อ Amazon ในสายตาตอนนั้นก็เป็นเพียงร้านหนังสือออนไลน์ที่มี Web Server กับ Database อยู่เบื้องหลัง แต่สุดท้ายเขาก็ยอมไปคุย และเปลี่ยนใจ . จนกระทั่งได้เข้าไปเห็นระบบจริง เขาพบว่า Amazon กำลังแก้ปัญหาเทคโนโลยีในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หลายอย่างไม่มีซอฟต์แวร์สำเร็จรูปรองรับและต้องสร้างขึ้นเอง เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วม Amazon ในปี 2004 และก้าวขึ้นมาเป็น CTO นับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา . Werner บอกกับ Techsauce ว่า ถ้าถามเขาตอนหนุ่มว่าจะอยู่บริษัทเดิมนานกว่า 20 ปีไหม คำตอบคงเป็น “ไม่” แต่สิ่งที่ทำให้อยู่มาจนถึงวันนี้คือ Amazon แทบไม่มีปีไหนที่เหมือนเดิม . สรุปประเด็นสำคัญจากบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ . 1. AI สร้าง Prototype ได้ในคืนเดียว แต่ไม่ได้แปลว่าสร้าง Product เสร็จแล้ว . Werner เล่าถึงนักวิทยาศาสตร์ในทีม Amazon Quick ที่ใช้ Kiro เครื่องมือพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย AI ของ AWS สร้าง Prototype ของแอป Desktop ภายในคืนเดียว จนคนในทีมอยากนำไปทดลองใช้ทันที เขามองว่า AI ช่วยให้ทีมเล็ก ๆ ทดลองไอเดียได้เร็วขึ้น สอดคล้องกับวัฒนธรรม Two-pizza team ของ Amazon แต่สิ่งที่สร้างเสร็จในคืนเดียวเป็นเพียงต้นแบบ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมใช้งานจริง . 2. AI อาจเปลี่ยนวิธีเริ่มต้นพัฒนา Product ปกติแล้ว Amazon ใช้หลัก Working Backwards โดยเริ่มจากการเขียน Press Release จำลองและ FAQ ภายในองค์กร เพื่อให้ทีมเข้าใจปัญหาและประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ ก่อนลงมือสร้างต้นแบบ แต่เมื่อ AI ทำให้สร้าง Prototype ได้ง่ายขึ้น Werner มองว่าบางครั้งทีมอาจทดลองสร้างของก่อน ให้คนเข้ามาลองใช้ แล้วนำสิ่งที่เรียนรู้กลับมากำหนด Requirement และ Product ที่ควรสร้างจริง ๆ โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับขั้นตอนเดิมเสมอไป . 3. สร้างของให้ใช้งานได้ยังไม่พอ ต้องพร้อมรับมือเมื่อมีผู้ใช้จริงด้วย Werner บอกว่า Product คือสิ่งที่ต้องส่งไปอยู่ในมือของคนที่เราไม่รู้จัก นั่นหมายถึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัย ความเสถียร การรองรับผู้ใช้จำนวนมาก และต้นทุนในการดำเนินงาน เขายกตัวอย่างว่า สำหรับ LLM เพียงสลับคำสองคำใน Input ต้นทุนฝั่ง Output อาจเปลี่ยนไปถึง 10 เท่า เรื่องที่อาจไม่สำคัญตอนทำ Prototype จึงอาจกลายเป็นปัญหาใหญ่เมื่อเปิดให้ใช้งานจริง . 4. “You build it, you own it” ใช้ AI สร้างอะไร คนก็ยังต้องรับผิดชอบ Werner ย้ำว่าไม่ว่าโค้ดจะเขียนโดยมนุษย์หรือ AI ความรับผิดชอบยังอยู่ที่คนและองค์กรที่นำไปใช้งาน โดยเฉพาะธุรกิจการเงิน สุขภาพ หรืออุตสาหกรรมที่มีกฎกำกับ หากระบบเกิดช่องโหว่หรือสร้างความเสียหาย จะอ้างว่า AI เป็นคนทำไม่ได้ ยิ่งวันนี้ผู้โจมตีสามารถใช้ AI Agent จำนวนมากค้นหาช่องโหว่ด้วยต้นทุนต่ำ ฝ่ายป้องกันก็ต้องนำ AI มาช่วยตรวจสอบระบบของตัวเองเช่นกัน . 