ไม่เข้าใจว่าคนแจ้งผิดอะไีร ทำไมไม่ด่าศูนย์ ด่าหน่วยงาน สวนสัตว์ไม่มีใบก็เลี้ยงไม่ได้ถูกแล้วป่ะ ดูคลิปคนโพสต์เข้าก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ไม่ดีกะสัตว์ เขาแค่แจ้ง(ถึงหิวแสงเขาก็ไม่ได้มีหน้าที่จัดการ) มึงไปว่าหน่วยงานที่แก้ปัญหาดิ คนที่เอาสัตว์ป่ามาเลี้ยงอ่ะทำให้ตาย
มีคนเขียนดีกว่าชั้นละ เข้าไปอ่านละเลิกมาเม้นชั่นได้ละ
เรื่องน้อง #นากบุญทิ้ง ในมุมมองของคุณแสงเดือน ชัยเลิศ
"วันนี้ดิฉันเชื่อว่าคนรักสัตว์จำนวนมากกำลังเศร้าใจกับการจากไปของ “น้องบุญทิ้ง” นากตัวน้อยที่เรื่องราวของเขาสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม
ในฐานะคนรักสัตว์และทำงานช่วยเหลือสัตว์มาอย่างยาวนาน ดิฉันเองก็รู้สึกเสียใจไม่ต่างจากทุกคน แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันประหลาดใจ คือปฏิกิริยาของคนบางส่วนที่กลับไปตำหนิผู้ที่เคยออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสมของน้องบุญทิ้งในสถานที่เดิม ก่อนนำไปสู่การย้ายไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐ และเสียชีวิตลงหลังจากนั้นไม่นาน
แทนที่เราจะร่วมกันตั้งคำถามถึงมาตรฐานการดูแลสัตว์และสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต กลับมีบางคนหันไปกล่าวโทษผู้ที่พยายามส่งเสียงเรียกร้องเพื่อช่วยเหลือสัตว์
ดิฉันดีใจที่เห็นสังคมไทยตื่นตัวเรื่องสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น การที่ผู้คนจำนวนมากออกมาแสดงความห่วงใยต่อชีวิตเล็ก ๆ ชีวิตหนึ่ง ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชม
แต่ความรักสัตว์ควรอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ความเข้าใจ และความเมตตา ไม่ใช่การใช้อารมณ์กล่าวโทษกัน
ดิฉันเชื่อว่าผู้ที่ออกมาเป็นกระบอกเสียงแทนสัตว์ล้วนมีเจตนาดี ต้องการเห็นสัตว์ได้รับการดูแลที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่มีใครอยากให้การเรียกร้องเพื่อช่วยเหลือสัตว์กลับกลายเป็นความสูญเสียของชีวิตที่พวกเขาพยายามปกป้อง
การจากไปของน้องบุญทิ้งจึงไม่ควรจบลงเพียงความเศร้าเสียใจหรือการกล่าวโทษกัน แต่ต้องนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและทบทวนมาตรฐานการดูแลสัตว์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง
ดิฉันอยากฝากถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชว่า
การใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อตรวจยึดสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าภารกิจในการปกป้องชีวิตสัตว์จะสำเร็จแล้ว
สัตว์ไม่ใช่สิ่งของที่สามารถยึดและเคลื่อนย้ายไปเก็บไว้ที่ใดก็ได้ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก มีความเครียด และมีความต้องการเฉพาะตามธรรมชาติ
การเคลื่อนย้ายสัตว์ทุกครั้งจึงต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ ทั้งสถานที่ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ การดูแลด้านสัตวแพทย์ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสัตว์แต่ละชนิด
หากหน่วยงานยังไม่มีความพร้อมในการรองรับสัตว์ที่ตรวจยึดมา ก็ควรพิจารณาทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดภายใต้กรอบกฎหมาย โดยยึดชีวิตและสวัสดิภาพของสัตว์เป็นสำคัญ
การช่วยเหลือสัตว์ไม่ควรเป็นเพียงการนำสัตว์ออกจากสถานที่เดิม แต่ต้องมั่นใจว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม
ดิฉันอยากตั้งคำถามว่า ในอดีตที่ผ่านมา มีสัตว์ป่าที่ถูกตรวจยึด ไม่ว่าจะเป็นช้าง เสือ ลิง กวาง หรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ เสียชีวิตระหว่างอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐมากน้อยเพียงใด?