5. AI สร้างงานได้เร็วขึ้น แต่การตรวจสอบยังต้องใช้เวลา Werner เรียกงานที่ AI สร้างขึ้นแต่ยังไม่ได้ตรวจว่า Verification Debt หรือหนี้การตรวจสอบ องค์กรจึงควรมี Verification Budget หรือการจัดสรรเวลาและทรัพยากรสำหรับตรวจสอบงานตามระดับความเสี่ยง เช่น สรุปการประชุมอาจตรวจเพียงภาพรวม แต่เนื้อหาที่ส่งให้ลูกค้า ข้อมูลการเงิน หรือระบบสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน ต้องตรวจสอบเข้มงวดกว่า เพราะ Generative AI ถูกออกแบบมาให้สร้างคำตอบที่ดูสมเหตุสมผล ไม่ได้หมายความว่าคำตอบนั้นจะเป็นความจริงเสมอไป . 6. องค์กรไทยไม่จำเป็นต้องรีบนำ AI ไปใช้กับทุกงาน Partners ระบุว่า มีเพียง 19% ของธุรกิจไทยที่มองว่าตัวเองพร้อมมากหรือพร้อมเต็มที่สำหรับ Agentic AI ขณะที่ 71% รายงานว่า AI Use Case เริ่มต้นจากหน่วยธุรกิจหรือพนักงานที่ไม่ใช่สายเทคนิค แต่มีเพียง 19% ที่มีนโยบายกำกับการใช้งานลักษณะนี้อย่างครอบคลุมและบังคับใช้จริง . Werner มองว่าองค์กรไม่ควรนำ AI มาใช้เพียงเพราะกลัวตามคนอื่นไม่ทัน แต่ควรถามก่อนว่ากำลังพยายามแก้ปัญหาอะไร บุคลากรพร้อมหรือยัง และ AI เหมาะกับงานนั้นจริงหรือไม่ เขายังบอกว่า CTO ไม่จำเป็นต้องตามเทคโนโลยีล่าสุดตลอดเวลา บางครั้งการหยุดประเมินสถานการณ์ก็เป็นเรื่องจำเป็น . 7. ไม่ใช่ทุกปัญหาต้องแก้ด้วย Generative AI Werner ยกตัวอย่างงานตรวจจับการฉ้อโกง การพยากรณ์ หรือหุ่นยนต์ใน Fulfillment Center ที่ AI รูปแบบเดิมอาจเหมาะสมกว่า เขาพูดติดตลกว่า คงไม่มีใครอยากให้ Generative AI ขับเครื่องบิน เพราะถ้ามันหารันเวย์ไม่เจอ ก็อาจสร้างรันเวย์ขึ้นมาเอง สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การพยายามนำ Generative AI ไปใช้ทุกที่ แต่คือการเลือกเทคโนโลยีให้เหมาะกับปัญหาที่ต้องการแก้ . 8. มี AI ไม่ได้แปลว่าประสบการณ์นักพัฒนา 10 ปีหมดความหมาย Werner ใช้คำว่า “แผลเป็น” เพื่ออธิบายคุณค่าของประสบการณ์ที่สั่งสมจากการพัฒนาระบบจริง แม้ AI จะช่วยเขียนโค้ดได้มากขึ้น แต่นักพัฒนายังต้องเข้าใจ Requirement ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ และตัดสินใจว่าอะไรเหมาะสมกับผู้ใช้ โดยเฉพาะการทำงานกับ Codebase ที่พัฒนาต่อเนื่องมานานหลายสิบปี การไม่ต้องเขียนโค้ดทุกบรรทัดไม่ได้หมายความว่านักพัฒนาจะหมดหน้าที่ในการคิดและออกแบบระบบ . 9. งานวิศวกรรมที่สำคัญที่สุด บางครั้งลูกค้าก็ไม่เคยเห็น Werner เล่าถึง Invisible Engineering อย่าง AWS Nitro ที่ช่วยจัดการงาน Network และ Storage แยกจาก CPU หลัก ทำให้ระบบทำงานได้มีประสิทธิภาพและคาดการณ์ได้ดีขึ้น รวมถึง Firecracker microVMs ที่ช่วยให้ Serverless มีต้นทุนเหมาะสมขึ้น ลูกค้าอาจไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังมีอะไรเปลี่ยนไป รู้เพียงว่าบริการเร็วขึ้นและใช้งานได้ดีขึ้น สำหรับ Werner ความภูมิใจของวิศวกรจึงไม่จำเป็นต้องมาจากการสร้างสิ่งที่ทุกคนมองเห็นเสมอไป . 10. AI พูดภาษาไทยได้ ไม่ได้แปลว่าจะเข้าใจคนไทย Werner มองว่าการรองรับภาษาไม่ได้หมายถึงการเข้าใจวัฒนธรรม หากนำคำถามภาษาไทยไปแปลเป็นอังกฤษ ส่งให้โมเดลอเมริกัน แล้วแปลคำตอบกลับมา สิ่งที่ได้อาจเป็นภาษาไทย แต่ยังสะท้อนวิธีคิดและวิธีสื่อสารแบบอเมริกัน เขาจึงให้ความสำคัญกับ Culturally Aware Models หรือโมเดลที่เข้าใจบริบททางวัฒนธรรม ทั้งระดับความสุภาพ การแสดงความเคารพ และวิธีสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละสังคม . 11. เทคโนโลยีไม่ควรมีเป้าหมายเพียงสร้างรายได้ Werner มองว่ายังมีปัญหาของมนุษย์อีกมากที่เทคโนโลยีสามารถช่วยแก้ไขได้ ตั้งแต่ลดภาระงานธุรการของครู เพื่อให้มีเวลาดูแลนักเรียนมากขึ้น ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุที่ต้องอยู่ตามลำพัง เช่น ระบบช่วยเตือนกินยา หรือแจ้งเตือนคนใกล้บ้านเมื่อพบความผิดปกติ เขายังพูดถึง The Now Go Build CTO Fellowship ที่นำความรู้ของ CTO และวิศวกรมาช่วยองค์กรไม่แสวงหากำไรแก้ปัญหาด้านการศึกษา สุขภาพ และภัยพิบัติ . Werner ปิดการสัมภาษณ์ด้วยหนึ่งใน Leadership Principles ของ Amazon “With success and scale comes broad responsibility.” เมื่อความสำเร็จและขนาดของธุรกิจเติบโตขึ้น ความรับผิดชอบก็ต้องมากตามไปด้วย อ่านบทความเต็มได้ที่ : techsauce.co/ai/dr-werner-vo…
1
1
1
2
878
TODAY Bizview ในเครือสำนักข่าว TODAY จัดงาน “DECODING THAILAND 2027 เปิดเกมรุก ปลุกเศรษฐกิจไทย” เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจและธุรกิจครั้งสำคัญ รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ นักเศรษฐศาสตร์ และผู้นำจากหลากหลายอุตสาหกรรม ร่วมถอดรหัสทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2027 พร้อมสำรวจโอกาสการเติบโต ความเสี่ยง และแนวทางปรับตัวของภาคธุรกิจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา ภายในงานประกอบด้วย 5 หัวข้อสำคัญ ครอบคลุมประเด็นตั้งแต่การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทย การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน ความมั่นคงด้านพลังงาน โอกาสจากเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Economy) ไปจนถึงอนาคตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทย โดยมุ่งเชื่อมโยงภาพเศรษฐกิจมหภาคเข้ากับความท้าทายและโอกาสทางธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่ปี 2027 [1] ถอดรหัสการเงินไทย ในวันโลกเปลี่ยนเร็ว: ธนาคารโลกชี้ 4 เมกะเทรนด์ กำหนดอนาคตเศรษฐกิจไทย [2] ถอดรหัสเสถียรภาพการเงินไทย ในวันที่โลกผันผวน: เตรียมรับมือความเสี่ยงเศรษฐกิจและสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน [3] เกมพลังงานใหม่ ปักหมุดความมั่นคงเศรษฐกิจไทย: พลังงานคือปัจจัยกำหนดต้นทุนและความสามารถในการแข่งขัน [4] “เศรษฐกิจอายุยืน” ขับเคลื่อน S-Curve ใหม่ของไทย: เมื่อสุขภาพและการมีชีวิตที่ยืนยาวกลายเป็นโอกาสธุรกิจ [5] “อีคอมเมิร์ซไทย” ปรับตัวอย่างไรให้ก้าวทันเกม: ถอดโจทย์การแข่งขันในตลาดดิจิทัล อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/pr-news/today-b…