มีการตรวจสอบสาเหตุและนำบทเรียนจากความสูญเสียเหล่านั้นมาปรับปรุงระบบการดูแลสัตว์อย่างจริงจังหรือไม่?
เพราะหนึ่งชีวิตมีคุณค่ามากเกินกว่าจะถูกมองเป็นเพียงความผิดพลาดในระบบการทำงาน
ในฐานะคนรักสัตว์ ดิฉันไม่อยากเห็นการเสียชีวิตของสัตว์กลายเป็นเรื่องปกติที่สังคมต้องยอมรับ
แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันกังวลใจไม่แพ้การสูญเสียน้องบุญทิ้ง คือวันนี้ดิฉันเริ่มได้ยินเสียงจากคนรักสัตว์และผู้ที่ทำงานเรียกร้องเพื่อสัตว์หลายคนว่า พวกเขาอาจเลือกที่จะหยุดพูด หยุดออกมาเรียกร้อง เพราะรู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจหลังจากถูกโจมตีอย่างหนัก
ดิฉันเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นดี เพราะการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชีวิตที่ไม่สามารถพูดปกป้องตัวเองได้ ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายเลย
แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากให้ทุกคนตระหนักคือ
หากวันหนึ่งคนที่กล้าออกมาเป็นกระบอกเสียงแทนสัตว์ต่างพากันถอดใจ วันนั้นกำแพงที่ช่วยปกป้องสัตว์จากการถูกทารุณกรรมก็จะค่อย ๆ พังทลายลง
แล้วใครจะเป็นผู้ส่งเสียงแทนสัตว์ที่กำลังทุกข์ทรมาน?
ใครจะกล้าลุกขึ้นมาทวงถามความเป็นธรรมให้กับชีวิตที่ถูกละเลย?
และใครจะยืนหยัดปกป้องสัตว์ที่ไม่มีโอกาสเรียกร้องสิทธิของตัวเอง?
ดิฉันจึงอยากขอร้องคนรักสัตว์ทุกคนว่า โปรดอย่าท้อถอย อย่าปล่อยให้คำตำหนิหรือความเกลียดชังของใครมาทำลายความตั้งใจดีที่เรามีต่อสัตว์
เราสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาด ตั้งคำถาม และปรับปรุงวิธีการช่วยเหลือสัตว์ให้ดีขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำลายกำลังใจของผู้ที่พยายามทำสิ่งที่ถูกต้อง
เพราะหากวันหนึ่งทุกคนเลือกที่จะเงียบ สัตว์ที่กำลังทุกข์ทรมานอาจไม่เหลือใครเป็นที่พึ่งอีกเลย
ขอให้การจากไปของน้องบุญทิ้งเป็นบทเรียนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ทำให้คนรักสัตว์ต้องแตกแยกหรือหมดศรัทธาในการช่วยเหลือชีวิตอื่น
เราควรเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นบทเรียน เปลี่ยนความโกรธให้เป็นพลังสร้างสรรค์ และเปลี่ยนเสียงเรียกร้องให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยปกป้องชีวิตสัตว์ได้จริง
สุดท้ายนี้ ดิฉันขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อสัตว์ โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับชีวิตที่ไร้เสียง
อย่าหยุดส่งเสียงเพื่อสัตว์ เพราะเสียงของเราอาจเป็นความหวังสุดท้ายของชีวิตที่ไม่มีใครได้ยิน"
Most retweeted
เรื่องน้อง #นากบุญทิ้ง ในมุมมองของคุณแสงเดือน ชัยเลิศ
"วันนี้ดิฉันเชื่อว่าคนรักสัตว์จำนวนมากกำลังเศร้าใจกับการจากไปของ “น้องบุญทิ้ง” นากตัวน้อยที่เรื่องราวของเขาสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคม
ในฐานะคนรักสัตว์และทำงานช่วยเหลือสัตว์มาอย่างยาวนาน ดิฉันเองก็รู้สึกเสียใจไม่ต่างจากทุกคน แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันประหลาดใจ คือปฏิกิริยาของคนบางส่วนที่กลับไปตำหนิผู้ที่เคยออกมาเรียกร้องให้ตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสมของน้องบุญทิ้งในสถานที่เดิม ก่อนนำไปสู่การย้ายไปอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐ และเสียชีวิตลงหลังจากนั้นไม่นาน
แทนที่เราจะร่วมกันตั้งคำถามถึงมาตรฐานการดูแลสัตว์และสาเหตุที่แท้จริงของการเสียชีวิต กลับมีบางคนหันไปกล่าวโทษผู้ที่พยายามส่งเสียงเรียกร้องเพื่อช่วยเหลือสัตว์
ดิฉันดีใจที่เห็นสังคมไทยตื่นตัวเรื่องสวัสดิภาพสัตว์มากขึ้น การที่ผู้คนจำนวนมากออกมาแสดงความห่วงใยต่อชีวิตเล็ก ๆ ชีวิตหนึ่ง ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าชื่นชม
แต่ความรักสัตว์ควรอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ความเข้าใจ และความเมตตา ไม่ใช่การใช้อารมณ์กล่าวโทษกัน
ดิฉันเชื่อว่าผู้ที่ออกมาเป็นกระบอกเสียงแทนสัตว์ล้วนมีเจตนาดี ต้องการเห็นสัตว์ได้รับการดูแลที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่มีใครอยากให้การเรียกร้องเพื่อช่วยเหลือสัตว์กลับกลายเป็นความสูญเสียของชีวิตที่พวกเขาพยายามปกป้อง
การจากไปของน้องบุญทิ้งจึงไม่ควรจบลงเพียงความเศร้าเสียใจหรือการกล่าวโทษกัน แต่ต้องนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงและทบทวนมาตรฐานการดูแลสัตว์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง
ดิฉันอยากฝากถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชว่า
การใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อตรวจยึดสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว ไม่ได้หมายความว่าภารกิจในการปกป้องชีวิตสัตว์จะสำเร็จแล้ว
สัตว์ไม่ใช่สิ่งของที่สามารถยึดและเคลื่อนย้ายไปเก็บไว้ที่ใดก็ได้ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก มีความเครียด และมีความต้องการเฉพาะตามธรรมชาติ
การเคลื่อนย้ายสัตว์ทุกครั้งจึงต้องมีการวางแผนและเตรียมความพร้อมอย่างรอบคอบ ทั้งสถานที่ บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ การดูแลด้านสัตวแพทย์ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสัตว์แต่ละชนิด
หากหน่วยงานยังไม่มีความพร้อมในการรองรับสัตว์ที่ตรวจยึดมา ก็ควรพิจารณาทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดภายใต้กรอบกฎหมาย โดยยึดชีวิตและสวัสดิภาพของสัตว์เป็นสำคัญ
การช่วยเหลือสัตว์ไม่ควรเป็นเพียงการนำสัตว์ออกจากสถานที่เดิม แต่ต้องมั่นใจว่าพวกเขาจะมีชีวิตที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม
ดิฉันอยากตั้งคำถามว่า ในอดีตที่ผ่านมา มีสัตว์ป่าที่ถูกตรวจยึด ไม่ว่าจะเป็นช้าง เสือ ลิง กวาง หรือสัตว์ชนิดอื่น ๆ เสียชีวิตระหว่างอยู่ในความดูแลของหน่วยงานรัฐมากน้อยเพียงใด?
มีการตรวจสอบสาเหตุและนำบทเรียนจากความสูญเสียเหล่านั้นมาปรับปรุงระบบการดูแลสัตว์อย่างจริงจังหรือไม่?