1
179
กรุงเทพฯ จ่อก้าวเป็น "Pink Valley" คาดเศรษฐกิจสีชมพูโตแตะ 2 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2573 รายงานเศรษฐกิจสีชมพูฉบับที่ 3 ของบริษัท แคนวาส เวนเจอร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ CVI ประจำปี พ.ศ. 2569 พบว่ากลุ่มตัวอย่างผู้คร่ำหวอดในแวดวงการเมืองไทยส่วนใหญ่หนุนนายกฯ ที่มีความหลากหลายทางเพศ พร้อมกับการวางหมุดหมายว่าต้องประเทศไทยควรสร้างอะไรต่อจากนี้ พร้อมเรียกร้องให้กรุงเทพมหานครก้าวขึ้นเป็น 'Pink Valley (พิงค์วัลเลย์)' ภายในปีเดียวกัน ตามรายงานประจำปีฉบับที่ 3 ในหัวข้อ Proof & Power: Thailand's Pink Economy 2026 (บทพิสูจน์และพลัง: เศรษฐกิจสีชมพูของไทย ประจำปี 2569) ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 จากสัญญาณการเปลี่ยนแปลง (Signal) 20 ข้อและแผนที่ระบบนิเวศประจำปี 2569 รายงานสรุปว่าเศรษฐกิจสีชมพูมี 'กำลังคน' 'อุปสงค์' และ 'แรงหนุน' พร้อมอยู่แล้ว โอกาสของผู้ประกอบการและนักลงทุนจึงอยู่ที่การ 'สร้างตัวเชื่อม' ที่โยงกิจกรรมเหล่านี้เข้ากับแหล่งทุน
133
ภาพถ่ายใบข้าวโพดหนึ่งภาพจากโทรศัพท์มือถือ สามารถช่วยให้เกษตรกรทราบได้ว่าต้นข้าวโพดกำลังเผชิญโรคใด และควรรับมืออย่างไร นี่คือแนวคิดของ Intelligent AgriDiagnose ระบบ AI สำหรับวิเคราะห์และวินิจฉัยโรคในต้นข้าวโพด ซึ่งพัฒนาโดยทีมนักวิจัยของบริษัท ฟิวชั่น โซลูชั่น จำกัด (Fusion Solution) ร่วมกับภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร กำแพงแสนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ . ล่าสุด ผลงานนี้คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวด Thailand ICT Awards (TICTA) ครั้งที่ 22 ซึ่งจัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (ATCI) และได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันบนเวที Asia Pacific ICT Alliance Awards (APICTA Awards) 2026 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ขณะที่ก่อนหน้านี้ Intelligent AgriDiagnose ยังได้รับรางวัล Silver Award สาขา Digital Innovation จากเวที ASEAN Digital Awards 2026 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามมาแล้วด้วย . อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสำเร็จของ Intelligent AgriDiagnose ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กลุ่มนักวิจัยและนักพัฒนารุ่นใหม่จากหลากหลายสาขา ทั้งคณิตศาสตร์ สถิติ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิทยาการข้อมูล (Data Science) ซึ่งร่วมกันค้นคว้า ทดลอง และพัฒนาแนวคิดจนกลายเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาจริงของประเทศได้ . ทีมนักวิจัยกลุ่มนี้เกิดขึ้นจากแนวคิดของฟิวชั่น โซลูชั่น ที่มองว่าการสร้างเทคโนโลยีของคนไทยจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการลงทุนในคน ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงไม่ได้มุ่งพัฒนาเฉพาะโซลูชันด้าน AI คลาวด์ (Cloud) และความปลอดภัยไซเบอร์ (Cybersecurity) แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างทีมนักวิจัยและนักพัฒนารุ่นใหม่ เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทรัพย์สินทางปัญญาที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/news/fusion-sol…
269
อนาคตของอุปกรณ์ฝังร่างกายแบบไม่ใช้แบตเตอรี่ เพราะใช้การยืดหดตัวของกล้ามเนื้อเป็นพลังงานไฟฟ้าแทน University of Massachusetts Amherst พัฒนาตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์ที่บางและยืดหยุ่น ซึ่งให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจของมนุษย์เติบโตแทรกตัวอยู่ภายในได้ พร้อมแปลงแรงหดตัวของเนื้อเยื่อเป็นพลังงานไฟฟ้า แนวทางนี้อาจช่วยลดข้อจำกัดของแบตเตอรี่ในอุปกรณ์สวมใส่และอุปกรณ์ฝังร่างกายในอนาคต แต่ผลการวิจัยยังอยู่ในห้องปฏิบัติการ แทนที่จะติดอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าชิ้นใหญ่ไว้กับอวัยวะ ทีมวิจัยเลือกกระจายหน่วยผลิตไฟฟ้าขนาดจิ๋วเข้าไปในเนื้อเยื่อ เรียกแนวคิดนี้ว่า 'biohybrid mesh harvester' หรือ ตาข่ายเก็บพลังงานที่ผสานวัสดุอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับเซลล์มีชีวิต ในการทดลอง ทีมเพาะเซลล์หัวใจมนุษย์ที่ได้จากสเต็มเซลล์บนตาข่ายนาน 15 วัน จนเซลล์เติบโตเป็นแผ่นเนื้อเยื่อและเริ่มหดตัวเอง เมื่อเนื้อเยื่อขยับ ตาข่ายก็ปล่อยสัญญาณไฟฟ้าตามจังหวะนั้น อ่านบทความเต็มได้ที่ : techsauce.co/healthtech/hear…
1
116
ลองจินตนาการว่า เศรษฐกิจคือเครื่องบินลำหนึ่ง ที่กำลังเตรียมจะออกบิน และเพิ่งได้ติดตั้งเครื่องยนต์ตัวใหม่ ที่หลายคนมองว่าอาจสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้ไม่ต่างจากการมาถึงของไฟฟ้าหรืออินเทอร์เน็ต นั่นคือ AI เครื่องยนต์ใหม่ทำให้เครื่องบินบินได้ไกลขึ้น แต่ก็ใหญ่ขึ้นและหนักขึ้นตามไปด้วย นักบินเร่งเครื่องเต็มกำลัง เครื่องบินเริ่มเคลื่อนตัว เร็วขึ้น และเร็วขึ้นเรื่อย ๆ แต่ปลายรันเวย์ก็ใกล้เข้ามาทุกวินาทีเช่นกัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าเครื่องยนต์แรงพอหรือไม่ แต่คือ รันเวย์ยาวพอหรือเปล่า? เพราะถ้ารันเวย์สั้นเกินไป เครื่องยนต์จะดีแค่ไหนก็ได้แค่วิ่งไปจนสุดทาง และรันเวย์ของเศรษฐกิจยุค AI ก็คือ พลังงาน เบื้องหลังความฉลาดของ AI คือ Data Center อาคารที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์ซึ่งทำงานตลอดเวลา ยิ่งใช้ AI มาก ก็ยิ่งต้องใช้ไฟมาก ปัญหาคือไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังมาจากถ่านหินและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เร่งให้โลกร้อนขึ้น ขณะที่หลายประเทศรวมถึงไทยต่างตั้งเป้าที่จะลดก๊าซเหล่านี้ลงในระยะยาว โจทย์ใหญ่คือ เราจะสร้างรันเวย์ให้ยาวพอ โดยไม่ทำร้ายโลกได้อย่างไร? พลังงานแสงอาทิตย์และลมอาจเป็นคำตอบที่หลายคนนึกถึง แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือการผลิตไฟฟ้าที่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ เมื่อไม่มีแสงแดด ลมน้อย หรือมีเมฆและฝนปกคลุมเป็นเวลานาน ปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็จะลดลง ขณะที่ Data Center ต้องการไฟฟ้าที่เสถียรตลอดเวลา และนี่คือเหตุผลที่ พลังงานนิวเคลียร์ กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง บทความโดย กวิสรา รุจิประภากร R&D Associate บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/tech-and-biz/sc…
2
1
2
221
จากสายเคเบิลใต้ทะเลถึง Net Zero: เจาะลึกโครงสร้างพื้นฐาน AI ไทยทีละชั้นกับ Alex Loh CEO แห่ง SYMPHONY . คำตอบจาก AI ที่ปรากฏบนหน้าจอภายในไม่กี่วินาที ดูเหมือนเกิดขึ้นในอุปกรณ์ตรงหน้า แต่น้อยคนจะรู้ว่าก่อนมาถึงผู้ใช้ ข้อมูลต้องเดินทางผ่านโครงสร้างพื้นฐานกี่ชั้น และต้องผ่านจุดสำคัญใดบ้าง? . คำถามนี้คือจุดตั้งต้นของบทสัมภาษณ์ที่ Techsauce ได้พูดคุยกับคุณ Alex Loh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SYMC ซึ่งทำงานกับ SYMPHONY มาเกือบ 10 ปี ตลอดการสนทนา คำที่คุณ Alex หยิบมาใช้ซ้ำหลายครั้งคือ 'การหาจุดสมดุล' ทั้งระหว่างการลงทุนกับทรัพยากรที่มีอยู่ ระหว่างอธิปไตยทางข้อมูลกับนวัตกรรม และระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับสิ่งแวดล้อม . SYMPHONY ดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมในไทยมากว่า 20 ปี ถือใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามซึ่งเป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ให้บริการที่มีโครงข่ายของตนเอง บริษัทวางโครงข่ายใยแก้วนำแสงเอง โดยมีธุรกิจหลักคือบริการสำหรับลูกค้าองค์กรแบบ Business-to-Business (B2B) และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ . อ่านต่อได้ที่: techsauce.co/tech-and-biz/sy…
166
นาฬิกาที่เราใส่ทุกวัน อาจมีประโยชน์มากกว่าแค่บอกว่าเดินไปกี่ก้าว หัวใจเต้นเร็วแค่ไหน หรือนอนหลับดีหรือเปล่า เพราะข้อมูลจากข้อมือกำลังถูกนำไปใช้ตั้งแต่งานวิจัยทางการแพทย์ การติดตามผู้ป่วยจากระยะไกล ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเพื่อให้มนุษย์มีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ นี่คือภาพอนาคตที่ Garmin Health นำเสนอในงาน Garmin Health Media Event 2026 ที่กรุงเทพฯ โดยมองว่า Wearable กำลังขยับจากอุปกรณ์สำหรับผู้บริโภค ไปสู่แหล่งข้อมูลสำคัญของระบบสุขภาพ ที่น่าสนใจคือ Garmin Health ยังมองว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียแปซิฟิก Techsauce สรุปประเด็นสำคัญจากงานนี้ [1] Garmin ไม่ได้ทำแค่สมาร์ตวอทช์สำหรับออกกำลังกาย แต่ยังมี Garmin Health