เพราะหนึ่งชีวิตมีคุณค่ามากเกินกว่าจะถูกมองเป็นเพียงความผิดพลาดในระบบการทำงาน
ในฐานะคนรักสัตว์ ดิฉันไม่อยากเห็นการเสียชีวิตของสัตว์กลายเป็นเรื่องปกติที่สังคมต้องยอมรับ
แต่สิ่งที่ทำให้ดิฉันกังวลใจไม่แพ้การสูญเสียน้องบุญทิ้ง คือวันนี้ดิฉันเริ่มได้ยินเสียงจากคนรักสัตว์และผู้ที่ทำงานเรียกร้องเพื่อสัตว์หลายคนว่า พวกเขาอาจเลือกที่จะหยุดพูด หยุดออกมาเรียกร้อง เพราะรู้สึกท้อแท้และหมดกำลังใจหลังจากถูกโจมตีอย่างหนัก
ดิฉันเข้าใจความรู้สึกเหล่านั้นดี เพราะการยืนหยัดต่อสู้เพื่อชีวิตที่ไม่สามารถพูดปกป้องตัวเองได้ ไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายเลย
แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากให้ทุกคนตระหนักคือ
หากวันหนึ่งคนที่กล้าออกมาเป็นกระบอกเสียงแทนสัตว์ต่างพากันถอดใจ วันนั้นกำแพงที่ช่วยปกป้องสัตว์จากการถูกทารุณกรรมก็จะค่อย ๆ พังทลายลง
แล้วใครจะเป็นผู้ส่งเสียงแทนสัตว์ที่กำลังทุกข์ทรมาน?
ใครจะกล้าลุกขึ้นมาทวงถามความเป็นธรรมให้กับชีวิตที่ถูกละเลย?
และใครจะยืนหยัดปกป้องสัตว์ที่ไม่มีโอกาสเรียกร้องสิทธิของตัวเอง?
ดิฉันจึงอยากขอร้องคนรักสัตว์ทุกคนว่า โปรดอย่าท้อถอย อย่าปล่อยให้คำตำหนิหรือความเกลียดชังของใครมาทำลายความตั้งใจดีที่เรามีต่อสัตว์
เราสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาด ตั้งคำถาม และปรับปรุงวิธีการช่วยเหลือสัตว์ให้ดีขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำลายกำลังใจของผู้ที่พยายามทำสิ่งที่ถูกต้อง
เพราะหากวันหนึ่งทุกคนเลือกที่จะเงียบ สัตว์ที่กำลังทุกข์ทรมานอาจไม่เหลือใครเป็นที่พึ่งอีกเลย
ขอให้การจากไปของน้องบุญทิ้งเป็นบทเรียนที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ทำให้คนรักสัตว์ต้องแตกแยกหรือหมดศรัทธาในการช่วยเหลือชีวิตอื่น
เราควรเปลี่ยนความสูญเสียให้เป็นบทเรียน เปลี่ยนความโกรธให้เป็นพลังสร้างสรรค์ และเปลี่ยนเสียงเรียกร้องให้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยปกป้องชีวิตสัตว์ได้จริง
สุดท้ายนี้ ดิฉันขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อสัตว์ โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงให้กับชีวิตที่ไร้เสียง
อย่าหยุดส่งเสียงเพื่อสัตว์ เพราะเสียงของเราอาจเป็นความหวังสุดท้ายของชีวิตที่ไม่มีใครได้ยิน"
Most retweeted
ถ้าสวนสัตว์มีใบอนุญาต ถึงคนไปแจ้ง ใครจะย้ายไปได้ เห็นอะไรน่าสงสัยแจ้งดีแล้ว อย่าสอนให้คนเพิกเฉยเพราะกลัวมีปัญหา ศูนย์ในฐานะที่มีทรัพยากรและองค์ความรู้มากกว่าคนทั่วไปหน่ะต้องประเมินสภาพสัตว์ว่าควรไม่ควรย้าย ย้ายต้องติดตามอาการ ไม่ย้ายก็จัดการเรื่องใบยังไงก็ว่าไป อินฟลูผิดอย่างไร
อินฟลูจะแจ้งจะถ่ายหิวแสง(จะด่าก็ด่าไป จะมองเป็นต้นเหตุก็แล้วแต่) แต่อินฟลูไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสั่งย้ายไม่ได้ ถ้าสวนสัตว์ถูกทั้งหมดใครจะย้ายได้ก็สวนสัตว์ไม่มีใบไง อินฟลูไม่ใช่คนบริหารจัดการศูนย์ ไม่ได้มีหน้าที่ดูแลสัตว์
Most retweeted
เรื่องนากนี่ พูดกลางๆ นะ คือสวนสัตว์เดิมก็อาจจะไม่ได้ดูแลดีมาก ไม่มีใบ คนก็มีสิทธิ์ร้องเรียน(วิธีก็ไม่ค่อยเหมาะสมแหละ ค่อนข้างชัดเจนว่าหิวแสง อยากจะเป็นฮีโร่ ก็ด่ากันไป) แต่ปัญหาของประเทศเราคือ หน่วยงานที่มีใบและควรจะเป็นสถานที่ที่ดูแลได้ดีกว่า ดันดูแลได้ห่วยกว่าที่เดิมที่มันอยู่ จนทำมันตาย
ยกตัวอย่างกรณีเด็กก็เหมือนกัน สมมติว่าเด็กอยู่ในบ้านที่ Child abuse หลายๆ ครั้งเราก็ไม่สามารถแยกเด็กออกจากครอบครัวได้ เพราะเด็กที่ไม่มีครอบครัวดูแล ไปอยู่กับ พม. ดันมีชีวิตห่วยกว่าอยู่กับครอบครัวที่แย่
เรื่องนี้เรามองต่างนะ คนที่ควรโดนด่าที่สุดคือศูนย์ช่วยเหลือที่ทำสัตว์ตาย จะด่าคนแจ้งก็ไม่ได้เพราะสวนสัตว์ทำผิดกฏหมาย เวลาเจอคนทำผิดกฏหมายก็ต้องแจ้งอยู่แล้ว
Most retweeted
ถามด้วยน้ำเสียงปกตินะ
แล้วนอกจากส้มใครหรอที่เข้ามาแล้วจะแก้ ?
ทุกวันนี้นอกจากส้มไม่เห็นใครพูดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ พรรครัฐบาลทั้งภูมิใจไทย เพื่อไทย มีใครแก้ปัญหานี้ด้วยหรอ
Replying to @Sirikanjung
เหนื่อย เห็นปทพังแบบ จีนเทา ขยะพิษ รัฐธรรมนูญ60 ฮั้ว ส.ว. โกงสอบ มันไม่มี ใครเข้ามาแก้ได้เลย ถ้าปล่อยไปอีก สองสามสมัย เราชิบหายแน่ๆ
คืออยากได้คนที่เข้าสู่อำนาจเป็น มาแก้ปหเฉพาะหน้า เศรษฐกิจ ขยะพิษ จีนเทา มากกว่า รอให้ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ส้มทั้งแผ่นดินแล้ว
ก็ยังอยากเห็นส้มแดงจับมือเป็น รบ กัน
เจอบ่อยมากพวกบอก “เป็นหมอครับ“ ” หมอให้มาซื้อ“ ”เพื่อนหมอบอกมา“ บางทีก็อยากถามหมอที่ไหนหรอจบมาได้ไงรู้แหละแค่อ้างเพื่อให้ได้ฆ่าเชื้อ แต่ก็เอาเถอะตามเวรตามกรรม
กรณีอายัดทรัพย์เครือข่าย “เบน สมิธ” ถ้าจำกันได้ กองเชียร์หลายคนของพรรคแดง ตามด้อยค่าทุกคนที่เปิดโปง ไล่ตั้งแต่ต้นทางคนแรก “ทอม ไรท์”นักข่าวมือสืบสวนสอบสวนระดับโลก / “สฤณี อาชวานันทกุล” นักวิชาการ
ยิ่งพอ“โรม+วิโรจน์”พรรคส้ม รับลูกมาอภิปรายต่อในสภาฯ คนเหล่านี้ยิ่งตั้งป้อมด้อยค่า เพราะอคติบดบังสติปัญญา บวกกับ “เบน สมิธ”มีภาพสนิทสนมคุ้นเคยกันดีกับ “ทักษิณ”ผู้นำจิตวิญญาณพรรคแดง(และสนิทกับ “ธรรมนัส”ด้วยอีกคน) เลยยิ่งร้อนตัว
ถึงวันนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนอีกครั้งว่า คุณภาพกองเชียร์เหล่านี้ อยู่ในขั้นไหน สร้างภาพบวกหรือลบให้พรรคกันแน่




