ซึ่งเป็นธุรกิจ B2B ที่เปิดให้โรงพยาบาล บริษัทประกัน นักวิจัย และองค์กรต่าง ๆ นำข้อมูลจาก Wearable ไปพัฒนาบริการสุขภาพ โดย Garmin ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลและเทคโนโลยี ไม่ได้เป็นผู้รักษาโดยตรง [2] ข้อมูลจากนาฬิกาช่วยติดตามผู้ป่วยพาร์กินสันได้ ตัวอย่างคือ Orbit Health ที่ใช้ข้อมูลการเคลื่อนไหวจากอุปกรณ์ Garmin ร่วมกับซอฟต์แวร์ Neptune เพื่อติดตามอาการและการตอบสนองต่อการรักษาจากระยะไกล [3] สร้าง Digital Twin เพื่อดูแลสุขภาพรายบุคคล Twin Health นำข้อมูลจาก Garmin มาผสานกับเครื่องติดตามระดับน้ำตาลและอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อสร้างแบบจำลองระบบเผาผลาญของแต่ละคน และนำไปใช้ให้คำแนะนำด้านอาหาร การนอน และการเคลื่อนไหว [4] งานวิจัยกว่า 1,260 โครงการใช้อุปกรณ์ Garmin แล้ว ตั้งแต่การศึกษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ไปจนถึงโครงการ EMBRACE ของ King's College London ที่ตั้งเป้าเก็บข้อมูลหญิงตั้งครรภ์ 20,000 คนทั่วโลก เพื่อศึกษาการลดความเสี่ยงเบาหวานขณะตั้งครรภ์ [5] Longevity ไม่ได้เริ่มจากยาเสมอไป Garmin ชูแนวคิดว่าการมีอายุยืนต้องมาพร้อมช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี โดยยกข้อมูลที่พบความสัมพันธ์ระหว่างการเดินอย่างสม่ำเสมอกับความเสี่ยงโรคที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้ยืนยันว่าการเดินเพียงอย่างเดียวจะป้องกันโรคได้ [6] การเดินและการนอนสัมพันธ์กับความสุขด้วย Garmin นำเสนอ Harvard Health & Happiness Study ซึ่งศึกษาผู้เข้าร่วม 4,823 คน จากกว่า 60 ประเทศ พบว่าในวันที่ผู้เข้าร่วมเคลื่อนไหวหรือนอนมากกว่าปกติ พวกเขามีแนวโน้มรายงานความสุข ความผ่อนคลาย หรือความตื่นตัวมากขึ้น [7] ตลาด Wearable เอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มโตมากกว่าเท่าตัว Garmin ประเมินว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มจาก 11.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 เป็น 24.7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2031 ขณะที่ธุรกิจ Garmin Health ในเอเชียเติบโตมากกว่า 25% ในปีที่ผ่านมา และไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด [8] Garmin ยังเปิดตัว Cirqa Smart Band สายรัดข้อมืออัจฉริยะไร้หน้าจอรุ่นแรกของบริษัท ติดตามสุขภาพได้ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับกิจกรรมกว่า 80 ประเภท แบตเตอรี่สูงสุด 10 วัน และดูข้อมูลพื้นฐานผ่าน Garmin Connect ได้โดยไม่ต้องเสียค่าสมาชิกเพิ่มเติม ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าอนาคตของ Wearable อาจไม่ได้แข่งขันกันแค่ว่าอุปกรณ์รุ่นไหนวัดข้อมูลได้มากกว่ากัน แต่รวมถึงคำถามที่ว่า ข้อมูลสุขภาพที่เก็บได้ทุกวัน จะถูกนำไปใช้เพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้คนได้อย่างไร อ่านต่อได้ที่ : techsauce.co/healthtech/garm…
308